เปิดใจ!! ‘น้ำผึ้ง’ ภรรยา ‘เสี่ยเกาะเต่า’ เสียใจตกเป็นจำเลยของโซเชียล

เปิดใจ!! ‘น้ำผึ้ง’ ภรรยา ‘เสี่ยเกาะเต่า’ ไบเกอร์นักธุรกิจดำน้ำบนเกาะเต่า ยอมทำตามคำสั่งเสียสามีทุกอย่าง เสียใจตกเป็นจำเลยของโซเชียล

จากกรณีนายพัธรพล เอกปฐมศักดิ์ หรือ หนุ่ม อายุ 48 ปี เจ้าของโรงเรียนสอนดำน้ำ อัลวาโร่ ไดฟ์วิ่ง และเจ้าของร้านไพเรทบาร์ และร้านอาหารที่หาดโฉลกบ้านเก่า ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี สวมชุดขับรถจักรยานยนต์(ไบค์เกอร์) ไลฟ์เฟซบุ๊กสั่งลาและใช้อาวุธปืน 9 มม.ยิงตัวเองเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 88/37 หมู่บ้านสวยขุนทะเล หมู่ 3 ต.มะขามเตี้ย เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เมื่อเย็นวันที่ 13 ก.ย.นั้น

ความคืบหน้า วันที่ 14 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี แพทย์นิติเวช ได้ผ่าตัดนำหัวกระสุนปืนตามขั้นตอนการชันสูตรศพ เพื่อประกอบในสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน หลังจากนั้นจึงได้ตกแต่งศพด้วยการแต่งชุดขับรถจักรยานยนต์ให้กับนายพัธรพล ตามคำร้องขอของญาติ

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. น.ส.พึงพิศ อินทร์จันทร์ หรือ น้ำผึ้ง อายุ 36 ปี ภรรยา และญาติๆ ประมาณ 10 คน ได้นำศพของนายพัธรพล ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 1 วัดโพธิ์นิมิต หมู่ 1 ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี โดยกำหนดสวดอภิธรรม 2 คืน และกำหนดฌาปณกิจในวันอาทิตย์ที่ 16 ก.ย.นี้ ขณะที่ญาติๆ ของนายพัธรพล อยู่ระหว่างการเดินทาง

น.ส.พึงพิศ ภรรยาของนายพัธรพล ซึ่งอยู่ในอาการโศกเคร้า ตาแดงก่ำ กล่าวเพียงสั้น ๆ กับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ขอพูดอะไร ขอเวลาจัดงานศพให้สามีให้เรียบร้อย แม้ว่าสามีจะมีบันทึกว่าไม่ต้องการให้สวดศพก็ตาม แต่ต้องเป็นไปตามประเพณี ส่วนการสั่งเสียอื่น ๆ ตนพร้อมทำตามทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการนำเถ้าและกระดูกไปลอยแม่น้ำ หรือ การมอบทรัพย์สินให้กับลูก ๆ

น.ส.พึงพิศ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ปรากฏเป็นข่าวไม่ได้ถูกต้อง หลายอย่างไม่ตรงข้อเท็จจริง แต่ตอนนี้ตนไม่ขอพูด ขอจัดงานศพให้เรียบร้อยก่อน ยอมรับว่าที่ผ่านมามีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้ง เนื่องจากความเข้าใจผิด พี่หนุ่มมักคิดไปเอง และเชื่อว่าเป็นความจริง พี่หนุ่มเป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยพูดถึงปัญหา หรือ สิ่งที่สงสัยกับใคร และมักจะเก็บไปคิดอยู่คนเดียว

ก่อนหน้านี้ พี่เขาไปออกทัวร์ขับรถจักรยานยนต์ประมาณ 2 เดือน และกลับมาที่บ้านพักหลังที่เกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุตนก็อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวด้วย แต่ไม่ทราบว่าพี่หนุ่มมีการเตรียมตัวฆ่าตัวตาย เนื่องจากไม่ได้พูดคุยกัน และขณะที่พี่เขาไลฟ์สด ตนออกไปทำธุระที่ธนาคาร ในห้างซึ่งอยู่จากบ้านพัก ประมาณ 5 กม.ซึ่งได้มีเพื่อนๆ โทรไปบอกแต่ตนกลับมาไม่ทัน ยอมรับว่าเสียใจมากที่สามีตัดสินใจทำแบบนี้ และตอนนี้ตนตกเป็นจำเลยของโซเชียลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายพัธรพล ผู้เสียชีวิตเดิมเป็นชาว จ.อุดรธานี เคยเป็นครูสอนดำน้ำที่ประเทศนิวซีแลนด์ 8 ปี เมื่อกลับมาประเทศไทยได้ยึดอาชีพเป็นครูสอนดำน้ำที่เกาะเต่า ต่อมาได้เปิดบริษัทดำน้ำชื่อ อัลวาโร่ ไดฟ์วิ่ง โดยเริ่มต้นเช่าที่ดินของครอบครัวภรรยาเปิดเป็นร้านและโรงเรียนสอนดำน้ำ กระทั่งตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จนมีบุตร 2 คน คนโตอายุ 10 ขวบ และได้กลับไปขายที่ดินมรดกที่บ้านเกิดนำเงินมาขยายลงทุน

รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงถึงขั้นยิงตัวตายดังกล่าว ทั้งผู้เสียชีวิตและภรรยามีเรื่องระหองระแหงตลอดมาและรุนแรงขึ้น ช่วงหลังผู้เสียชีวิตไปขับรถจักรยานยนต์ออกทัวร์หลายแห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีภรรยาดูแลกิจการและดูแลลูก

เจ้าของรีสอร์ทผงะ! พบยาบ้าถูกส่งมาให้ทางไปรษณีย์ มากกว่าแสนเม็ด

เจ้าของรีสอร์ทตกใจพบยาบ้าถูกส่งมาทางพัสดุไปรษณีย์ 2 กล่องรวม 120,000 เม็ด รีบแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบเพราะไม่รู้จักกับผู้รับ

วันนี้(14ก.ย.) ตำรวจสภ.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดและเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน9 ร่วมกันตรวจยึดยาบ้าจำนวน 120,000 ซึ่งถูกส่งมาทางพัสดุไปรษณีย์ มายังน้องเปิ้ลรีสอร์ท เลขที่22/3 หมู่3 ต.ชะแล้ อ.สิงหนคร จ.สงขลา จำนวน 2 กล่อง เมื่อเวลาประมาณบ่าย 3 โมงของเมื่อวานนี้(13ก.ย.) ระบุชื่อผู้รับคือคุณจตุรงค์ บัวสม หมู่3 ต.ชะแล้ อ.สิงนคร จ.สงขลา วงเล็บ(ดอกแก้วรีสอร์ท) ซึ่งเป็นชื่อเดิมของรีสอร์ทแห่งนี้ ส่วนผู้ส่งคือ คุณสุทัศน์ ก๋องเงิน หมู่4ต.แม่คะ อ.ฝางจ.เชียงใหม่

แต่ปรากฏว่า นายคนอง ปิ่นมณี ซึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้ไม่รู้จักกับ นายจตุรงค์ ผู้รับ และเมื่อสอบถามไปยังผู้ใหญ่บ้านหมู่3 ก็ไม่มีคนชื่อนี้อยู่ในหมู่บ้าน แต่ทางเจ้าหน้าไปรษณีย์ยืนยันว่าพัสดุกล่องนี้ถูกส่งมาที่นี้จริงๆโดยวงเล็บว่าดอกแก้วรีสอร์ท ซึ่งเป็นชื่อเดิมก่อนที่จะมาเปลี่ยนเป็นน้องเปิ้ลรีสอร์ทมาไม่ถึงเดือน จึงเปิดออกดูปรากฏว่าในกล่องมีวัสดุห่อด้วยกระดาษสีเหลืองพันด้วยพลาสติกใสเป็นแท่งๆคล้ายกับห่อยาบ้าจึงรีบแจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบ

หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพัสดุไปรษณีย์ทั้งสองกล่องพบว่าบรรจุยาบ้าไว้มากถึง 120,000 เม็ด กล่องแรกมี5 ก้อน ก้อนละ 1 หมื่นเม็ด 4 ก้อน และก้อนละ 2 หมื่นเม็ด 1 ก้อน รวม 60,000 เม็ด ส่วนกล่องที่2 มี6 ก้อนก้อนละ 1 หมื่นเม็ด รวม 60,000 เม็ด

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน9 ได้ตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอบนกล่องพัสดุไปรษณีทั้งสองกล่องไว้เป็นหลักฐาน และจากการตรวจบาโค๊ตที่ประทับอยู่บนกล่องพัสดุทั้งสองกล่องพบว่าถูกส่งมาจากไปรษณีย์เชียงราย และจะประสานไปยังตำรวจภูธรภาค5 เพื่อเข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดผู้ที่มาส่งต่อไป

ลูกค้าดีแทค โล่ง ศาลปกครองสั่งคุ้มครองชั่วคราวคลื่น 850 MHz

ศาลปกครอง สั่ง กสทช. คุ้มครองชั่วคราวให้ผู้ใช้มือถือดีแทค บนคลื่น 850 HHz ใช้งานต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค.61

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (14 ก.ย. 2561) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ (กสทช.) ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่ กสทช. เตรียมระงับสัญณาณดีแทค คลื่น 850 MHz ที่จะหมดสัญญาในวันที่ 15 ก.ย. นี้ หลังจาก กสทช. มีมติไม่คุ้มครองให้ลูกค้าดีแทคที่ยังค้างใช้คลื่นดังกล่าวอยู่ ว่า

เมื่อเวลา 13.18 น. วันนี้ ศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่ง มายัง กสทช. ให้ทุเลาการบังคับตามมติ กสทช.ในการประชุมครั้งที่ 13/2561 เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2561 โดยให้บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดี ได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีการสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ.2556 ได้จนถึงวันที่ 15 ธ.ค.2561 เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ดังนั้น ที่สำนักงาน กสทช.ได้มีประกาศแจ้งให้ประชาชนที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือดีแทค บนคลื่นความถี่ 850 MHz รีบย้ายไปใช้บริการบนคลื่นความถี่อื่น ในค่ายเดิม หรือโอนย้ายค่าย ภายในวันที่ 15 ก.ย.2561 นั้น เมื่อศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวลงมา ทำให้ประชาชนที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือดีแทค บนคลื่นความถี่ 850 MHz ยังคงสามารถใช้งานโทรศัพท์ได้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค.2561 ตามคำสั่งศาล

ขณะที่นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เผยว่า คำสั่งศาลเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของลูกค้า ทำให้ลูกค้าได้ใช้งานอย่างต่อเนื่องในช่วงเปลี่ยนผ่านสัมปทาน ดีแทคจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าที่ยังเป็นซิมเดิมในระบบสัมปทานกับ CAT โอนย้ายระบบต่อไป