ย้ายเจ้าหน้าที่ ทอท.ปล่อยแฟนคลับ ‘อีจงซอก’ เข้าเขตหวงห้าม

มีคำสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ ทอท. 1 คน หลังเกิดกรณีแฟนคลับศิลปินเกาหลีเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามในสนามบินสุวรรณภูมิ

นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีมีหญิงสาวปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าไปในเขตหวงห้ามของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรอรับนักร้องเกาหลี อีจงซอก ว่า ทอท. ได้แจ้งความดำเนินคดีผู้กระทำความผิด 4 คน คือ เด็กที่ปลอมตัว 2 คน และเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรอีก 2 คนคือ คนที่เป็นเจ้าของบัตร และบุคคลที่นำพาเด็ก 2 คนเข้าไปยังพื้นที่หวงห้าม

โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ออกหมายเรียกเชิญทั้ง 4 คนมาสอบสวน ซึ่งได้สอบสวนเด็กไปแล้ว 1 คน อีก 1 คนอยู่ระหว่างประสานวันเดินทางมา ส่วนเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ทั้ง 2 คน มีนัดที่จะมาให้ข้อเท็จจริงที่ สภ.ในช่วงบ่ายของวันนี้ (19 ก.ย.)

นอกจากนี้ ทอท.ยังได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ของ ทอท. 1 คน ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยจุดผ่านเข้าออกพื้นที่หวงห้าม บริเวณที่เด็กทั้ง 2 คนผ่านเข้าไปด้วย เพราะพบว่าเจ้าหน้าที่ ทอท.คนดังกล่าวทำงานหละหลวมปล่อยให้เด็กทั้ง 2 คนผ่านเข้าไปยังเขตหวงห้ามได้ โดยไม่มีการตรวจสอบความถูกต้องของบัตร คาดว่าจะใช้เวลาสอบข้อเท็จจริงประมาณ 10 วัน หากพบว่าประมาทเลินเล่อ ทอท.จะลงโทษเด็ดขาดต่อไป เบื้องต้นได้สั่งย้ายเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวออกไปจากพื้นที่เกิดเหตุแล้ว โดยให้ไปประจำอยู่ในพื้นที่ส่วนภายนอกแทน

นายกิตติพงศ์ กล่าวยอมรับว่า ที่ผ่านมา ทอท. เข้มงวดน้อยไปในการตรวจสอบความถูกต้องของบัตรของหน่วยราชการที่เข้าพื้นที่หวงห้าม เพราะมีราชการหลายหน่วยงานที่ทำงานภายในสนามบิน ซึ่งหลังจากนี้ ทอท.จะตรวจเข้มงวดมากขึ้น พร้อมเตรียมนำระบบการตรวจสอบความปลอดภัยระบบใหม่มาใช้ ณ จุดที่เข้าและออกของสต๊าฟภายในสนามบิน

ล่าสุดมีรายงานว่า ในวันนี้ (19 ก.ย.) เวลา 08.30-10.00 น. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะแถลงข่าวถึงมาตรการการรักษาความปลอดภัยและการเข้าพื้นที่เขตหวงห้ามท่าอากาศยาน โดยมี รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นผู้ชี้แจง

สื่อนอกตีข่าว นักโทษชาวไทยคดีค้านอแรด ถูกปล่อยตัวจากคุกแอฟริกาแล้ว

นักโทษชาวไทยในคดีค้านอแรด ถูกปล่อยตัวจากคุกแอฟริกาแล้ว หลังถูกคุมขังแค่ 6 ปี จากโทษคุก 40 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ทางการของแอฟริกา ได้มีการปล่อยตัว นายจำลอง แหลมทองไทย นักโทษชาวไทยที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำของประเทศแล้ว หลังเขาถูกตัดสินจำคุกในคดีค้านอแรดให้แก่ตลาดมืดในหลายประเทศในทวีปเอเชียเป็นเวลา 40 ปี แต่ถูกจองจำเพียง 6 ปีเท่านั้น โดยรายงานเผยว่าทันทีที่นายจำลอง ได้รับการปล่อยตัว เขาก็ได้เดินทางกลับประเทศไทยทันที

ทั้งนี้หลังจากข่าวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ได้สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มฮิวเมนโซไซตี้อินเตอร์เนชันแนลเป็นอย่างมาก โดยนางสาวออเดรย์ เดลซิงค์ ผู้อำนวยการองค์กรดังกล่าวได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า

การปล่อยตัวนายจำลองครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องน่าละอายมาก ที่ทำให้การเอาจริงเอาจังหาคนผิดมาลงโทษกลายเป็นเรื่องตลก ทั้งยังส่งสารชัดเจนว่า นายพรานตัวใหญ่ที่เป็นเครือข่ายขบวนการลักลอบล่าสัตว์ป่ายังไงก็ได้รับการผ่อนผัน

สำหรับการลักลอบค้านอแรดของนายจำลอง จะกระทำโดยการว่าจ้างหญิงขายบริการชาวไทยปลอมตัวเป็นนักล่าสัตว์ร่วมล่าชิงถ้วยถูกต้องตามกฎหมายในจังหวัดนอร์ทเวสต์ ที่ทางการอนุญาตให้ยิงแรดได้จำนวนหนึ่ง เมื่อนักล่ามืออาชีพยิงแรดได้แล้วเครือข่ายค้าสัตว์ป่าของนายจำลองซึ่งมีฐานปฏิบัติการในลาว ก็ใช้เอกสารปลอมขนนอแรดออกไปอ้างว่าเป็นรางวัลจากการล่า

จากนั้นจะนำไปขายในตลาดยาแผนโบราณของเอเชีย และหลังการจับกุมนายจำลองได้รับสารภาพว่า ได้ว่าจ้างให้ผู้อื่นฆ่าแรด เพื่อเอานอไปจำหน่ายต่อ โดยลูกค้าส่วนใหญ่ มักนำนอแรดไปสกัดเป็นยารักษาโรค จนถูกตัดสินจำคุก 40 ปี ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวออกมาดังกล่าวหลังชดใช้โทษอยู่ในเรือนจำแค่ 6 ปีเท่านั้น

ภาพจาก  Urban Jungles Radio

​เตือนเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออก แพร่ระบาด กทม.

​เตือนเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออก แพร่ระบาดในกรุงเทพมหานคร

วันนี้(19 ก.ย.) พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแถลงข่าวถึงกรณีการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกว่า เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกชุกในพื้นที่กรุงเทพฯ ต่อเนื่อง โดยรายงานพบมีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 5 ราย และพบหลายเขตประกาศเป็นพื้นที่ระบาด ส่งผลให้ไข้เลือดออกแพร่ระบาด โดยในเฉพาะเขตหนองจอก ห้วยขวาง บางกะปิ และคลองสามวา จึงกำชับให้สำนักอนามัยเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงดำเนินตามมาตรการควบคุมอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการฉีดพ่นยากันยุง เพื่อทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย

ด้าน นายแพทย์เมธิพจน์ ชาตะเมธีกุล ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคติดต่อสำนักอนามัย กทม.เปิดเผยสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพฯปี 2561 ว่า พบผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสมจำนวน 5,899 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตจำนวน 5 ราย ซึ่งผู้เสียชีวิตอยู่ในกลุ่มคนวัยทำงานทั้งสิ้น

ส่วนในปี 2560 ที่ผ่านมามีจำนวนผู้ป่วยตลอดทั้งปีรวม 9,368 ราย มีผู้เสียชีวิตรวม 6 ราย ซึ่งแนวโน้มผู้ป่วยในปีนี้ มีการคาดการณ์จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับพื้นที่เขตหนองจอกเป็นพื้นที่ในระยะ 1 เดือน ที่ผ่านมาที่มีผู้ป่วยมากที่สุด ซึ่งจากการสอบสวนโรคพบเป็นพื้นที่กว้างและมีแหล่งน้ำขังหลายแห่ง อีกทั้งชุมชนบางพื้นที่มีการทิ้งขยะหมักหมมในบริเวณบ้าน ซึ่งเมื่อฝนตกเกิดน้ำท่วมขังจึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายได้จำนวนมาก

สำหรับการป้องกันนั้น กทม.มีมาตรการเฝ้าระวังควบคุมโรคโดยใช้ทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็วลงดำเนินการสอบสวนการระบาดทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทั้งในบ้านและบริเวณรอบบ้านพ่นสารเคมีกำจัดยุงตัวเต็มวัยในรัศมี 100 เมตร รอบบ้านผู้ป่วยภายใน 24 ชั่วโมง และจะลงพื้นที่เฝ้าระวังต่อเนื่องไปอีก 5 ครั้งเพื่อให้ควบคุมโรคเกิดประสิทธิภาพสูงสุด