ตำรวจแจงแล้ว ปมรถเปิดเลนใหม่ ทำวิ่งต่อกันเป็นวันเวย์

กลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ แจงแล้วปมคนเปิดเลนเลี้ยวตัดกระแสรถทางตรง บังคับเหมือนให้เป็นรถวิ่งทางเดียว

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก   Pattawan Mild ได้มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ การจราจรบนถนนแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ที่เจ้าตัวขับรถมาถูกทาง แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นคนผิดเสียเอง เนื่องจากมีคนเปิดเลนใช้อีกทางเป็นทางวันเวย์ ทั้งๆ ที่เวลานั้นไม่ได้มีป้ายหรือเครื่องหมายว่าเส้นทางดังกล่าวให้เดินรถช่องทางเดียวแต่อย่างใด

ภาพก่อนเป็นข่าว

ล่าสุด เพจ กลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการโพสต์ข้อความชี้แจงและแนวทางการแก้ปัญหาการจราจรบริวเฯดังกล่าว โดยระบุว่า ตามที่ปรากฎในโลกโซเชี่ยลเรื่องการเปิดเลนเลี้ยวเข้าโรงเรียนตัดกระแสรถทางตรงถนนสายแก้วนวรัฐ

ทางกลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการประชาสัมพันธ์ผู้ปกครองและขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎจราจรและได้มีการวางกรวยยางบังคับการเดินรถ เพื่อให้มีปลอดภัยและเป็นระเบียบมากขึ้น ขอความร่วมมือการปฏิบัติกฏจราจรเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร่วมกันครับ

ภาพหลังจากเป็นข่าว

ยาไอซ์ ทะลักเข้าเมืองสตูล 822 กิโลกรัม เชื่อมุ่งหน้าผ่านไปยังประเทศที่สาม

ยาไอซ์ ทะลักเข้าเมืองชายแดนสตูลร่วม 822 กิโลกรัม ในรอบปี 2561 สืบสวนพบเครือข่ายเดียวกันจากอีสานลงใต้ แกะรอยทราบตัวการแล้วเชื่อมุ่งหน้าผ่านไปยังประเทศที่สาม

วันนี้ (19 ก.ย. 61) ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกันแถลงข่าวหลังการตรวจยึดไอซ์ จำนวน 279 กิโลกรัม หลังมีการบูรณการทำงานร่วมกันหลายฝ่ายทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร ในพื้นที่ทำการสืบสวนกลุ่มผู้ลักลอบค้ายาเสพติด เนื่องจากมีข้อมูลทางการสืบสวนทราบว่ากลุ่มผู้ค้ายาเสพติดได้ลักลอบนำยาเสพติดประเภทยาไอซ์เข้ามาซุกซ่อนในพื้นที่สตูล เพื่อส่งต่อไปประเทศเพื่อนบ้าน

จนกระทั่งทราบว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจากพื้นที่ภาคอีสานได้ลักลอบนำยาไอซ์จำนวนมาลงทางใต้เข้าพื้นที่ จ.สตูล จึงทำการสืบสวนกระทั่งพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีบรอน ทะเบียน ตส.1019 กรุงเทพฯ จอดอยู่ริมทางเข้าบ้านร้าง สายบ้านผัง 10 – บ้านผัง 11 หมู่ที่ 4 ต.นิคมพัฒนา อ.มะนัง ตรวจสอบภายในรถพบยาเสพติด (ยาไอซ์) จำนวนมากซุกซ่อนตามซอกต่างๆ ของรถยนต์กระบะ จำนวน 279 กิโลกรัม มูลค่า 139,500,000 บาท

ทั้งนี้ เชื่อได้ว่า ผู้กระทำผิดต้องการดัดแปลงรถเพื่อใช้ในการกระทำความผิดไม่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ และจากการสืบสวนทราบว่า ผู้กระทำความผิดในครั้งนี้ ลักลอบนำยาเสพติดจากภาคอีสานเข้ามาซุกซ่อนในพื้นที่ จ.สตูล เพื่อส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนี้ได้มีการแกะรอยจากกล้องวงจรปิด และโทรศัพท์ทราบเบาะแส และเร่งเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในการออกหมายจับ

ซึ่งก่อนหน้านี้ พื้นที่จ.สตูล สามารถตรวจยึดและจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาไอซ์ได้ เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 61 จำนวน 95 กิโลกรัม ถัดมาไม่นานมีชาวบ้านแจ้งมีคนนำยาไอซ์จำนวนมหาศาลมาซุกซ่อนไว้ในทางเข้าส่วนยางพาราใกล้ด่านศุลกากรตำรวจทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 61 จำนวน 14 กระสอบ น้ำหนัก 448 กิโลกรัม มูลค่าครั้งนี้ 500 ล้านบาท

สหรัฐ-จีน ตอบโต้เดือด ขึ้นภาษีสินค้ารอบ 3 ของปีนี้

จีนประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ วงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ตอบโต้สหรัฐฯ ที่ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

จีนประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ วงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1 ล้าน 9 แสน 5 หมื่นล้านบาท เมื่อวานนี้ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน วงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ นับเป็นการยกระดับสงครามการค้าระหว่างกันให้รุนแรงขึ้น

โดยกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า การขึ้นกำแพงภาษีนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 กันยายน ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าจากจีน ที่ครอบคลุมสินค้าเกือบ 6 พันรายการ

จีนระบุก่อนหน้านี้ว่า จำเป็นต้องตอบโต้มาตรการภาษีล่าสุดของสหรัฐฯ เนื่องจากไม่มีทางเลือกอื่น โดยหวังว่าสหรัฐฯ จะเปลี่ยนพฤติกรรม

การขึ้นภาษีสินค้าจากจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 6 ล้าน 5 แสนล้านบาทรอบนี้ จะเริ่มจากขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ก่อน แล้วจะเพิ่มขึ้นเป็น 25 เปอร์เซ็นต์ช่วงต้นปีหน้า หรือจนกว่าทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เตือนผ่านแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า หากตอบโต้มาตการภาษีที่สหรัฐฯ ขึ้นรอบนี้อีก สหรัฐฯ ก็จะเตรียมขึ้นภาษีอีกระลอกต่อสินค้าวงเงิน 2 แสน 6 หมื่น 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 8 ล้าน 7 แสนล้านบาท

การขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจีนของสหรัฐฯ ครั้งนี้ เป็นรอบที่ 3 ของปี หลังจากเมื่อเดือนกรกฎาคม สหรัฐฯ ได้ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจีนวงเงิน 3 หมื่น 4 พันล้านสหรัฐฯ หรือ 1 ล้าน 1 แสนบาท

และเมื่อเดือนที่แล้วก็ได้ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจีนวงเงิน 1 หมื่น 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5 แสน 2 หมื่นล้านบาท ในอัตราร้อยละ 25

แต่สำหรับมาตรการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนรอบล่าสุดนี้หมายความว่า สินค้าจีนที่นำเข้าสหรัฐฯ ราวครึ่งหนึ่งต้องเจอกับอัตราภาษีใหม่ และต่างจากการขึ้นภาษีรอบที่ผ่านมา เพราะมีรายการสินค้าอุปโภคบริโภครวมอยู่ด้วย อาทิ กระเป๋าเดินทาง, กระเป๋าถือ, เฟอร์นิเจอร์, กระดาษชำระ และขนสัตว์ การขึ้นสินค้ารอบนี้อาจทำให้ประชาชนสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบโดยตรง

สาเหตุที่นายทรัมป์ขึ้นภาษีจีนหลายระลอกนั้น เขาระบุว่า เป็นการตอบโต้นโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรมของจีน และในทางทฤษฎี หากขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจีนแล้ว อาจทำให้สินค้าที่ผลิตในสหรัฐฯ ถูกกว่าสินค้านำเข้า และอาจทำให้ผู้คนหันมาบริโภคสินค้าในประเทศ เพื่อผลักดันให้ธุรกิจและเศรษฐกิจในประเทศโตขึ้น ทั้งยังหวังว่าจะสามารถบีบให้รัฐบาลจีนปรับเปลี่ยนนโยบาย