กรมอุตุฯ เผยสภาพอากาศวันที่ 23 ก.ย. 2561


กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนประชาชนภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างระวังอันตรายจากฝนตกหนัก 

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศในวันที่ 23 ก.ย. 2561 ระบุว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย 

ทั้งนี้พายุไต้ฝุ่น “จ่ามี” (TRAMI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2561นี้ ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กรมอุตุเผยว่า มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

พยากรณ์อากาศทั่วไทย 
(06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.)

ภาคเหนือ

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี

อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

‘หมวดเจี๊ยบ’ จี้ กองทัพ ปมนำรถทหารไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว

‘หมวดเจี๊ยบ’ โพสต์เหน็บ ใช้รถทหารเพื่อประโยชน์ส่วนตัว จัดเป็นการคอรัปชั่นประเภทหนึ่ง เผย ยังมีการนำรถยี่ห้อหรูของหน่วยไปให้บุคคลในครอบครัวใช้

จากกรณีที่มีสมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่ง โพสต์ภาพพร้อมข้อความเป็นลักษณะที่มีการนำรถทหารมาจอดไว้ที่หน้าบ้านหลังหนึ่งเพื่อขนของ ซึ่งทางผู้โพสต์ได้ตั้งข้อสงสัยว่า รถทหาร สามารถเอามาใช้ในงานส่วนตัวได้หรือไม่ ต่อมาทางกองทัพบกได้ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่าเป็นการขอสนับสนุนรถในการขนของย้ายบ้านของกำลังพล โดยมีการขออนุญาตและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์

ล่าสุด วันนี้ (22 ก.ย.) ร้อยโทหญิง สุณิสา ทิวากรดำรง หรือ หมวดเจี๊ยบ อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก หมวดเจี๊ยบ Sunisa Divakorndamrong ถึงกรณีดังกล่าวว่า การนำรถยนต์บรรทุกทางทหารซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการ ไปใช้เป็นรถขนของเพื่อย้ายบ้าน แถมยังใช้แรงงานของทหารเกณฑ์ที่ควรจะมีหน้าที่ป้องกันประเทศไปช่วยขนของย้ายบ้านนั้น

คืออีกตัวอย่างหนึ่งของการเบียดบังทรัพย์สินของราชการไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งจัดเป็นการคอรัปชั่นประเภทหนึ่ง และเป็นการใช้กำลังพลที่เป็นทหารเกณฑ์อย่างไม่เหมาะสม ซึ่งการกระทำแบบนี้สมควรถูกยกเลิกได้แล้ว และเป็นเรื่องหนึ่งในบรรดาหลาย ๆ เรื่องที่กองทัพควรปฏิรูป

แต่ก็แปลกที่กองทัพกลับปกป้องการนำรถยนต์และบุคลากรของหลวงไปใช้ในเรื่องส่วนตัวครั้งนี้ ว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามระเบียบ ทั้งยังอ้างว่านี่เป็นสวัสดิการของกำลังพล ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงไม่ใช่ว่ากำลังพลทุกคนจะมีโอกาสนำยานพาหนะของหน่วยไปใช้งานส่วนตัวแบบนี้ได้ โดยเฉพาะทหารเกณฑ์นั้น ไม่ใช่ว่าใครก็ได้ที่สามารถขอตัวทหารเกณฑ์ไปรับใช้ส่วนตัว เพราะเป็นอภิสิทธิ์ที่สงวนไว้ให้กำลังพลเพียงบางกลุ่มในกองทัพเท่านั้น

การกระทำอย่างนี้ไม่ใช่ความหมายของสวัสดิการแบบที่คนส่วนใหญ่เข้าใจและแตกต่างจากแนวทางปฏิบัติขององค์กรทั่วไป ที่ผ่านมา กองทัพได้เคยตรวจสอบสถานะการใช้งานยานพาหนะของหน่วยทหารต่าง ๆ บ้างไหม ว่าใครบ้างที่มักจะนำรถยนต์ของหน่วยไปใช้ แล้วเป็นคนหน้าเดิม ๆ ไหม

ที่สำคัญหลังใช้งานเสร็จแล้ว ได้นำรถกลับมาคืนหน่วยหรือไม่ หรือว่านำรถยนต์ของหลวงไปเก็บครอบครองไว้ที่บ้าน เผื่อไว้ให้ลูกเมียใช้ขับไปเรียนหนังสือหรือไปทำงาน เพราะมีรถเก๋งหรู ๆ ของกองทัพจำนวนมาก ที่ไม่ได้ติดตราสัญญลักษณ์ของกองทัพและไม่ได้ใช้แผ่นป้ายทะเบียนตรากงจักรทุกคัน ดังนั้นคนทั่วไปย่อมดูไม่ออกว่ารถยนต์คันนั้นเป็นสมบัติของกองทัพ

ไม่อย่างนั้นป่านนี้อาจมีชาวเน็ตถ่ายรูปมาแฉเต็มโลกโเชียลไปนานแล้ว ซึ่งกองทัพควรแสดงท่าทีให้ชัดเจนด้วยว่าการนำรถเก๋งยี่ห้อหรูของหน่วยไปให้บุคคลในครอบครัวใช้งานส่วนตัวในลักษณะนี้ ก็ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามระเบียบของกองทัพด้วยหรือไม่

รมช.ยุติธรรมสหรัฐฯ ปฏิเสธข่าว แอบดักฟัง-วางแผนปลด ‘โดนัลด์ ทรัมป์’

รมช.ยุติธรรมสหรัฐฯ ปฏิเสธข่าวของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส กรณีแอบดักฟัง-วางแผนปลด ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ออกจากตำแหน่ง 

นายร็อด โรเซนสไตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ปฏิเสธรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สและวอชิงตันโพสต์ที่ว่า เขาเคยพยายามหาวิธีปลดประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากตำแหน่ง ด้วยการให้เจ้าหน้าที่ลักลอบบันทึกเสียงของ โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันความวุ่นวายภายในทำเนียบขาว

นายร็อด โรเซนสไตน์ กล่าวตอบโต้รายงานดังกล่าวว่า บทความวของหนังสือพิมพ์ไม่มีความแม่นยำ อีกทั้งยังผิดจากความเป็นจริง ขณะที่รายงานบางกระแสระบุว่า สิ่งที่ นายโรเซนสไตน์ พูดนั้นเป็นเพียงการล้อเล่น ภายหลังจากที่ผู้นำสหรัฐฯ สั่งปลด นายจมส์ โคมีย์ ผู้อำนวยการหน่วยงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ เมื่อปีที่แล้ว