กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฉบับที่ 4 พายุไต้ฝุ่น ‘มังคุด’ (MANGKHUT)

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฉบับที่ 4 พายุไต้ฝุ่น “มังคุด” (MANGKHUT)

เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันนี้ (14 ก.ย. 61) พายุไต้ฝุ่น “มังคุด” (MANGKHUT) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก หรือด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 17.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 124.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 204 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตร

ต่อชั่วโมง มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนบน ในช่วงวันที่ 14-15 กันยายน 2561 หลังจากนั้น ผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน เข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนบนและประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2561 และอ่อนกำลังลงตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้บริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่

สำหรับบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ในช่วงวันที่ 17-19 กันยายน 2561 ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 16-20 กันยายน 2561 จะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงกว่า 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งให้ระมัดระวังคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 23.00 น.

เร่งทำ CPR ปั๊มหัวใจช่วยชีวิต ‘ลูกช้าง’ เดินตกท่อระบายน้ำ

เจ้าหน้าที่เร่งทำ CPR ปั๊มหัวใจช่วยชีวิต ‘ลูกช้าง’ เดินตกท่อระบายน้ำ ในซอยวัดหลวงพ่อโต บางพลี สมุทรปราการ

ตำรวจ สภ.บางพลี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย เร่งให้การช่วยเหลือทำ CPR ช่วยชีวิต ช้างน้อยวัย 6 ขวบ เดินตกท่อในซอยวัดหลวงพ่อโต บางพลี สมุทรปราการ ได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่ได้ประสานรถเครนมาช่วยพยุง ช้างน้อยออกจากท่อ ขณะที่ช้างอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งให้การปฐมพยาบาลและช่วยเหลือ

ทั้งนี้ ร.ต.อ.นพพร แสงสว่าง รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางพลี ได้เปิดเผยว่า ที่เกิดเหตุเป็นท่อระบายน้ำทิ้งกว้าง 1 เมตร ที่เปิดฝาเอาไว้ อยู่ริมทางเท้าหน้าร้านอาหาร โดยลูกช้างเพศผู้ อายุ 6 ปี ชื่อ “นำโชค” พลัดตกลงไปทั้งตัว แต่ขาหลัง 1 ข้างยังอยู่ที่ปากท่อ เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเร่งช่วยเหลือโดยใช้รถเครนยก แต่ขณะเกิดเหตุคอลูกช้างพาดที่ปากหลุมนานจนหยุดหายใจ จนท.จึงระดมกำลังสลับกันปั๊มหัวใจ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางจังหวัดสมุทรปราการ ได้ระดมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ พร้อมเครื่องมือมาช่วยเหลือลูกช้างในที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วนแล้ว

ขอบคุณภาพ จส.100

น้องเก๋ อดีตภรรยา ‘โอ วรุฒ’ พาน้องแอร์บัส ลูกชายวัย 9 ขวบ กราบศพพ่อ

น้องเก๋ อดีตภรรยา โอ วรุฒ พาน้องแอร์บัส ลูกชายวัย 9 ขวบ กราบศพพ่อ ขออุทิศส่วนกุศลให้พ่อไปสู่ภาพภูมิที่ดี

วันนี้ (14 ก.ย. 61) เวลาประมาณ 18.00 น. นางสาวพิชชาภา จันทร์แตง หรือ น้องเก๋ อดีตภรรยา โอ วรุฒ วรรธรม ได้นำบุตรชาย ด.ช.อาณาจักร วรธรรม หรือ น้องแอร์บัส อายุ 9 ขวบ เดินทางมาเคารพศพพ่อ  ที่ ศาลาสหัทหงษ์ มหาคุณ อนุสรณ์ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร

ทั้งนี้ เมื่อเดินทางมาถึงได้เข้าไปกราบนางอรพิน วรธรรม พร้อมกับสวมกอดย่า ก่อนที่จะเดินออกมาไหว้เคารพภาพถ่ายของพ่อที่บริเวณหน้าศาลา หลังจากนั้นได้เดินทางนั่งที่เก้าอี้ใกล้กับญาติพี่น้องพร้อมกับทักทาย

โดย ด.ช.อาณาจักร วรธรรม หรือ น้องแอร์บัส กล่าวว่า วันนี้มาเคารพศพพ่อ อยากอุทิศส่วนกุศลให้พ่อขอให้พ่อไปสู่ภพภูมิที่ดี ยังจำได้ที่พ่ออุ้มตอนเด็กๆ ตอนนี้ชอบเรียนวิชาว่ายน้ำ เพราะชอบเล่นกีฬา

ส่วน น้องเก๋ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า คุณย่าน้องแอร์บัสบอกว่าน้องโตเร็ว และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หลังจากนั้นได้ขอตัวเดินเข้าไปในศาลา เพื่อเคารพศพพ่อ โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปถ่ายภาพ