‘แจ็ค หม่า’ ล้มแผนการจ้างงานในสหรัฐฯ 1 ล้านตำแหน่ง

‘แจ็ค หม่า’ ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา ล้มแผนสร้างงาน 1 ล้านตำแหน่งในสหรัฐฯ พร้อมระบุให้ทุกฝ่ายเตรียมรับมือสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ -จีน ที่จะยืดเยื้อไปอีก 20 ปี

สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานเมื่อวันพุธว่า แจ็ค หม่า ประธานบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทอาลีบาบา ได้ตัดสินใจยกเลิกแผนการสร้างงาน 1 ล้านตำแหน่งในสหรัฐอเมริกาแล้ว ท่ามกลางความขัดแย้งในสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่ทวีความรุนแรงขึ้น

นายแจ็ค หม่า ระบุว่า คำสัญญาที่จะช่วยสร้างงานในสหรัฐอเมริกามีขึ้นบนพื้นฐานของมิตรภาพที่ดีระหว่างจีนกับสหรัฐ  บนความสัมพันธ์ทางการค้าที่มีเหตุผล แต่สถานการณ์ปัจจุบันได้ทำลายคำสัญญาเดิม แต่ยืนยันว่าจะพยายามเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐต่อไป

นอกจากนั้น นายแจ็ค หม่า ยังได้กล่าวที่การประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ที่นครเทียนจินของจีนเมื่อวานนี้ว่า ทุกฝ่ายต้องเตรียมการรับมือกับสงครามการค้าระหว่างสองประเทศที่จะยืดเยื้อต่อไปอีก 20 ปี และจีนควรพุ่งเป้าไปที่การส่งออกตามโครงการ “เส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21” ที่ครอบคลุมทวีปแอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยุโรป

นายแจ็ค หม่า เคยให้สัญญากับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว ว่าจะสร้างงานจำนวน 1 ล้านตำแหน่งผ่านธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐอเมริกาที่จะทำงานร่วมกับเว็บไซต์อาลีบาบา

ขณะที่ นายเจคอบ ปาร์กเกอร์ รองประธานแผนกธุรกิจจีน ของสภาธุรกิจสหรัฐฯ-จีน ระบุว่า ผลกระทบเบื้องต้นในการเก็บภาษีที่สูงขึ้นรอบนี้ จะยังไม่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกในช่วงสองสามเดือนถัดจากนี้ แต่จะกระทบต่อต้นทุนธุรกิจในช่วงระยะกลางและระยะยาว

ขณะที่ผู้ทำธุรกิจจะหาทางออกว่าจะจัดการอย่างไรกับต้นทุนที่สูงขึ้น บางรายอาจผลักภาระไปยังซัพพลายเออร์หรือไปที่ลูกค้า แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการขึ้นภาษีจะทำให้สินค้าที่ผลิตในสหรัฐฯ มีขีดความสามารถในการแข่งขันน้อยลงเมื่อเทียบกับสินค้าญี่ปุ่น หรือยุโรป และจีน ดังนั้นการขึ้นภาษีรอบนี้จึงจะกระทบทั้งผู้บริโภคสหรัฐฯ และบริษัทในสหรัฐฯ

นายปาร์กเกอร์ บอกว่า บริษัทต่างๆ รอดูมาตรการต่างๆ จากภาครัฐสหรัฐฯ ที่จะออกมารองรับผลกระทบกรณีนี้ เพราะเรารู้อย่างแน่นอนว่า รัฐบาลจีนได้มีการหารือกับบริษัทรัฐวิสาหกิจและบริษัทเอกชนเพื่อหามาตรการลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์และบริการจากสหรัฐฯ

แบบนี้ได้เหรอ ภาพอ้างเมียทหาร นำรถข้าราชการมาใช้ขนของส่วนตัว

ภาพว่อนเน็ต อ้างภรรยานายทหาร นำรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ใช้ในราชการทหาร มาไว้ใช้ส่วนตัว ด้านชาวเน็ตเหน็บหากทำได้จะขอยืมบ้าง

วันนี้ (21 ก.ย. 61) มีรายงานว่า ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Bee Piyaporn ได้โพสต์ภาพรถยนต์ขนของคันหนึ่ง พร้อมระบุข้อความว่า เรื่องป้าคนหนึ่ง (ไม่ได้ด่าทหาร หรือ ด่าการเมืองนะ) โพสต์ไว้ให้ชมว่า การนำรถทหารเข้ามาจอดในหมู่บ้านเราที่เป็นพื้นที่ส่วนกลาง เราถ่ายรูปไว้ในฐานะลูกบ้าน ที่จ่ายค่าส่วนกลางมาตลอดสิบกว่าปี

แล้วก็มีป้าที่เป็นเมียทหารมากดกริ่งหน้าบ้าน ถามว่า จะเอาไปร้องเรียนเหรอ.. แล้วก็คุยโม้โอ้อวดว่า เป็นนักการเมืองพรรคเพื่อไทยสนิทกับ เก่ง การุณ ก่อนที่เช้ามาจะด่าเราในกลุ่มไลน์ของหมู่บ้าน ว่า ตอแหล แบบนี้ ป้าต้องเจอ พ.ร.บ.คอมฯ

แต่ที่เราสงสัย อยากรู้จัง รถทหาร หรือกำลังพลทหาร นี่เมียทหารเอามาใช้ได้บ่อยๆ ในงานส่วนตัวได้ด้วยเหรอ ถ้าขอกันได้ง่ายๆ ใช้คล่องๆ แบบนี้ เราจะได้ขอใช้บริการนำรถทหารลงพื้นที่ขนของช่วยผู้ประสบภัยได้สะดวกบ้าง ใครก็ได้บอกเราทียืมรถทหารคันนี้ได้ที่ไหน

ย้อนรอยศึกกำแพงภาษีสหรัฐฯ-จีน

ศึกตั้งกำแพงภาษีระหว่างสหรัฐฯ กับจีนรอบนี้ นับเป็นสงครามการค้าครั้งใหญ่สุดในรอบหลายสิบปี มาย้อนรอยดูว่าสหรัฐฯ และจีนตอบโต้ทางภาษีกันอย่างไร

นับตั้งแต่ต้นปี สหรัฐฯ และจีนประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าตอบโต้กัน 3 รอบ

รอบแรก มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 เดือนกรกฎาคม สหรัฐฯ ได้ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจีนวงเงิน 3 หมื่น 4 พันล้านสหรัฐฯ หรือ 1 ล้าน 1 แสนล้านบาท // และจีนได้ตอบโต้กลับทันทีในวันเดียวกัน ด้วยมูลค่าที่เท่ากัน

รอบที่สอง มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม สหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจีนวงเงิน 1 หมื่น 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5 แสน 2 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการปรับขึ้นภาษีในอัตราร้อยละ 25 // และจีนได้ตอบโต้กลับทันทีในวันเดียวกัน ด้วยมูลค่าที่เท่ากัน

ล่าสุด เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน วงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 6 ล้าน 5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับขึ้นในอัตราร้อยละ 10 ก่อน แล้วจึงจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25 ในช่วงต้นปีหน้า

ร้อนถึงจีนต้องตอบโต้ด้วยการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ วงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1 ล้าน 9 แสน 5 หมื่นล้านบาท การขึ้นภาษีรอบล่าสุดของทั้งสองฝ่ายจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 กันยายนนี้เหมือนกัน

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็ขู่จะขึ้นภาษีอีกรอบสำหรับสินค้าวงเงิน 2 แสน 6 หมื่น 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 8 ล้าน 7 แสนล้านบาท หากจีนตอบโต้ หมายความว่า ในปีนี้ทั้งคู่ตั้งกำแพงภาษีตอบโต้สินค้ากัน ที่มีมูลค่ารวมกันสูงถึง 3 แสน 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 11 ล้าน 6 แสนล้านบาท

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ให้เหตุผลในการเปิดศึกกำแพงภาษีครั้งนี้ว่า เป็นการตอบโต้นโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรมของจีน ซึ่งทำให้สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าจีนราว 3 แสน 7 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 12 ล้านล้านบาท