สวนสัตว์เชียงใหม่จัดอาหารเลี้ยง “กาลิ” แรดอินเดียหายาก หนึ่งเดียวในไทย

วันแรดโลก สวนสัตว์เชียงใหม่จัดอาหารโปรดเลี้ยง “กาลิ” แรดอินเดียหายาก หนึ่งเดียวในไทย นักท่องเที่ยวให้กำลังใจหลังทราบข่าวอยู่ตัวเดียวมานานถึง 16 ปี 

วันนี้ (22 ก.ย.) วันแรดโลก หรือ WORLD RHINO DAY ที่สวนจัดแสดงแรดอินเดีย ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่จัดขันโตกขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วย ฟางสด หญ้าสด และผลไม้ ทั้ง กล้วย ฟักทอง แตงโม แครอท ข้าวโพดหวาน มอบให้ “กาลิ” แรดสายพันธุ์อินเดียหนึ่งเดียวในประเทศไทย อายุ 33 ปี เนื่องในวัน เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และต่อต้านการตัดนอแรดทั่วโลก

สำหรับขันโตกอาหารที่มอบให้ ได้รับความสนใจจากเจ้า “กาลิ” ที่ออกจากคอกตรงมากินอาหารในขันโตกที่จัดเตรียมไว้อย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางรอยยิ้มของเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยว

กาลิ เป็นแรดดำอินเดียที่พระราชาธิบดีแห่งประเทศเนปาล น้อมกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และทรงพระราชทานให้กับองค์การสวนสัตว์ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2529 ก่อนจะถูกส่งมาดูแลที่สวนสัตว์เชียงใหม่ โดยขณะนั้นกาลิมีอายุเพียง 1 ปี 2 เดือน และ มีน้ำหนักตัว 375 กิโลกรัม

ซึ่งทุกครั้งที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับและปฎิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ภาคเหนือ จะทรงเสด็จมาเยี่ยมกาลิทุกครั้ง

นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันกาลิมีอายุ 33 ปี ถือว่าอยู่ในวัยชรา ตามธรรมชาติแรดอินเดียจะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 30-40 ปี แต่สำหรับกาลิได้รับการดูแลอย่างดี จึงมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อายุยืน

อย่างไรก็ตามอายุเฉลี่ยสูงสุดของแรดอินเดียอยู่ที่ประมาณ 40 ปี โดยที่ผ่านมาสวนสัตว์เชียงใหม่พยายามเพาะขยายพันธุ์ เพราะแรดเป็นสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ อยู่ในบัญชีไซเตส 1 และขณะนี้ก็เหลือเพียงตัวเดียวในประเทศไทย แต่เนื่องจากกาลิมีอายุมากแล้วจึงไม่สามารถมีลูกได้อีก

ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้ากาลิเคยมีคู่ ชื่อ “นาดีย์” แรดดำที่ได้มาจากประเทศสิงคโปร์ แต่ปรากฏว่า เมื่อปี 2545 แรดนาดีย์ตายด้วยอาการท้องร่วง ทิ้งให้กาลิอยู่ตัวเดียวมาเป็นเวลากว่า 16 ปีแล้ว

สำหรับลักษณะทั่วไป เป็นแรดดำมีลักษณะนอเดียว ผิวหนังมีรอยย่นพับ มองดูคล้ายเสื้อเกราะ ชอบกินใบไม้เป็นหลัก สำหรับแรดดำในประเทศไทยและจัดอยู่ในบัญชีสัตว์หายากและเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในธรรมชาติ ทั้งนี้แรดดำมีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียและเนปาล

นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ บอกด้วยว่า กาลิเข้าสู่วัยชราฮอร์โมนลดระดับลงเรื่อยๆ คงไม่มีโอกาสในการสืบพันธ์ตามธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ตามทีมสัตวแพทย์ก็ได้พยายามดูแลสุขภาพพร้อมกับจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรม ให้กาลิได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการเคลื่อนไหว เพื่อสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีที่สุด

ยกระดับไซบูทรามีน เป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ฝ่าฝืนเจอโทษหนัก!

23 ก.ย. 2561 ยกระดับไซบูทรามีนเป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ฝ่าฝืนโทษหนัก! จำคุกสูงสุดถึง 20 ปี และปรับถึง 2 ล้านบาท

นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่จำหน่ายในท้องตลาดเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมามักพบว่ามีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โฆษณาอวดอ้างลดน้ำหนัก มีการใส่ไซบูทรามีน ซึ่งทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงต่อผู้บริโภคบางรายถึงขั้นเสียชีวิต

โดยไซบูทรามีน (Sibutramine) ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางทำให้รู้สึกไม่อยากอาหารและส่งผลข้างเคียงกับคนที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดต่าง ๆ ในปี 2553 ประเทศในยุโรปจึงประกาศยกเลิกไม่ให้ใช้ยานี้ รวมทั้งในประเทศไทยได้มีการเรียกเก็บยาที่มีสารไซบูทรามีนออกจากท้องตลาดและยกเลิกทะเบียนยาไซบูทรามีน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการลักลอบใส่ไซบูทรามีนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็ยังคงพบอยู่ ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ออกประกาศฯ กำหนดให้ไซบูทรามีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2561 เป็นต้นไป

ผู้ใดผลิตนำเข้าหรือส่งออกผลิตภัณฑ์ที่มีไซบูทรามีนเป็นส่วนผสมจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 5 แสนบาท – 2 ล้านบาท ผู้ใดขายจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 4 แสนบาท – 2 ล้านบาท ผู้ใดครอบครองจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 -5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาท – 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมไปถึงผู้ที่บริโภคผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ก็ถือว่าเป็นความผิดด้วย โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่สามารถลดความอ้วนได้ หากมีการโฆษณาว่าสามารถช่วยรักษาโรค ลดความอ้วนหรือมีผลในทางยา ขอให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีส่วนผสมของยา ซึ่งผู้ใช้อาจได้รับผลข้างเคียงจากยานั้น จนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต

ากผู้บริโภคต้องการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและควบคุมอาหาร รวมทั้งออกกำลังกายอย่างเหมาะสม หากผู้บริโภคต้องการใช้ยาลดความอ้วนจะต้องใช้ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น ไม่ควรหาซื้อยามารับประทานเอง เพราะอาจส่งผลกระทบกับสุขภาพและชีวิต การใช้ยาลดความอ้วนไม่สามารถทำให้หายจากโรคอ้วนได้ เมื่อหยุดยาไประยะหนึ่งแล้วจะทำให้น้ำหนักกลับมาเพิ่มมากยิ่งขึ้น หรือที่เรียกว่า YO – YO Effect