คสช. ใช้ ม.44 คลายล็อกพรรคการเมือง ห้ามหาเสียงออนไลน์

คสช. ใช้ ม.44 คลายล็อกพรรคการเมือง ห้ามหาเสียงออนไลน์

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 13/2561 เรื่อง การดำเนินการตำมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ความว่า ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 53/2560 เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2560 เพื่อให้มาตรการเกี่ยวกับพรรคการเมืองได้ผลในการปฏิรูปตามมาตรา 45 และ 258 ของรัฐธรรมนูญ

รวมทั้งเพื่อให้พรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นก่อนแล้วและที่จัดตั้งขึ้นใหม่สามารถดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำ และเพื่อให้การจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกนั้นเป็นไปตามเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญ

และเพื่อให้พรรคการเมืองสามารถเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น จึงควรผ่อนคลายการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่จำเป็นบางกรณี ซึ่งพรรคการเมืองต้องดำเนินการก่อนการเลือกตั้ง โดยให้สามารถดำเนินการได้ในช่วงระยะเวลา 90 วัน นับแต่มีประกาศพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเป็นระยะเวลำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับต่อไป

ทั้งนี้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กำหนดให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินการ แก้ไขข้อบังคับพรรค,เลือกหัวหน้าพรรค,จัดตั้งสาขาพรรค,เปิดรับสมัครสมาชิกพรรค,จัดให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง,ติดต่อประสานงานกับสมาชิกพรรคได้แต่ห้ามหาเสียง และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการแบ่งเขตการเลือกตั้งได้ ก่อ่นกฏหมายเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับ

เครนก่อสร้าง ล้มทับเสาไฟฟ้า 10 ต้น มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย เร่งเคลื่อนย้าย-เปิดการจราจร

เครนก่อสร้าง ล้มทับเสาไฟฟ้า 10 ต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เร่งเคลื่อนย้ายเพื่อเปิดการจราจร

เกิดเหตุเครนก่อสร้าง ล้มขณะคนงานกำลังดำเนินการก่อสร้างโครงการบ้านศาลาแดง 6 ชั้น ภายในถนนศาลาแดง เขตบางรัก จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย คือ นายพีรวิชญ์ อุดมพาณิชย์ ประชาชนเดินเท้า บาดเจ็บศรีษะแตก นายสัญญา ศูนย์กลาง ผู้ขับรถเก๋งบาดเจ็บเล็กน้อย นางผ่องพรรณ ไชยอนันต์ นั่งข้างคนขับ บาดเจ็บสาหัส เลือดออกบริเวณใบหน้าเป็นจำนวนมาก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดไปรักษาตัวที่ รพ.จุฬา

ด้าน นางจันทร์พิทพย์ เมฆเฉลย 49 ปี ประชาชนที่ขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อไปทำงาน แล้วประสบเหตุเจอเครนล้มตัดหน้ารถ เปิดเผยว่า ตนเองขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อเดินทางไปทำงานตามปกติ แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้มีเครนล้มทับสายไฟจนเสาไฟฟ้าหักโค่น ด้วยความตกใจจึงทิ้งรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อหลบเข้าข้างทาง นอกจากนี้มีเสียงระเบิดจากหม้อแปลงไฟฟ้า 2 ครั้ง ตนเองจึงรู้สึกตกใจมาก

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีรถยนต์จำนวน 4 คัน รถมอเตอร์ไซค์ 1 คัน เสาไฟฟ้าหักโค่น 10 ต้น ได้รับความเสียหาย เบื้องต้นได้รับรายงานว่า สาเหตุมาจากฐานเครนไม่แข็งแรง และในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้ทำการตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย และอยู่ระหว่างดำเนินการเร่งตัดต้นไม้ อำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายเครนที่เสียหายออกจากพื้นที่ เพื่อเปิดช่องทางการจราจรให้เร็วที่สุด

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ Policenews

สรุปผลการประชุมแท็กซี่ – ทอท.

ทอท. – กลุ่มสมาชิกแท็กซี่แวน สนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง ร่วมกันแถลงถึงผลหารือกรณีปรับเพิ่มค่าเซอร์ชาร์จ หรือค่าบริการจอดรอรับผู้โดยสารที่สนามบิน

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ กลุ่มสมาชิกแท็กซี่แวน สนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง พร้อมกับเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หรือ ทอท. ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงผลการหารือ กรณีสมาชิกแท็กซี่แวนเรียกร้องให้มีการปรับเพิ่มค่าเซอร์ชาร์จ หรือค่าบริการจอดรอรับผู้โดยสารที่สนามบิน

โดยจากข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่า ทางกลุ่มแท็กซี่เพิ่มจากเที่ยวละ 50 เป็น 100 บาท เพื่อให้เท่ากับ รถแท็กซี่วีไอพี ตามโครงการส่งเสริมใช้รถไฟฟ้ากรมการขนส่งทางบกเนื่องจากการบริการไม่ได้แตกต่างกัน พร้อมกับเรียกร้อง ให้ ทอท. ลดบทลงโทษกรณีไม่กดมิเตอร์ ให้เป็นหยุดพักรถชั่วคราว แทนการถอนการให้บริการในสนามบิน

โดยผลการประชมได้ข้อสรุปเบื้องต้น

จากการประชุมร่วมกับกลุ่มแท็กซี่ กลุ่มแท็กซี่เข้าใจว่า ข้อยุติในเรื่องของการปรับขึ้นค่าโดยสารนั้น ยังไม่ได้ออกมาวันนี้ เนื่องจากในการกำหนดอัตราค่าบริการต่างๆ นั้นต้องรอผลการประชุมจากทางกรมการขนส่งทางบกอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนการลงโทษที่ทางกลุ่มแท็กซี่ สุวรรณภูมิ ได้ร้องเรียนว่าไม่เป็นธรรมนั้น หลังจากนี้ ในการพิจารณาโทษแท็กซี่สุวรรณภูมิทุกครั้ง จะมีตัวแทนกลุ่มแท็กซี่ฯ เข้าร่วมรับฟังด้วย หากเห็นว่า การพิจารณาไม่เป็นธรรมให้ทำหนังสือร้องเรียนมา

กฏระเบียบและบทลงโทษนั้นมีการกำหนดกันมานานแล้ว ทำให้น่าจะต้องมีการปรับแก้กัน ข้อไหนที่เก่าไปแล้ว ก็จะม่ีการปรับปรุงให้ทันยุคทันสมัยมากขึ้น แต่ทาง ทอท. ย้ำว่า จะมีกรอบความผิดจะไม่ยอมลดโทษให้เลยคือในกรณีความผิด 2 เรื่องคือ

  1. ยาเสพติด
  2. การพนัน

ในส่วนของแท็กซี่ที่โดนลงโทษไปแล้วนั้น ทางทอท. จะขอกลับไปดูว่า เคสเหล่านั้นมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง พอที่จะลดหย่อนผ่อนโทษกันได้หรือไม่ ซึ่งย้ำว่า กรณีเคสที่ผิดซ้ำซาก เกี่ยวข้องกับการพนัน และยาเสพติด คงลดโทษให้ไม่ได้

ตัวแทนกลุ่มแท็กซี่สุวรรณภูมิพอใจผลการพูดคุยเบื้องต้น

ตัวแทนของกลุ่มแท็กซี่สุวรรณภูมิได้กล่าวว่า  วันนี้ถือว่าพึงพอใจกับข้อสรุปต่างๆ ที่เป็นปัญหาคาราคาซังกันอยู่ ซึ่งในหน้าไฮซีซั่นที่กำลังจะมาถึงนั้น เมื่อนักท่องเที่ยวมา การบริการต้องพร้อม ปล่อยให้ปัญหาที่คาราคาซังกันอยู่ ก็คงไม่ได้ กฏระเบียบหลายอย่างนั้นที่ใช้อยู่ตั้งมาตั้งแต่ปี 2551 แล้ว

โดยในด้านการให้บริการนั้น ทางกลุ่มฯ มีการปรับปรุงรถอยู่ตลอด เข้าใจในกติกา โดยการลงโทษนั้น แต่ก็มีบางอย่างที่มันลงโทษเกินเลยไป ทำผิดเหมือนกัน แต่ได้รับโทษไม่เท่ากัน ซึ่งข้อกำหนดต่างๆ นั้นมีข้อเข้าใจผิดกันอยู่ที่ควรปรับให้เข้าใจตรงกัน

ส่วนเรื่องค่าโดยสารนั้น มีข้อตกลงกับทางกระทรวงคมนาคมมา 4 ปีแล้ว ว่า ค่าบริการ (Service Charge) นั้นอยู่ที่ รถเล็ก 70 บาท รถใหญ่ 90 บาท  ปรับค่าโดยสาร (มิเตอร์)เพิ่มขึ้น 13% ตอนนั้น มีข้อสรุปว่า ให้ปรับขึ้นเฟสแรกคือ 8% จนถึงตอนนี้ ผ่านมา 4 ปี ก็ยังไม่ได้รับการปรับเพิ่มในส่วนของ 5% ที่เหลือ โดยทางกลุ่มแท็กซี่ยืนยันว่า ไม่ได้มาขอเพิ่ม แค่มาทวงคืน 5% ที่ยังไม่ได้ตั้งแต่เมื่อปี 2557

กรณีรถไม่เคลื่อนที่ หรือเคลื่อนที่ไม่เกิน 6 กม./ชม.คิดค่าโดยสารนาทีละ 2 บาทนั้น อยากให้เข้าใจว่า แต่เดิมเคยวิ่งได้ 6 รอบ ปัจจุบันเหลือ 3 รอบ เพราะรถติดมากขึ้น จึงอยากขอค่บริการในส่วนนี้เพิ่มขึ้น เพราะรถติดเพิ่มขึ้น ทางกลุ่มเชื่อว่า กรมขนส่งทางบกมีข้อมูลอยู่แล้ว ขอให้เห็นใจบ้าง ช่วยเหลือแท็กซี่บ้าง

กรณีแท็กซี่วีไอพีนั้น ทางกลุ่มมั่นใจว่า รถของทางกลุ่มแท็กซี่สุวรรณภูมินั้นดีกว่า รับคน ให้บริการได้ดีกว่า ซึ่งในส่วนนี้ทางแท็กซี่เองก็ต้องปรับตัว ปรับปรุงการให้บริการ เพื่อให้บริการผู้โดยสารให้ดีขึ้น ตัวแทนแท็กซี่ยืนยันว่าจะไม่มีการหยุดวิ่ง กระแสข่าวที่ว่าจะหยุดวิ่งนั้นเป็นแค่ข่าวลือที่เล่ากันปากต่อปากเท่านั้น

ซึ่งข้อกำหนดที่ตกลงกันกับทาง ทอท. ไว้คือ ผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน กระเป๋าวางแล้วต้องไม่เกินแนวกระจกด้านหลังรถ (เพื่อให้มองกระจกมองหลังได้) ทางตัวแทนกลุ่มแท็กซี่ได้กล่าวว่า

แต่ถ้าผู้โดยสารมากัน 5 คน กระเป๋ามา 7-8 ใบทำอย่างไร? เปรียบง่ายๆ เวลาเราไปทานข้าว ทานโจ้ก อยากได้เพิ่ม สั่งพิเศษ จ่ายเพิ่ม แต่ทางกลุ่มแท็กซี่ย้ำว่า ทางกลุ่มก็ไม่ได้เกินเลยอะไร 

ซึ่งในกรณีอย่างนี้ ถ้าเกิดแท็กซี่ไม่ไป ก็เสี่ยงที่จะถูกลงโทษอีก หรือเมื่อเกินจำนวนคนให้อยากให้ผู้โดยสารแยกเป็น 2 คัน แต่ผู้โดยสารไม่ยอมแยกเป็น 2 คัน พอทางแท็กซี่ยืนยันว่า รับได้ 4 คน บางครั้งก็มีจนท. มาขอร้องแกมบังคับว่า ให้ไปให้หน่อย ถ้าไม่ไปให้ลงไปด้านนอกเลย ก็มี และท้ายที่สุด ก็โดนข้อหาปฏิเสธผู้โดยสาร

ทั้งที่สิ่งเหล่านี้เป็นข้อตกลงกับทาง ทอท. ไว้แล้ว แม้ว่าล่าสุด มีแท็กซีวีไอพีเข้ามา ซึ่งเมื่อผู้โดยสารมาเป็นกลุ่มใหญ่ จำนวนคนเกิน 4 คน หรือกระเป๋าเยอะเกินไป ก็มีจนท. ชี้มาให้มาขึ้นแท็กซี่ธรรมดาแทน ซึ่งก็ไม่ได้แก้ปัญหาอะไร

ย้อนหลังข้อตกลง ขึ้นค่าโดยสาร 13%

ทางทีมงานเอ็มไทย ได้ตรวจสอบย้อนหลังกลับไปพบว่า ในช่วงเดือนตุลาคม 2557  กรมการขนส่งทางบก ได้มีการประชุมร่วมกับทางกลุ่มแท็กซี่ปรับอัตราค่าโดยสารแท็กซี่มิเตอร์ใหม่ โดยระบุจะมีการทดลองปรับขึ้นระยะแรก 8% โดยมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 131 ตอนพิเศษ 251 ง เผยแพร่วันที่ 12 ธันวาคม 2557   ลงนามโดย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม เริ่มปรับค่าโดยสาร 20 ธ.ค. 2557

อ่านข่าวปรับค่าโดยสารแท็กซี่อัตราใหม่ เริ่มจริง 20 ธ.ค.

หากผ่านมาตรฐานการบริการจึงจะอนุมัติอัตราค่าโดยสารในระยะที่ 2  ซึ่งระยะเวลาจากที่ตกลงไว้คือ ทดลองวิ่ง  6 เดือนแรก แต่ปัจจุบัน ผ่านมากว่า 4 ปีแล้ว ทางกลุ่มแท็กซี่จึงมีการเรียกร้องให้มีการปรับขึ้น ในส่วนของ 5 % ที่เหลือนั่นเอง