รื้อวันแรก! ตลาดนัดเจเจกรีน ผู้ค้าลงทะเบียนย้ายออก 1,500 ราย

รื้อวันแรก! ตลาดนัดเจเจกรีน เขตจตุจักร ผู้ค้าลงทะเบียนย้ายออกกว่า 1,500 ราย

วันนี้ ( 20 ก.ย. 61) การรื้อย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่บริเวณตลาดนัดเจเจ กรีน เขตจตุจักร เจ้าหน้าที่สำนักงานก่อสร้างและบูรณะ สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ กว่า 1000 คน พร้อมเครื่องจักรและอุปกรณ์ ประกอบด้วย รถเทรลเลอร์ รถยก รถกระเช้า รถขุดดิน รวม 30-40 คันและอุปกรณ์ตัดเหล็ก เข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายในตลาดนัดเจเจ กรีน เป็นวันแรก เพื่อให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ก่อนส่งพื้นที่คืนให้มูลนิธิอุทยานสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

โดยนายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ในวันนี้ได้ครบกำหนดที่ กทม. แจ้งให้กับบริษัทเอกชน ผู้เช่าสัญญา ตลาดนัดเจเจกรีนต่อจาก กทม. เข้ารื้อถอนทรัพย์สินของตัวเองให้หมดสิ้น และในวันนี้ กทม. พร้อมด้วยสำนักการโยธา สำนักเทศกิจสำนักงานเขตจตุจักร กองอำนวยการรักษาความสงบภายในกรุงเทพฯ ได้เข้ามาดำเนินการรื้อสิ่งปลูกสร้าง ที่ผู้ค้าแจ้งย้ายทรัพย์สินออกไปแล้วทั้งหมด

เบื้องต้นดำเนินการรื้อถอนจำนวน 5 ห้อง และจะรื้อไปเรื่อยๆ ทุกวันจนถึงเวลา 18.00 น. หากผู้ค้าคนใดยังไม่เข้ามาขนย้ายทรัพย์สินของตัวเอง กทม. จำเป็นต้องดำเนินการรื้อย้ายตามขั้นตอน จึงฝากให้ผู้ค้าที่ยังไม่เข้าขนย้ายทรัพย์สินมาดำเนินการให้เรียบร้อย ทั้งนี้ กทม. จะใช้ระยะเวลารื้อทั้งสิ้น 20 วัน และเหลือเวลาเข้าปรับพื้นที่ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย โดยไม่มีหลังคา หรือสิ่งปลูกสร้างใด ส่วนพื้นของตลาดจะต้องหารือกับทางมูลนิธิอีกครั้ง ว่าจะให้คงอยู่ในรูปแบบนี้หรือกลับไปเป็นสภาพเดิม

ด้านคดีความระหว่าง กทม.กับบริษัทเอกชน ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล โดยไม่มีการว่าความหรือฟ้องร้องคดีใหม่ มีเพียงคดีการค้างสัญญาค่าเช่ากับ กทม.เท่านั้น

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน จนถึงปัจจุบัน มีผู้ค้ามาลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ย้ายทรัพย์สินออก ทั้งสิ้น 1,500 ราย และยังสามารถลงทะเบียนได้ต่อเนื่อง เพื่อขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่ แต่ระหว่างรื้อถอน กทม. จำเป็นต้องปิดกั้นพื้นที่ โดยไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เด็ดขาด

ส่วนบรรยากาศภายในตลาดเจเจ กรีน วันนี้ยังพบว่าเจ้าของอาคาร ร้านค้า ยังคงเข้ามาขนย้ายทรัพย์สิน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องใช้ต่างๆ ขึ้นรถบรรทุก รวมถึงนำอุปกรณ์ตัดเหล็กและชิ้นส่วนโครงสร้าง เพื่อเก็บชิ้นส่วนในกรรมสิทธิ์ของตัวเองออกไป

ดร.ธรณ์ เผยเหตุผล กรมประมง เตือนมี ‘แหวนปลาโรนิน’ ถือว่าผิด

เตือนมี ‘แหวนปลาโรนิน’ ถูกปรับ 4 หมื่น หากไม่แจ้งครอบครอง ก่อน 29 พ.ย.นี้ ด้าน ดร.ธรณ์ เผยเหตุเป็นสัตว์คุ้มครอง ครอบครองไม่ได้

จากกรณีที่วานนี้ (19 ก.ย.) นายชลิต สง่างาม จากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ก Chalit Sa Nga Ngam ระบุว่า การรับแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครองให้นำรูปภาพหรือของจริง

ไปแจ้งครอบครองที่สำนักงานประมงจังหวัด ประกอบด้วยแหวนหัวกระเบนท้องน้ำที่มีขายทั่วไป เป็นส่วนหนามบนหัวปลาโรนิน ซึ่งปัจจุบันถูกประกาศ เป็นสัตว์คุ้มครองแล้ว เรื่มวันที่ 30 พ.ย.นี้ จะถูกจับปรับ 40,000 บาท หากไม่มีหนังสือการครอบครอง

ล่าสุด รศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญทางทะเล ให้ข้อมูลว่า ปลากระเบนท้องน้ำ หรือ ปลาโรนิน เป็นปลาฉลามกึ่งกระเบน ซึ่งเป็น 1 จาก 12 ชนิดสัตว์น้ำที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ประกาศกฎกระทรวงกำหนดให้เป็นสัตว์คุ้มครอง

ได้แก่ ปลากระเบนปีศาจครีบโค้ง ,ปลากระเบนปีศาจครีบสั้น ,ปลากระเบนปีศาจแคระ,ปลากระเบนปีศาจหางหนาม ,ปลากระเบนแมนต้าแนวปะการัง ,ปลากระเบนแมนต้ายักษ์ ,ปลากระเบนราหูน้ำจืด หรือปลากระเบนเจ้าพระยา, ปลาโรนิน หรือปลากระเบนท้องน้ำ, ปลาฉนากเขียว, ปลาฉนากปากแหลม ,ปลาฉนากฟันเล็ก และปลาฉนากยักษ์

โดยในกรณีของปลาโรนิน เมื่อปี 2558 ทางสภาปฏิรูปประเทศได้มีความพยายามในการผลักดันให้เป็นสัตว์คุ้มครอง เนื่องจากเป็นปลาที่พบได้ยากมาก เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ทั้งจากถูกตก และประมงอวนลาก ซึ่งในประเทศไทยไม่สามารถที่จะสำรวจจำนวนของปลาโรนินได้แล้ว เพราะไม่สามารถพบได้โดยทั่วไปเหมือนในอดีต อาจพบได้เพียงปีละ 2-3 ครั้งต่อปีในไทย

จับได้แล้ว หนุ่มใส่เข็มในสตรอเบอร์รี่ที่ออสเตรเลีย ทำขายไม่ออก จนเกษตรกรเดือดร้อน

จับได้แล้วโจ๋แสบเสียบเข็มเย็บผ้าในสตรอเบอร์รี่ จนเกิดความหวาดผวาหนักทั่วออสเตรเลีย อ้างทำไปเพราะคึกคะนอง

ความคืบหน้าจากเหตุการณ์ชวนผวา หลังมีภาพเข็มเย็บผ้าซุกในสตรอเบอร์รี่ผลไม้ขึ้นชื่อของออสเตรเลีย ก่อนส่งผลทำให้ประชาชนในหลายรัฐเกิดความวิตกกังวลไม่กล้าบริโภค ก่อนที่ทางการจะประกาศเร่งล่าตัวคนก่อเหตุมาดำเนินคดีเพราะก่อให้เกิดความเดือดร้อนเป็นวงกว้างโดยเฉพาะเกษตรผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่ที่เดือดร้อนอย่างหนักเพราะขายไม่ออกนั้น

วานนี้ (19 ก.ย. 2561) สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ทางการของออสเตรเลียได้มีการสืบสวน สอบสวนและจับกุมคนก่อเหตุดังกล่าวได้แล้ว โดยเป็นวัยรุ่นรายหนึ่งที่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ ซึ่งเขารับสารภาพว่า เป็นผู้ใส่เข็มเข้าไปในผลสตรอเบอร์รี่ จนส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกด้านความปลอดภัยทางอาหารไปทั่วทั้งออสเตรเลีย  ส่วนเหตุที่เขาทำไปนั้นเพราะเกิดจากความคึกคะนอง

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวไว้สอบสวน ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งโทษสูงสุดเกี่ยวกับความปลอดภัยทางอาหารของอสเตรเลียมีโทษจำคุกถึง 10 ปีเลยทีเดียว