นักประดาน้ำถ้ำหลวง ยื่นฟ้องฐานหมิ่นประมาท “อีลอน มัสก์”

เวอร์นอน อันสเวิร์ธ นักสำรวจชาวอังกฤษยื่นฟ้อง อีลอน มัสก์ ฐานหมิ่นประมาท

นายอีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา ถูกนายเวอร์นอน อันสเวิร์ธ นักสำรวจชาวอังกฤษยื่นฟ้องฐานหมิ่นประมาท และเรียกค่าเสียหายราว 2.44 ล้านบาท หลังกล่าวหานายอันสเวิร์ธซึ่งเป็นหนึ่งในทีมช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมเยาวชนหมูป่าออกจากถ้ำหลวงในไทยเมื่อเดือนกรกฏาคม ว่ามีพฤติกรรม “ใคร่เด็ก” ผ่านทวิตเตอร์ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม คำฟ้องระบุว่า มัสก์มีเจตนาทำลายชื่อเสียงของอันสเวิร์ธ ด้วยการกล่าวหาและเผยแพร่ข้อความกล่าวหา ซึ่งไม่มีมูลความจริง

ความขัดแย้งระหว่างทั้ง 2 คน ตกเป็นข่าวไปทั่วโลก หลังอันสเวิร์ธกล่าววิจารณ์การที่มัสก์และทีมงานส่งยานแคปซูลให้กับรัฐบาลไทยว่า เป็นเพียงการประชาสัมพันธ์ เพื่อเรียกร้องความสนใจ และมัสก์ไม่มีความเข้าใจเรื่องโครงสร้างของถ้ำ ทำให้มัสก์ทวิตข้อความตอบโต้ดังกล่าว ก่อนที่จะกล่าวขอโทษในภายหลัง

ล็อกตัวหนุ่มไทย ก่อเหตุอาละวาดบนเครื่อง ฉุน ตม.เกาหลีไม่ให้เข้าประเทศ

เจ้าหน้าที่ล็อกตัวหนุ่มไทยอาละวาดบนเครื่อง หลังไม่พอใจ ตม.เกาหลีไม่ให้เข้าประเทศ

วันนี้(18 ก.ย.) สถานีโทรทัศน์ JTBC ของเกาหลีใต้ได้เผยแพร่คลิปภาพเหตุการณ์บนเครื่องบิน มีผู้โดยสารชายโวยวายและอาละวาดเสียงดัง ขณะที่เครื่องบินกำลังแท็กซี่ไปยังรันเวย์ เพื่อบินออกจากสนามบิน ท้ายที่สุดต้องวนกลับไปยังอาคารผู้โดยสาร เพื่อนำตัวชายคนดังกล่าวส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา บนสายเที่ยวบินเวลา 19.55 น. สายการบินจินแอร์ ที่กำลังออกจากสนามบินนานาชาติอินชอน เพื่อมุ่งหน้ามายังสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย แต่ปรากฏช่วงที่เครื่องบินกำลังจะไปยังรันเวย์ มีชายผู้โดยสารคนหนึ่งเอะอะโวยวายเสียงดัง ทำให้ลูกเรือและผู้โดยสารบางส่วนต้องช่วยเหลือจับตัวเอาไว้

โดยสื่อเกาหลีใต้ เผยว่า ชายคนดังกล่าวเป็นชาวไทย อายุประมาณ 30 ปี เป็นผู้โดยสารที่ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทำการสอบสวนและกักตัวเอาไว้ ก่อนจะผลักดันให้กลับประเทศไทย เนื่องจากผลว่ามีวัตถุประสงค์ไม่แน่ชัดในการเดินทางมาเกาหลีใต้

หลังจากที่มีการดำเนินการส่งตัวขึ้นเครื่องบินลำดังกล่าวแล้ว ชายคนดังกล่าวได้ออกอาละวาด เพราะเชื่อว่าเมื่อเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยอาจจะถูกดำเนินคดีด้วย ในท้ายที่สุดชายคนดังกล่าวจึงถูกนำตัวส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสนามบินอินชอนควบคุมดำเนินคดีตามกฎหมายท้องถิ่นต่อไป

ที่มา khan.co.kr

รพ.ชัยนาทแถลงแล้ว ปม น้องวิว เด็กหญิงปวดท้องจนเสียชีวิต

โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร ยอมรับผิด เหตุน้องวิวเด็กหญิง ป.5 เสียชีวิต ชี้ไม่ระบุชื่อแพทย์เพราะต้องการรักษาขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ ส่วนสาเหตุการตายต้องขอรอผลตรวจเนื้อเยื่อ 2 สัปดาห์

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า วันนี้ (18 กันยายน 2561) นายแพทย์ถาวร สายสวรรค์ รอง ผอ.ด้านบริการปฐมภูมิ และนายแพทย์ทนงศักดิ์ หอมทรัพย์ รอง ผอ.ฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร ได้ออกแถลงข่าวกรณีที่ นางดุษฎี นิ่มพวง คุณยายของ น้องวิว เด็กหญิงภคพร ลือพักตร์ อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 ร้องสื่อ หลังติดใจในสาเหตุของการตายของน้อง จากการเข้ารับรักษาอาการปวดท้องในโรงพยาบาลดังกล่าวได้เพียง 1 วัน ว่า

โรงพยาบาลขอชี้แจงถึงกรณีข้อสงสัยของญาติน้องวิวใน 2 ข้อสงสัย โดยข้อแรกเรื่องของการไม่ระบุชื่อแพทย์ผู้ให้การรักษาก่อนตาย ที่ญาติกังวลว่า จะเป็นการหนีปัญหาปัดความรับผิดชอบนั้น นพ.ถาวร ยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความผิดพลาดจริง และต้องขอโทษที่ทำให้ญาติของน้องวิวไม่สบายใจ

แต่แพทย์ผู้รักษาในวันนั้นสามารถตามตัวได้จากตารางการเข้าเวร แต่ทางโรงพยาบาลขอปกปิกชื่อแพทย์ท่านดังกล่าวไว้ เพื่อรักษาขวัญกำลังใจของคนทำงาน

ส่วนข้อที่ 2 เรื่องของสาเหตุการตาย ที่ในใบรับรองการตายไม่ระบุไว้นั้น ก็เพราะแพทย์ยังตรวจไม่พบเชื้อโรคจากการตรวจเลือด จึงยังไม่สามารถฟันธงชี้ชัดได้ อีกทั้งเพื่อใช้เป็นเหตุผลประกอบการส่งศพไปผ่าตรวจพิสูจน์โดยละเอียดด้วย

โดยเบื้องต้นทางโรงพยาบาลจะได้รับผลการตรวจเลือดและเนื้อเยื่อที่ส่งไปตรวจในแล็บที่กรุงเทพมหานคร ภายใน 2 สัปดาห์นี้จึงจะสามารถฟันธงได้ว่าน้องวิวเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด