ออมสิน จับมือ ซีพีออลล์-เคาน์เตอร์เซอร์วิส เปิดฝากเงินผ่านเซเว่นอีเลฟเว่น

ออมสิน จับมือ ซีพีออลล์-เคาน์เตอร์เซอร์วิส ทำโครงการส่งเสริมการออมสำหรับเยาวชน “เด็กดี ออมฟรี 24 ชั่วโมง” เปิดฝากเงินผ่านเซเว่นอีเลฟเว่น

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยกาธนาคารออมสิน กล่าวว่า ตามที่ธนาคารออมสินในฐานะเป็นสถาบันการเงินเพื่อการออมของประเทศ มีบทบาทในการส่งเสริมการออมให้กับประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะการส่งเสริมการออม และสร้างวินัยทางการเงิน รวมถึงการจัดกิจกรรมเพื่อปลูกจิตสำนึกรักการออมให้กับเด็กและเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง

อาทิ วันเด็กแห่งชาติ วันออมสิน (1 เมษายน) วันออมแห่งชาติ (31 ตุลาคม) และโครงการสำคัญอย่าง “โครงการธนาคารโรงเรียนธนาคารออมสิน” ธนาคารจำลองในโรงเรียน หรือสถานศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาเป็นผู้ดำเนินการด้วยตนเอง ภายใต้การดูแลของธนาคารออมสินสาขา

ปัจจุบันมีโรงเรียนที่เป็นสมาชิกธนาคารโรงเรียนกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งในปี 2559 ที่ผ่านมาธนาคารมีแนวนโยบายในการบริหารงานแบบ Customer Centric โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

ธนาคารออมสินจึงได้เปิดตัวธนาคารโรงเรียนรูปแบบใหม่ เป็นธนาคารโรงเรียนเสมือนจริงในรูปแบบเครือข่ายสังคมออนไลน์แบบสามมิติ หรือที่เรียกว่า Virtual School Bank ถือเป็นพัฒนาการธนาคารโรงเรียนไปอีกขั้นเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในยุค Digital

“ความร่วมมือระหว่าง ธนาคารออมสิน ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันจัดทำโครงการเพื่อสังคม คือ โครงการส่งเสริมการออมสำหรับเยาวชน “เด็กดี ออมฟรี 24 ชั่วโมง” ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสถือเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายและช่องทางการออมได้มากยิ่งขึ้น

โดยสามารถออมหรือฝากเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง และช่องทางของการออมโดยเฉพาะผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสที่มีถึง 13,000 สาขาทั่วประเทศ โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมในการใช้บริการฝากเงินสำหรับเด็กและเยาวชนอายุ 7-20 ปี จึงถือเป็นอีกหนึ่งโครงการความร่วมมือครั้งใหญ่ขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ หรือเริ่มใช้บริการดังกล่าวได้ ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป ซึ่งตรงกับวันออมแห่งชาติด้วย

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทางบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ร่วมมือกับ ธนาคารออมสิน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของการออม โดยเฉพาะการปลูกฝังวินัยรักการออมให้กับเยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ

เพื่อสร้างความมั่นคงและสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการออมสำหรับเยาวชน “เด็กดี ออมฟรี 24 ชั่วโมง” ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส โดยเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 7-20 ปี ออมเงินได้ตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการฝากเงิน

นายวีรเดช อัครผลพานิช รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า นอกจากโครงการส่งเสริมการออมสำหรับเยาวชน “เด็กดี ออมฟรี24 ชั่วโมง” ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ยังมีความร่วมมือระยะที่ 2

ซึ่งถือเป็นความร่วมมือทางธุรกิจ ในด้านให้บริการฝาก-ถอนเงินสด ผ่านแอปพลิเคชัน Mobile Banking (MyMo) ของธนาคารออมสิน ณ จุดให้บริการเคาน์เตอร์เซอร์วิสโดยลูกค้าธนาคารออมสินใช้บริการฝากเงินสดได้ทุกช่วงอายุ

โดยมียอดฝากสูงสุด 30,000 บาทต่อรายการสามารถฝากเงินสดได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงและสำหรับการให้บริการถอนเงินสดผ่าน MyMo My Card ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

ลูกค้าของธนาคารออมสินสามารถถอนได้ตั้งแต่ 1 – 5,000 บาทในช่วงเวลา 08.00- 22.00 น.โดย คิดค่าธรรมเนียม 15 บาทต่อรายการ ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าของธนาคารมากยิ่งขึ้น

มหากาฬ ปมโกงเงินคนพิการ รัฐเสียหาย 1,500 ล้าน ก.แรงงานเร่งสอบ

มหากาฬ กรณีโกงเงินคนพิการ รัฐเสียหาย 1,500 ล้าน กระทรวงแรงงานเร่งสอบ

วันที่ 19 ก.ย. 2561 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ นายปรีดา ลิ้มนนทกุล ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กรมสืบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อขอให้ดำเนินคดี ต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิ และปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อเงินส่งเสริมผู้พิการ พร้อมยื่นหลักฐานชี้เจ้าหน้าที่รัฐมีพฤติกรรม ที่ชี้แจงละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หลายกรณี มูลค่าความเสียหาย 1,500 ล้านบาททั่วประเทศต่อปี

โดยนายปรีดา ยก 1 ในกรณีการทุจริจเงินสนับสนุนผู้พิการใน จ.สมุทรสาคร โดยผู้ปกครองของผู้พิการรายหนึ่ง ถูกผู้นำคนพิการในจังหวัดดังกล่าว ชักจูงให้รวมแสงเข้าโครงการมูลค่า 109,500 บาท แต่ว่าทางครอบครัวผู้พิการได้รับเงินเพียงแค่ 2,000 บาทเท่านั้น ซึ่งมีสาเหตุมาจากผู้พิการทั่วประเทศน้อยคนนักที่จะทราบถึงสิทธิ์ของตนเอง ซึ่งมีกรณีคล้ายกันอยู่ทั่วประเทศไทย โดยวงจรคอรัปชั่นนี้มีผู้เกี่ยวข้องถึง 4 ส่วน ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงผู้พิการที่ถูกละเมิดด้วยเช่นกัน ซึ่งแต่ละส่วนอาจมีบุคคลที่มีอำนาจมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ดังนั้นดีเอสไอจึงน่าจะให้ความช่วยเหลือในคดีนี้ได้

ทั้งนี้ ได้มีการอธิบายถึงนโยบายของรัฐ ที่ส่งเสริมให้คนพิการมีงานทำสามารถพึ่งพาตัวเองได้ไม่เป็นภาระแก่สังคมจึงมี พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2550 ในมาตรา 33 กำหนด ให้สถานประกอบการที่มีการจ้างงานตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปต้องจ้างคนพิการ 1 คน หากสถานประกอบการใดไม่สะดวกจะจ้างงานคนพิการตามมาตรา 35 กำหนดให้จ่ายเงินสมทบเพื่อเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตามสัดส่วนที่ต้องจ้างจริง

อย่างไรก็ตาม มีการตรวจพบว่าคนพิการได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ตามมาตรา 33 ระบุตัวเลขคนพิการถูกจ้างงานจำนวน 25,000 คน แต่มีการทำงานจริงแค่ 20,000 คน ส่วนที่เหลืออีก 5,000 คนที่ว่างงาน ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิได้รับสวัสดิการการจ้างงานเดือนละ 9,500 บาทดังกล่าว จึงถูกสมาคมคนพิการและมูลนิธิช่วยเหลือคนพิการ หักหัวคิวโดยจ่ายให้คนพิการเพียงเดือนละ 500 – 3,000 บาท ทำให้เกิดความเสียหายมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี โดยการทุจริตเงินคนพิการจาก มาตรา 33 และ 35 สร้างความเสียหายถึง 1,500 ล้านบาททั่วประเทศต่อปี ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่ง มาจากคนพิการไม่รู้สิทธิของตัวเอง

-กระทรวงแรงงานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ปมทุจริตโกงเงินคนพิการอย่างละเอียด

ในเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. ทางด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีนายปรีดา ลิ้มนนทกุล ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการ ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิและปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมกับคนพิการตามมาตรา 33 ที่กำหนดให้มีการจ้างงานคนพิการดังกล่าว โดยจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จในส่วนที่กระทรวงแรงงานรับผิดชอบอย่างละเอียด คาดว่าจะมีความคืบหน้าภายใน 15 วันหลังจากนี้

บุกจับชายพิการคาบ้านเช่า หลังเปิดขายใบกระท่อมเป็นรายได้เสริม

ตำรวจหาดใหญ่ จ.สงขลา บุกรวบ ‘หลวงบ่าว’ พิการขาลีบ ลอบขายใบกระท่อมและยาแก้ไอ เป็นรายได้เสริม

วันนี้ (19 ก.ย.61) พ.ต.ท.ธนวัต เส้งสุย รอง ผกก.สส.สภ.หาดใหญ่ และร.ต.ต.ธนศักดิ์ บริรักษ์นรากุล รองสวป.หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดสภ.หาดใหญ่ร่วมกับชุดปราบปรามยาเสพติดภาค9 จู่โจมเข้าจับกุม นายสมชาย ศรีชาย อายุ 49 ปี หรือหลวงบ่าว เอเย่นจำหน่ายใบกระท่อมและยาแก้ไอในพื้นที่ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

โดยจับกุมได้ขณะกำลังขับรถเก๋งออกจากบ้านพักของตัวเองภายในซอยรัษฎาภิเษก หมู่5 ต.ควนลัง จากการตรวจค้นภายในบ้านพบยาแก้ไอ96 ขวด ใบกระท่อม12 กิโลกรัม ยาแก้ไอที่แบ่งใส่ถุงขาย9 ถุงและอาวุธปืน 9 มม.พร้อมกระสุน6 นัด

จากการสอบสวน นายสมชาย หรือหลวงบ่าว ซึ่งพิการขาลีบมาตั้งแต่กำเนิดและยังเป็นเจ้าของบ้านเช่าอีก5หลังซึ่งเป็นห้องแถวอยู่ติดกับบ้านพักของตัวเอง ให้การว่าขายใบกระท่อมและยาแก้ไอมา6 เดือนเริ่มจากซื้อมากินเอง แต่เมื่อเห็นว่ารายได้ดีก็หันมาขายเองเป็นรายได้เสริมนอกจากบ้านเช่าที่มีอยู่ โดยซื้อมาจากนายบ่าว ที่จะมาส่งให้ถึงบ้าน

สำหรับใบกระท่อมซื้อมากิโลกรัมละ 350 บาท และนำมาแบ่งขายปลีกทั้งมัดละ50บาท 80 บาทและมัดละ100 บาท ส่วนยาแก้ไอขายขวดละ120บาทและ160 บาทแล้วแต่ขนาด ลูกค้าก็จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ต.ควนลัง ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมก็มีวัยรุ่นขับรถจักรยานยนต์ผ่านไปมาตลอดเวลา