คนเราควรมีเพื่อนแบบนีโน่ เรื่องราวสุดซึ้ง บทเรียนชีวิตจาก โอ วรุฒ

เรื่องราวสุดซึ้ง ความสัมพันธ์ นีโน่ – โอ วรุฒ  ก่อนแนะทุกคนควรได้เป็นเพื่อนแบบนีโน่ ให้ใครซักคน และได้มีเพื่อนอย่างนีโน่ซักคนในชีวิต

วันนี้ (14 ก.ย. 2561) ในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อเรื่องราวสุดซึ่งจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Taneth Laksanavilas ที่ได้โพสต์ไว้เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมา ที่ได้มีเขียนชื่นชมในความเป็นนิมิตรแท้ของนีโน่ เมทะนี บูรณะศิริ ที่มีให้กับ โอ วรุม วรธรรม พระเอกชื่อดัง แม้กระทั่งช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต พร้อมกับบอกทุกคนบนโลกควรมีเพื่อนอย่างคุณนีโน่ 1 คน และเป็นเพื่อนในลักษณะแบบคุณนีโน่ด้วย โดยระบุว่า


…ในชีวิตนึง เราควรจะเป็นเพื่อนแบบนีโน่ให้ใครซักคน และควรจะมีเพื่อนอย่างนีโน่ซักคนในชีวิตเรา…

นี่คือสิ่งที่ฉันคิดในหัวเมื่อคืนนี้

หลังจากที่คุณโอ วรุฒเสียชีวิต ฉันนั่งเปิดดู Youtube ไปเรื่อยๆในทีวีจนถึงตี 4 ฉันค้นพบว่าตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ถ้าเห็นคุณโอในรายการไหน รายการนั้นต้องมีคุณนีโน่ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นสามแยกปากหวาน,กอล์ฟ มั้ย ตุ๊ก,คุยแซ่บโชว์…ไปเพื่ออยู่ข้างๆให้คนดูเห็นว่าคุณโอได้กลับตัวกลับใจ ไปให้ผู้จัดให้เห็นว่าคุณโอพร้อมเป็นคนใหม่ที่พร้อมจะทำงาน และที่สำคัญไปให้กำลังใจคุณโอในวันที่ไม่มีใครเห็นคุณค่าในตัวเค้าแล้ว

แต่คุณนีโน่ก็ยังอยู่

ไม่ว่าจะรายการไหนสองคนนี้จะพูดถึงความผูกพันธ์ที่ได้อยู่ด้วยกันมายาวนาน ตั้งแต่รายการกินกับเกมส์ จนถึงรายการการที่เป็นตำนานอย่างโอโน่โชว์ มันก็มีทั้งช่วงที่ดี ช่วงที่แย่ ช่วงที่โกรธกัน ช่วงที่งอนกันหนักๆเพราะพฤติกรรมการดื่มที่ส่งผลต่อการทำงานของคุณโอ แต่ทุกครั้งมันก็ตัดกันไม่ขาด และคอยประคับประคองกันมา โดยคุณนีโน่พูดในทุกรายการเสมอว่า ยังไงเราเป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกันต้องช่วยกัน ไม่ทิ้งกัน

แล้วเค้าก็ทำแบบที่เค้าสัญญาจริงๆ

หลังจากที่คุณโอ ไปรักษาตัว เลิกเหล้าและสึกจากการบวชแล้ว มันเป็นช่วงที่ดาวน์ที่สุดช่วงนึงในชีวิตเค้า ไม่เหลืองาน ไม่เหลือเงิน ไม่เหลือใคร แต่คุณนีโน่ก็ยังคงอยู่ เค้าให้บทละครกับคุณโอในฐานะผู้จัด พาไปหาผู้ใหญ่เพื่อจะนำตำนานความเป็นโอโน่กลับมาอีกครั้ง พาไปออกทีวีหลายๆรายการเพื่อขอโอกาสและพิสูจน์ตัวเองแบบที่บอกไว้ข้างต้น

แต่คุณโอก็จากแฟนๆของเค้าไปซะก่อน ก่อนที่จะได้ Come Back กลับมาตามที่เค้าและคุณนีโน่ตั้งใจ

สุดท้ายคุณนีโน่ก็ได้อยู่ข้างๆในวันที่คุณโอจากไป เป็นคนสำคัญที่แม้กระทั่งครอบครัวของคุณโอให้อำนาจการตัดสินใจครั้งสุดท้ายในการรักษา ซึ่งมันคงเป็นสิ่งที่ทำใจได้ยากในการจะให้คุณโอจากลา แต่เค้าก็ทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเค้าได้ทำอย่างที่เค้าได้สัญญา ว่าจะช่วยเหลือกัน จะประคับประคองกัน จะอยู่ข้างกัน และอยู่ข้างๆกันในฐานะเพื่อนที่ปรารถนาดีต่อกันไม่ว่าชีวิตจะขึ้น จะลง จะดิ่งลงเหว จะไม่เหลือใคร จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตจริงๆ

…ในชีวิตนี้ เราได้เป็นเพื่อนแบบนีโน่ให้ใครซักคน และได้มีเพื่อนอย่างนีโน่ซักคนในชีวิตเราแล้วหรือยัง…

#RIP #WeWillMissYou

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเพจดังอย่าง Drama-addict ที่ได้เขียนข้อความสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า ;__; เขียนโคตรดี ใครเจอเพื่อนแท้แบบพี่โอเจอพี่นีโน่นี่โชคดีฉิบหาย

 

อดีต สส.ตรัง ออกโรงบี้ตำรวจคลี่คลายคดีเผาเครื่องจักร-ฆ่าคนงาน

อดีต สส.ตรัง ออกโรงบี้ ตำรวจคลี่คลายคดีเผาเครื่องจักร-ฆ่าคนงานผู้รับเหมา ชี้ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากการแต่งตั้งผู้การฯข้ามห้วยไม่รู้จักพื้นที่ ยอมรับการฮั้วประมูลบ่อนทำลายประเทศ

วันที่ 14 ก.ย. 61 คืบหน้าคดี คนร้ายลอบเผารถและยิงคนงานก่อสร้าง ของ หจก.ภักสุธีโกศลการก่อสร้าง ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ชาว จ.สุราษฎร์ธานี ที่ชนะการประมูลงานและเข้ามาดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงผิวจราจรถนนชนิดพาราแอสฟัสต์ติกคอนกรีต สาย ตง.ถ.-0067 โคกชะแง้บ้านเกาะปุด (ตอน 2) หมู่ 5 ต.นาบินหลา –หมู่ 10 ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง ระยะทาง 825 เมตร วงเงิน 2,394,000 บาท

โดยวันที่ 14 สิงหาคม คนร้ายจุดไฟเผารถเกรด ยี่ห้อ Caterpillar 140 K มูลค่าคันละประมาณ 4 ล้านบาท และรถบดล้อยาง ยี่ห้อซาไก Marufuku สีเหลือง วอดทั้ง 2 คัน ต่อมาวันที่ 16 สิงหาคม คนร้ายลอบยิงนายประคอง ศรีบุญเรือง อายุ 35 ปี พนักงานขับเครื่องจักรเสียชีวิตอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย จนบัดนี้คดียังไม่มีความคืบหน้า มีการปกปิดข้อมูลการปฏิบัติหน้าที่ แม้กระทั้งภาพสะเก็ตซ์คนร้ายที่ทางตำรวจไม่นำมาเปิดเผย

แม้ว่าทางตำรวจ ทหาร จะอาศัยอำนาจปฏิบัติตามตำสั่ง คสช. เข้าดำเนินการเชิญผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ไปสอบปากคำ เป็นจำนวนกว่า 10 รายแล้วก็ตาม แต่จนบัดนี้คดียังไม่มีความคืบหน้าว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้หรือไม่ ทั้งที่เป็นคดีอุกฉกรรจ์ สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ดูเหมือนว่าทางตำรวจยังปฏิบัติหน้าที่ไม่เต็มกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมว่า จะล้มเหลวเหมือนอีกหลายคดีใหญ่ๆที่เกิดขึ้นแต่ไม่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้

เกี่ยวกับคดีดังกล่าว นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ และ อดีตแกนนำ กปปส. กล่าวว่า มูลเหตุของคดีเบื้องต้นเกิดจากความโปร่งใสของกระบวนการในการที่จะจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งนี้กระบวนการที่โปร่งใสจะนำมาซึ่งความถูกต้องของการจัดซื้อจัดจ้าง ถ้าหากกระบวนการโปร่งใสแล้วมีใครไปทำลักษณะของการใช้อำนาจอิทธิพล ตนว่าเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องจัดการ

ในหลายที่มีเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้เกิดขึ้น รุนแรงในลักษณะหลาบแบบ เช่น อุ้ม ขัดขวาง ขมขู่ แต่พอถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกาย และเผาทำลายทรัพย์สิน ตนว่าเป็นเรื่องที่บ้านเมืองจะต้องเข้ามาจัดการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยเด็ดขาด

นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า ตนว่าพื้นที่ในจังหวัดตรัง ไม่ควรที่จะเกิดเรื่องรุนแรงแบบนี้ แต่ว่าในเชิงลึกมันมีหลายพื้นที่ๆมีการเรียกกรับเงินด้วย มีลักษณะของความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างอยู่ด้วย ตนเองหลายครั้งก็เคยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ย่าง สตง ,ปปช.เข้ามาตรวจสอบ แต่เรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินด้วย ตนว่าหน่วยงานตรงก็คือตำรวจต้องเข้ามาดูแลในเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ถามว่าหมายถึงว่าคดีดังกล่าวทางตำรวจยังทำงานไม่เต็มที่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตนว่ามีข้อกังขา ที่ผ่านมาจังหวัดตรังมีปัญหาคดีอุจฉกรรจ์หลายคดีทั้งจังหวัด ภาพรวมมีคดีใหญ่ๆเกิดขึ้นหลายคดี จะโยนความรับผิดชอบให้ใครไม่ได้ ซึ่งเกี่ยวพันกับกระบวนการแต่งตั้งคนมารับตำแหน่ง ตนเคยพูดแล้วว่า คนมาเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ควรจะเป็นคนที่รู้สภาพพื้นที่ดี รู้จักพื้นที่แต่นี่ กระโดดข้ามฝากมาจากไหนก็ไม่รู้ มาลงรถที่หน้าตลาดคลองเต็งแต่มาโรงพักไม่ถูก มันไม่ควรเป็นอย่างงั้น ต้องเอาคนพื้นที่มาเป็น ความจริง รองผู้บังคับการรู้พื้นที่ดี แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ขึ้นเรื่องนี้สะท้อนในเรื่องขอการปฏิรูปตำรวจไปด้วยในตัว

ทั้งนี้มองว่าการประมูลงานในพื้นที่มักจะเกี่ยวพันกับนักการเมืองท้องถิ่น รวมทั้งผู้รับเหมาในพื้นที่ โดยมีการแบ่งเค้กกัน นายสาทิตย์ กล่าวว่า เป็นการร่ำลือมากในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง เรื่องรับเหมาว่ามีความไม่โปร่งใสในลักษณะของการมีกลุ่มผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นกับ 3 ฝ่าย ฝ่ายแรกเป็นหน่วยงานเจ้าของงบประมาณ ต้องสร้างกระบวนการที่โปร่งใสก่อน สองหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ อย่าง สตง.ก็ดี ปปช.ก็ดี หรือหน่วยงานที่เป็นผู้ตรวจของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม เจ้าของงบประมาณ

และสาม นั้นที่เอง ในระหว่างผู้รับเหมากันเอง ตนคิดว่าควรสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นด้วย เพราะถ้า 3 อย่างไปด้วยกันทุกอย่างจะดี กลับกัน หาก 3 อย่างฮั้วกัน จะเป็นอันตรายต่อประเทศ เพราะว่างบประมาณตกไม่ถึงชาวบ้าน เหมือนที่ว่า งบล้านบาท ทำจริงๆสองแสน สามแสนบาท นอกนั้นแบ่งกัน เรื่องนี้ตนว่าไม่ถูกต้อง

ต่อข้อถามที่ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้รับเหมานอกพื้นที่หวาดกลัวไม่มั่นใจในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินจนไม่กล้าเข้ามาในพื้นที่จังหวัดตรัง ปัญหาดังกล่าวจะทำให้ภาพลักษณ์จังหวัดตรังเสื่อมเสียหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า มันเป็นเรื่องที่กระทบอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเกิดที่ไหน เพราะฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการจัดการปัญหาของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ถ้ารวดเร็วปัญหาก็จบ

รวบโจรขโมยลอตเตอรีกว่า 20 ใบ จ.อุดรธานี

หนุ่มอุดรฯ ขโมยลอตเตอรี กว่า 20 ใบ จากแผงขายในเขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยผู้ก่อเหตุอ้างไม่มีเงินซื้อเลขที่ชอบ

ตำรวจจราจรสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี ควบคุมตัว นายวิชัย ใหญ่โสภา ชาวอำเภอหนองหาน ไปสอบสวนอย่างละเอียด หลังก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์เป็นลอตเตอรี่จากแผงค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลหน้าร้านทองแห่งหนึ่ง บนถนนมุขมนตรี เขตเทศบาลนครอุดรธานี

ก่อนปั่นจักรยานหลบหนีไปทางถนนศรีชมชื่น ด้านหลังโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล แต่มาถูกตำรวจติดตามจับกุมได้ทันควัน พร้อมของกลางลอตเตอรี่ 22 ใบ มูลค่ากว่า 1 พัน 7 ร้อยบาท

ด้านผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายได้ฝากแผงลอตเตอรี่ไว้แล้วไปซื้อกับข้าวในตลาด ระหว่างนั้นผู้ก่อเหตุที่ยืนมองลอตเตอรี่บนแผงอยู่ห่างๆ ได้ฉวยโอกาสวิ่งไปดึงลอตเตอรี่บนแผง แล้วรีบไปขึ้นจักรยานปั่นหลบหนี

เบื้องต้น นายวิชัย รับสารภาพว่า เหตุที่ทำไปเพราะไม่มีเงินซื้อลอตเตอรี่ที่มีเลขท้ายที่ชื่นชอบ แต่อยากถูกรางวัลใหญ่ จึงต้องมาวิ่งราวทรัพย์ หลังสอบสวนเจ้าหน้าที่นำตัวนายวิชัยไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป