ศาลเเพ่งสั่งฟอร์ดจ่าย 23 ล้าน ชดใช้เหยื่อเกียร์กระตุก 291 ราย

วันนี้ (21 ก.ย. 61) นายโอภาส อนันตสมบูรณ์ อธิบดีอัยการผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ , นายรัฐวิชญ์ อนันตวิทยานนท์ เลขานุการศาลแพ่งกรุงเทพใต้ พร้อมองค์คณะ 3 คน อ่านคำพิพากษาคดีผู้บริโภค หมายเลขดำ ผบ.492/2560 “กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ฟอร์ดรุ่นเฟียสต้าและรุ่นโฟกัส” 308 ราย ยื่นฟ้องบริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์เซอร์วิสแห่งประเทศไทย จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงในการเป็นผู้สั่งผลิตและจำหน่ายในประเทศไทย เป็นจำเลยเรื่องชำรุดบกพร่อง , สินค้าไม่ปลอดภัย เนื่องจากการผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ชำรุดบกพร่องไม่ได้มาตรฐาน ไม่เป็นไปตามคำโฆษณา และทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงอันตราย เรียกค่าเสียหายเชิงลงโทษและจิตใจ รวมจำนวน 24,751,420.95 บาท

ทั้งนี้ ศาลพิพากษาให้จำเลย ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ได้รับความเสียหายจำนวน 291 ราย โดยกำหนดค่าซ่อมราคาจากการเข้าซ่อมเเละวันขาดประโยชน์ใช้รถยนต์ของโจทก์เเละสมาชิกเเต่ละราย รายละตั้งแต่ 20,000 บาทเศษ – 200,000 บาท เศษ รวมเป็นเงิน 23 ล้านบาทเศษ พร้อมชำระดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อไป และให้จำเลยชำระค่าทนายความแทนโจทก์ 150,000 แสนบาท พร้อมเงินรางวัลแก่ทนายความ 800,000 บาท ตามกฎหมายด้วย และให้บังคับคดีตามคำพิพากษาให้เสร็จภายใน 7 วัน

สำหรับคดีในวันนี้มีโจทก์ 12 รายจาก 308 ราย ที่ได้ดัดเเปลงสภาพรถหรือไม่เคยนำรถยนต์เข้าซ่อมเกี่ยวกับการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เกี่ยวกับชุดคลัตช์ เเละกล่องควบคุมโมดุลเกียร์ ซึ่งศาลสั่งยกฟ้องให้จำเลยไม่ต้องชดใช้


ที่มา policenews

พบซากชายหายตัวไปกว่า 40 ปี หลังเมล็ดพืชในท้องโตเป็นต้นไม้

ฮือฮา!  พบศพร่างชายหายไปนานกว่า 40 ปี เหตุจากเมล็ดพืชในท้องที่เขากินเข้าไปขณะมีชีวิต โตขึ้นมาเป็นต้นไม้ !

เว็บไซต์เดอะมิเรอร์ ได้รายงานว่าที่ประเทศไซปรัส ได้เกิดเรื่องราวชวนพิศวงขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ได้พบร่างของชายคนหนึ่ง ที่สูญหายไปกว่า 40 ปี จากการที่เมล็ดพืชที่เขากินขึ้นไปโตมาเป็นต้นไม้ ทราบชื่อชายคนดังกล่าวคืออาห์เหม็ด เฮอร์กูน

โดยรายงานเผยว่า อาห์เหม็ด ได้หายสาปสูญไปเมื่อประมาณปี 1974 หรือ พ.ศ. 2517 ซึ่งระหว่างนั้นได้เกิดความขัดแย้งรุนแรงในเรื่องเชื้อชาติ ระหว่างชาวไซปรัสเชื้อชาติกรีก และไซปรัสเชื้อชาติตุรกี อาห์เหม็ดเข้าร่วมกับฝ่ายต่อต้านตุรกี ก่อนเขาจะหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2517

หลังจากนั้นครอบครัวก็ไม่ทราบเบาะแสของเขาอีก แม้จะพยายามตามหาเท่าไหร่ก็ดูจะหมดหวัง ก่อนจะมาประสบผลสำเร็จพบศพของเขาอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเมล็ดผลไม้ที่เขากินเข้าไปเมื่อครั้งยังมีชีวิต

ขณะที่รายงานเผยว่า สาเหตุที่เมล็ดผลไม้ที่อยู่ในท้องของมนุษย์ สามารถเจริญเติบโตขึ้นเป็นต้นไม้ใหญ่ได้ในครั้งนี้นั้น เป็นเพราะบริเวณที่พบศพของเขามีลักษณะคล้ายถ้ำ และมีความชื้นที่พืชสามารถเจริญเติบโตได้ แถมมีแสงสว่างส่องถึง จึงทำให้เมล็ดผลไม้ที่เขากินเข้าไปก่อนที่จะเสียชีวิตไม่นาน สามารถเจริญงอกงามโตเป็นต้นไม้ได้ดังกล่าว

สำหรับเหตุการณ์ต้นไม้งอกในร่างคนนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้วประมาณปี 2552 เมื่อมีชายชาวรัสเซียรายหนึ่งถูกตรวจพบว่ามีต้นเฟอร์ พืชในตระกูลต้นสนโตในปอด หลังจากที่เขามีอาการแน่นหน้าอก ไอเป็นเลือด เหมือนกับอาการของโรคมะเร็ง

แต่เมื่อพอตรวจสอบดูก็พบว่ามีต้นไม้ชนิดดังกล่าวขึ้นอยู่ในปอดของเขา ซึ่งสาเหตุของการที่ต้นไม้ไปโตอยู่ในปอดนั้นคงเป็นเพราะ ชายคนดังกล่าว อาจสูดหายใจเอาเมล็ดพันธุ์หรือเชื้อของต้นเฟอร์เข้าไปด้วยความบังเอิญ  อย่างไรก็ดีนับว่าโชคดีมากที่เขามาพบแพย์ทัน ก่อนที่ทีมแพทย์จะช่วยกันพาตัดนำต้นไม้ออกมาจากปอดของเขาได้เป็นผลสำเร็จ

หนุ่มเมืองปทุมฯ ร้องกินน้ำอัดลมพบเศษกระดาษก้นกระป๋อง

พนักงานเทศบาล จ.ปทุมธานี ร้องสื่อซื้อน้ำอัดลมมาดื่มแต่พบเศษกระดาษก้นกระป๋อง

วันที่ 21 ก.ย.61 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพนักงานของเทศบาลเมืองท่าโขลง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ว่ามีพนักงานได้ซื้อน้ำอัดลมบรรจุกระป๋องยี่ห้อหนึ่งมาดื่มปรากฏว่าเมื่อดื่มถึงก้นกระป๋องพบเศษกระดาษอยู่ในกระป๋องน้ำอัดลมจึงเดินทางไปตรวจสอบ

นายจีระศักดิ์ สิทธิรส อายุ30ปี ผู้ช่วยนักพัฒนาชุมชนเทศบาลเมืองท่าโขลง บอกว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนเองได้ไปซื้อข้าวปลาราดพริกราคา45บาทพร้อมกับน้ำอัดลมกระป๋องแบบไม่มีน้าตาล1กระป๋องราคา12บาท ที่ร้านสะดวกซื้อย่านเทศเทศบาลมารับประทานเมื่อรับทานข้าวหมดแล้ว ตนจึงเปิดกระป๋องน้ำอัดลมโดยใช้หลอดดูดน้ำกินกระทั่งใกล้จะหมดแต่ปรากฏว่าหลอดไม่สามารถดูดน้ำขึ้นมาได้ทั้งที่เขย่าดูยังมีน้ำอยู่ภายในกระป๋อง จึงวากระป๋องลงพบว่ามีเศษกระดาษสีขาวอยู่ก้นกระป๋องน้ำอัดลมยี่ห้อดังถึงกับร้องยี้และหยุดดื่มทันที

นายจีระศักดิ์ สิทธิรส เปิดเผยว่า ปกติตนเองดื่มน้ำอดลมทุกวันหลังจากนี้คงหยุดรับประทาน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองเป็นผู้บริโภคอยากให้บริษัทต้นสังกัดมีการระมัดระวังป้องกันและตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบ ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์ตนเองได้เดินทางไปร้านสะดวกซื้อเพื่อแจ้งให้พนักงานทราบ โดยทางบริษัทของร้านสะดวกซื้อได้ติดต่อกลับมาเพื่อขอรับผลิตภัณฑ์น้ำอัดลมกระป๋องที่มีปัญหาคืนแล้ว