สุดช้ำ! แม่ร้องปวีณา ลูกสาววัย 4 ขวบ ถูกนักเรียน ม.2 ทำอนาจารในห้องน้ำโรงเรียน

สุดช้ำ! แม่ร้องปวีณา ลูกสาววัย 4 ขวบ ถูกนักเรียน ม.2 ทำอนาจารในห้องน้ำโรงเรียน

วันนี้ (18 ก.ย. 61) มีรายงานว่า นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี เดินมาตรวจสอบความคืบหน้าคดี หลังได้รับการร้องเรียนจาก คุณแม่เด็กหญิงอนุบาลวัย 4 ขวบ ถูกรุ่นพี่ชั้น ม.2 กระทำอนาจาร ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ให้การต้อนรับ และร่วมรับฟังแถลงการ

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก นางโม (นามสมมติ) อายุ 41 ปี ได้รับแจ้งจากคุณครูประจำชั้นของ น้องแนน (นามสมมติ) บุตรสาวคนเล็กวัย 4 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1 ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่าบุตรสาวมีเลือดออกบริเวณกางเกงในให้มาตรวจสอบด่วน เมื่อมาถึงพบบุตรสาวอยู่ในอาการตกใจและหวาดกลัว นางโม จึงเค้นสอบถามอยู่นานจน น้องแนน เอ่ยพูดว่า “พี่ทำหนู พี่เอามีดมาทิ่มหนู” พร้อมพา นางโม และคุณครูประจำชั้นเดินทางไปยังห้องน้ำหลังโรงเรียนซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ

โดยเล่าอีกว่า ระหว่างน้องแนนเดินมาเข้าห้องน้ำ ได้พบรุ่นพี่ระดับชั้น ม.2 เป็นนักเรียนชายจำนวน 3 คน ยืนอยู่หน้าห้องน้ำ จากนั้นได้ผลักน้องแนนเข้าไปในห้องน้ำ คนแรกจับแขนทั้ง 2 ข้าง คนที่ 2 จับถ่างขา และคนที่ 3 พยายามข่มขืน น้องแนนจึงร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด รุ่นพี่ทั้ง 3 คน จึงย่อมปล่อยน้องแนนกลับมาที่ห้องเรียน

จนเมื่อคุณครูท่านหนึ่งสังเกตุเห็นว่า มีคราบเลือดติดบริเวณกางเกงในของน้องแนนขณะนอนหลับกลางวัน จึงรีบปรึกษาและแจ้งผู้ปกครองมาตรวจสอบ ซึ่งภายหลังเกิดเหตุได้พา น้องแนน ไปรักษาอาการบาดเจ็บและตรวจร่างกายที่ รพ.แหลมฉบัง และเดินทางมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง พร้อมทำการร้องทุกข์มายัง สายด่วนมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อติดตามเอาผิดกับคนร้ายให้ถึงที่สุด

ด้าน เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ ได้ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง และเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ พาน้องแนน ไปสอบปากคำและตรวจสอบที่โรงเรียนอีกครั้ง พร้อมให้ น้องแนน แสดงพฤติกรรมของรุ่นพี่ให้กับเจ้าหน้าที่ดู พบว่านักเรียนชายพยายามใช้อวัยวะเพศสอดใส่ แต่น้องแนนเข้าใจว่าเป็นมีด เพราะรู้สึกเจ็บ แต่ไม่สามารถอธิบายได้ถูกต้อง

อีกทั้งจากการตรวจสอบยังพบนักเรียนอนุบาล ซึ่งพบเห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ แต่ไม่กล้าเข้าไปช่วย เนื่องจากกลัวถูกทำร้ายไปด้วย ซึ่งผู้ปกครองยินดีให้มาเป็นพยานในคดี ทั้งนี้ จากการนำรูปนักเรียนชายต้องสงสัย มาปะปนกับนักเรียนชายคนอื่นๆ ให้น้องแนน และพยานชี้ตัว ผลปรากฏว่าสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ตรงกัน เป็นรุ่นพี่นักเรียนชั้น ม.2 จำนวน 3 คน อายุ 14 ปี 16 ปี และ 18 ปี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตัว นายนิว (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ที่น้องแนนให้การว่าเป็นบุคคลที่ใช้อาวุธมีด (อวัยวัยเพศ) ทิ่มจนได้รับบาดเจ็บ ส่งตัวให้กับสถานพินิจ ฐานร่วมกันกระทำอนาจารเด็กหญิง ส่วนเยาวชนอีก 2 คน อยู่ระหว่างทำการเรียกตัวมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม

ด้าน นางปวีณา เปิดเผยว่า ตนเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียน ซึ่งต้องแก้ไขให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเหตุการณ์อันน่าสลดใจนี้เกิดขึ้นในสถานศึกษา โดยผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นเยาวชนอีกด้วย ทั้งนี้ จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในห้องน้ำหญิงและเด็กเล็ก อาทิ การติดตั้งกล้องวงจรปิดหน้าห้องน้ำ การมีแม่บ้านหรือเจ้าหน้าที่คอยสอดส่องดูแลอย่างต่อเนื่อง การแยกชาย-หญิง ให้ชัดเจน และการปรับปรุงห้องน้ำไม่ควรอยู่ในที่ลับตาคน เพื่อความปลอดภัยอย่างสูงสุดสำหรับนักเรียน เด็ก และสตรี ต่อไป

ศาลยกฟ้อง ส.ต.ท.ไพสิฐ ใช้อาวุธปืนยิงหนุ่มคลั่ง ถือมีดไล่แทงตร.บนโรงพัก

ศาลฎีกายกฟ้อง คดี  ส.ต.ท. ยิงหนุ่มคลั่งเสียชีวิต ปี 2558 หลังถือมีดไล่แทงตร.บนโรงพัก ชี้ ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น ที่จะป้องกันภยันตรายที่ใกล้ถึงตัวจำเป็นต้องกระทำไป

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (18 ก.ย. 2561) ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.จว.ปทุมธานี พร้อมข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาและให้กำลังใจคดี ส.ต.ท.ไพสิฐ อ่อนสองชั้น ใช้อาวุธปืนยิงป้องกันตนขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากกรณีที่มีหนุ่มคลั่งบุกโรงพักก่อนใช้มีดไล่แทงเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 ก.ค.2558

ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุก4ปี ต่อมาศาลอุทธรณ์ให้จำคุก 2 ปี เนื่องจากป้องกันตนเกินสมควรแก่เหตุ กระทั่งวันนี้ศาลฎีกา พิพากษาว่าจำเลยไม่มีทางเลือกอย่างอื่น ที่จะป้องกันภยันตรายที่ใกล้ถึงตัวจำเป็นต้องกระทำไป และสถานที่เกิดเหตุเป็นสถานีตำรวจ ซึ่งตำรวจใช้ในการปฏิบัติหน้าที่พิพากษายกฟ้องส.ต.ท.ไพสิฐ อ่อนสองชั้น

ด้าน ส.ต.ท.ไพสิฐ อ่อนสองชั้น ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปรามสภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากนี้ตนเองพร้อมครอบครัวและเพื่อนพี่น้องข้าราชการตำรวจ จะประสานกันเพื่อเดินทางเข้าไปให้ความช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต และจะเดินทางไปทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต จากนี้ต่อไปจะยังคงยึดมั่นปฏิบัติตนเป็นข้าราชการตำรวจที่ดีต่อไป

พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.จว.ปทุมธานี เปิดเผยว่า ขอให้เพื่อนข้าราชการตำรวจศึกษากรณีนี้ไว้ งดวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่จำเป็น เป็นความซาบซึ้งในกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พวกเราจะตั้งใจทำงานและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ตำรวจทำแผนฆ่าปาดคอชิงทรัพย์ ยาย-หลาน

ตำรวจคุมตัวหนุ่มชาวลาวทำแผนประกอบคำรับสารภาพคดี ฆ่าปาดคอยาย-หลาน ย่านพระประแดง

วันนี้ ( 18 ก.ย.61 ) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต, พล.ต.ต.อำนาจ จันทร์เจริญ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง

ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคนร้ายใช้อาวุธมีดชิงทรัพย์ปาดคอยายและหลานสาวเสียชีวิต เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2561 เวลาประมาณ 06.30 น. เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 30/6 หมู่ 6 ต.บางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

โดยผู้ต้องหา คือ นายพูล่า (ท้าวพูล่า) ไม่มีนามสกุล สัญชาติลาว อายุ 22 ปี บ้านอยู่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว มีภรรยาเป็นคนไทย ชื่อ น.ส.ประวีณา โพดิลิก (ปลา) มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน อายุ 2 เดือน พร้อมนำตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดี

เนื่องจากการกระทำของคนร้ายมีลักษณะโหดเหี้ยมโหดร้ายทารุณที่กระทำต่อคนแก่และเด็ก สร้างความสะเทือนใจแก่พี่น้องประชาชนและกระทบต่อสภาพจิตใจของญาติผู้สูญเสียเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว อันเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ