‘อเมซอน’ เว็บค้าปลีกรายใหญ่ สืบสวนกรณีพนักงานรับสินบน

‘อเมซอน’ เริ่มสืบสวนสอบสวนกรณีพนักงานรับสินบน เพื่อแลกกับข้อมูลการขายภายในบริษัท

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ผู้ค้าปลีกอิสระบนเว็บไซต์ “อเมซอน” เว็บค้าปลีกรายใหญ่ระดับโลก สามารถลบความคิดเห็นในเชิงลบและกลับมาเปิดแอคเคานท์ที่เคยถูกเว็บไซต์แบนได้ ด้วยการจ่ายเงินราว 80 ถึง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 2,600 บาท ถึง 65,000 บาท

รายงานเปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในประเทศจีน และ มีหน้านายคอยติดต่อผู้ค้าปลีกอิสระกับพนักงานอเมซอน โดยใช้ “WeChat” บริการส่งข้ความส่วนตัวของจีน

ด้านอเมซอน ระบุว่า บริษัทจะไม่ยอมให้มีการทุจริตเกิดขึ้นในระบบ และขณะนี้กำลังสืบสวนอย่างถี่ถ้วน ขณะที่โฆษกอเมซอน ระบุว่า เรายึดถือให้พนักงานมีหลักจริยธรรมในมาตรฐานที่สูง และผู้ใดที่ฝ่าฝืนหลักปฏิบัติก็ต้องเผชิญกับการลงโทษทางวินัยซึ่งรวมถึงการให้ออกจากงาน และมีความเป็นไปได้ที่จะถูกดำเนินการตามกฎหมายและการลงโทษทางอาญา

รายงานข่าวระบุว่า อเมซอนเริ่มสืบสวนเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมหลังจากพบกรณีดังกล่าวในจีน โดยราวครึ่งหนึ่งของสินค้าในเว็บไซต์อเมซอนดอทคอมมาจากผู้ค้าปลีกอิสระ ที่ทำให้เว็บฯ มีสินค้าที่หลากหลายในการตอบสนองลูกค้า

ผู้ค้าปลีกอิสระเหล่านั้นต้องสู้กับผลิตภัณฑ์ของอเมซอนเอง และต้องทำให้ลูกค้ามองเห็นสินค้าของตนมากกว่าคู่แข่งรายอื่นในเว็บ เมื่อลูกค้าสืบค้นข้อมูลสินค้า

ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ซ้อมเผชิญเหตุปล้นธนาคาร

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ซ้อมเผชิญเหตุชิงทรัพย์ธนาคาร เพื่อเตรียมพร้อม สร้างรวามมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่เมื่อเกิดเหตุด่วยเหตุร้าย

วันที่ 18 ก.ย. 2561 เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.ณัฐพล ศุกระศร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด ,พ.ต.ท.สุพิน เนาว์ประโคน รอง ผกก.ป. สภ.ปากเกร็ด ,พ.ต.ท.ทองรชฏ เหรียญสุวงษ์ สวป.สภ.ปากเกร็ด ร่วมประชุมทำแผนเผชิญเหตุก่อนซักซ้อมโดยจำลองสถานการณ์ หลังรับแจ้งเหตุ ผ่านแอพพลิเคชั่น ‘Police i lert u’ หลังเกิดเหตุคนร้ายพร้อมด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด ชิงทรัพย์เป็นเงิน 100,000 บาท จากธนาคารออมสิน สาขาเมืองทอง ถนน บอนด์สตรีท อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยจะมีทีมบูรณาการร่วมกันฝ่ายป้องกันปราบปราม ,ฝ่ายสืบสวน ,ฝ่ายงานสอบสวน ,ฝ่ายงานจราจร ร่วมฝึกซ้อมการปฎิบัติตามแผน

ส่วนทางด้าน พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ระบุว่า การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุดังกล่าวเป็นนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และของตำรวจภูธรภาค 1 เนื่องจากการซ้อมบ่อยๆ ในทุกภาคส่วนจะได้เกิดความเข้าใจว่าเมื่อเกิดเหตุจริงจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ซึ่งหากมีข้อติดขัดใดเจ้าหน้าที่จะสามารถแก้ปัญหาให้ดีขึ้น ทำให้เกิดความมั่นใจรวมถึงการจับกุม ก็จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีการซ้อมเช่นนี้เดือนละ 1 ครั้ง และสับเปลี่ยนหมุนเวียนสถานที่ อาทิ ธนาคาร ร้านทองมินิมาร์ท โดยจะมีการแจ้งไปยังประชาชนให้รับทราบว่าจะมีการซ้อมล่วงหน้าป้องกันการตื่นตระหนก

พร้อมกันนี้ พ.ต.อ.เขมพัทธ์ ได้ฝากเตือนไปถึงประชาชน ว่าหากต้องประสบเหตุด่วนเหตุร้ายขึ้น ประชาชนควรตั้งสติ และพยายามจดจำรูปพรรณสันฐานของคนร้าย ส่วนเรื่องการสกัดจับนั้นควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

อย่างไรก็ตาม แอพพลิเคชั่น ‘Police i lert u’ เป็นเทคโนโลยี ที่ประชาชน สามารถใช้แจ้งเหตุด่วน เหตุร้าย แจ้งเบาะแสถึงตำรวจ ได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วน ทั้งเรื่องพิกัดแผนที่จุดเกิดเหตุ รูปภาพ และรายละเอียดเหตุการณ์จากผู้แจ้งเบาะแส จะส่งถึงตำรวจในท้องที่โดยตรง นอกจากสามารถแจ้งเบาะแสผ่านทางหน้ารายงานเหตุ i lert ได้แล้ว ยังสามารถโทรหาตำรวจผ่านทาง i CALL บนตัวแอพ หรือพูดคุยสนทนา ผ่านโปรแกรมแชทถึงตำรวจ ผ่านทาง i chat maps ถึงทีมงานได้โดยตรงอีกด้วย

ศาลจำคุกตลอดชีวิต ผู้ต้องหาฆ่าโหดพยาบาลสาว ปี 57

ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต “ไอ้เอก” มือฆ่าโหดพยาบาลสาวโรงพยาบาลห้วยยอด

วันที่ 18 กันยายน 2561 เวลาประมาณ 09.30 น. ศาลจังหวัดตรังได้ออกนั่งบัลลังก์ที่ 4 อ่านคำพิพากษาในคดีดำเลขที่ อ.2430/61 ที่พนักงานอัยการจังหวัดตรังเป็นโจทย์ยื่นฟ้องนายเอกศักดิ์ หรือเอก พลเดช อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยทรมานและกระทำทารุณ หลังก่อเหตุใช้อาวุธซึ่งเป็นเครื่องมือทางการเกษตร ประกอบด้วย พลั่ว มีดเคียวและจอบ สังหารโหดนางพัชรี ปริพัฒนานนท์ หรือน้อย อายุ 46 ปี พยาบาลวิชาชีพผู้ชำนาญการ โรงพยาบาลห้วยยอด จนเสียชีวิตภายในบ้านพักเลขที่26/4 ม.4 ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2557 หรือเมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้ต้องหาเป็นหนุ่มข้างบ้าน มีบ้านอยู่ห่างจากบ้านของผู้ตายเพียงประมาณ 100 เมตรเท่านั้น โดยมีครอบครัวผู้เสียชีวิตพร้อมทนายความ เดินทางไปรับฟังคำพิพากษาอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ ศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำอย่างโหดเหี้ยม ใช้เวลานานกว่าที่ผู้เสียชีวิตจะเสียชีวิต จึงเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยทรมานและกระทำทารุณ แม้ขณะเกิดเหตุจะไม่มีประจักษ์พยานเห็นเหตุการณ์ แต่มีพยานเห็นจำเลยปีนกำแพงรั้วเข้าไปภายในบ้านผู้ตายในเวลาประมาณ 20.00 น.ของวันที่ 21 ตุลาคม 2557 ซึ่งมีแสงไฟส่องสว่างเห็นอย่างชัดเจน ประกอบกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสามารถเก็บลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอจากอาวุธที่ผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุและทิ้งเอาไว้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งผลปรากฏชัดว่าตรงกับดีเอ็นเอที่เก็บได้จากศพของผู้ตาย ประกอบกับผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้ เป็นการฆ่าผู้อื่นโดยทรมานและกระทำทารุณ ศาลจึงพิพากษาตัดสินประหารชีวิต แต่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพศาลจึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

ทางด้านนางสาวชุติมา ทองศักดิ์ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวของผู้ตาย กล่าวว่า พอใจในคำตัดสินของศาล ซึ่งถือว่าคดีจบแล้ว พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยอด และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรังที่ติดตามเร่งรัดคดีจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาและคลี่คลายคดีได้สำเร็จ