พบกล้วยแปลก!! ออกลูกกลางลำต้น ชาวบ้านแห่ขอโชค

พบกล้วยประหลาด ออกลูกกลางลำต้นกล้วยที่ถูกตัดไปแล้วกว่า 1 เดือน โดยขนาดของลูกมีขนาดเล็กมากกว่ากล้วยปกติทั่วไป

นายประวิตร คำพันธ์ ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลแม่นาเรือ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา นำผู้สื่อข่าวเข้าดูต้นกล้วยภายในสวนของตนเอง ท้ายหมู่บ้าน หลังพบกล้วยประหลาด ที่ออกลูกกลางลำต้น บริเวณต้นกล้วยที่เขาเองตัดออกแล้วเหลือครึ่งต้น เมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา แต่พอมาใน 2-3 วันนี้ตนเองได้เข้าทำสวนบริเวณดังกล่าว กลับพบว่าต้นกล้วยของตนเองที่ตัดไว้นั้น ได้มีลูกออกมาลักษณะเป็นขนาดเล็กไม่เหมือนกล้วยทั่วไปและมีหลายลูก อยู่ในแต่ละหวี เหมือนกล้วยปกติแต่มีขนาดที่เล็กมาก

หลังจากที่ได้บอกให้เพื่อนบ้านได้รับรู้ต่างเดินทางมาดูกัน และตีเป็นหวยเลขต่างๆ ซึ่งบางรายใช้วิธีตีตัวเลข จากการนับลูก ซึ่งจากการนับลูกพบว่าในเครือของกล้วยดังกล่าว ประกอบด้วยกล้วยทั้งหมด 31 ลูก และมี 3 หวี 1 หัวปลี และ 1 ต้น ซึ่งแต่ละคนต่างก็เก็บตัวเลขเอาไว้ เพื่อทำการเสี่ยงในการซื้อหวยในงวดที่จะถึงนี้

นายประวิตร เล่าว่า สวนแห่งนี้ถือว่ามีสิ่งลี้ลับบางอย่างและถือว่าเฮี้ยนเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นพื้นที่ ที่เป็นกู่ หรือวัดเก่า มีผู้คนสมัยโบราณอาศัยอยู่ เนื่องจากเวลาไถคราดแปลงสวนก็จะพบกับถ้วยชามเก่าแก่โบราณ และมีผู้เคยพบเหตุการณ์ต่างๆมาจำนวนมาก และนอกจากนั้นยังได้รับโชคจากพื้นที่นี้หลายๆครั้ง ซึ่งการที่กล้วยออกลูกมาลักษณะนี้อาจจะมาให้โชคลาภก็ได้

อดีตผู้ใหญ่บ้าน ร้องถูกแจ้งตาย ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่

ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พาผู้เสียหายที่ถูกแจ้งตายทั้งๆที่ยังมีชีวิตอยู่ ร้องเรียนตำรวจภูธรภาค 7 เนื่องจากเกรงว่าจะเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำนายประเสริฐ สุกแตง วัย 61 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เข้าพบนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของตำรวจภูธรภาค 7 เพื่อร้องทุกข์หลังพบว่าฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ได้บันทึกว่านายประเสริฐเสียชีวิตตั้งแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้นายประเสริฐไม่สามารถใช้สิทธิขึ้นพื้นฐานต่าง ๆ ได้

นายประเสริฐ เล่าว่า ก่อนหน้านี้มีแผนไปเที่ยวประเทศเมียนมา แต่ไม่สามารถเดินทางข้ามชายแดนได้ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักไม่ถูกต้อง เมื่อกลับมาตรวจสอบกับหน่วยงานฝ่ายปกครองจึงพบว่า ในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ถูกบันทึกไว้ว่า นายประเสริฐเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา

เมื่อตรวจสอบย้อนกลับก็พบว่า มีผู้นำชื่อของนายประเสริฐไปแจ้งเสียชีวิตกับหน่วยงานฝ่ายปกครอง โดยมีหนังสือรับรองการเสียชีวิตจากโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี ที่ระบุชื่อผู้เสียชีวิตว่า นายประเสริฐ สุกแตง ซึ่งมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และที่อยู่ตรงกับที่อยู่ปัจจุบันของนายประเสริฐ เป็นเอกสารยืนยันการเสียชีวิต

ขณะที่นางอรรัมภา ชาวนาไร่ ภรรยาของนายประเสริฐ และเป็นเจ้าบ้านหลังที่มีชื่อนายประเสริฐเป็นลูกบ้าน ระบุว่า ได้แจ้งย้ายชื่อสามีเข้าบ้านหลังดังกล่าวตั้งแต่ปลายปี 2560 และไม่เคยแจ้งชื่อใครเข้าออกจากบ้านอีก ส่วนผู้ที่นำเอกสารไปแจ้งว่านายประเสริฐเสียชีวิตนั้นทราบแล้วว่าเป็นใคร แต่ยังไม่ทราบถึงเหตุผลที่นำชื่อนายประเสริฐไปอ้างเป็นที่เสียชีวิต

ด้านประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม บอกถึงสาเหตุที่ต้องนำผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนผู้กระทำการดังกล่าว เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์หรือไม่อย่างใด แล้วผู้ตายเป็นใคร มาจากไหน เพราะเหตุใดจึงได้นำชื่อบุคคลอื่นมาแจ้งตายแทน และวันนี้ (14 ก.ย.) จะนำผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดี� ขณะที่ล่าสุดมีรายงานว่า เทศบาลจังหวัดเพชรบุรี มีหนังสือแจ้งมาว่า ให้ไปรับสถานะการกลับมามีชีวิตเป็นปกติในวันที่ 19 กันยายนนี้

‘พลทหารเข้ม’ เหยื่อ3ทหารรุ่นพี่ ซ่อมน่วมคาค่ายฯ เสียชีวิตแล้ว

‘พลทหารเข้ม’ เหยื่อ 3 พลทหารรุ่นพี่ ซ่อมน่วมคาค่ายฯ เสียชีวิตแล้ว

หลังจากเมื่อเดือน ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา มีข่าวกรณีพลทหาร คชา พะชะ หรือ เข้ม วัย 22 ปี สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ จังหวัดลพบุรี ถูกหามส่งโรงพยาบาลอานันทมหิดล อำเภอเมืองลพบุรี และทราบต่อมาว่า สาเหตุของอาการบาดเจ็บนั้น เกิดจากถูกพลทหารรุ่นพี่ 3 นาย “ซ่อม” จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และนอนไม่ได้สติ ในห้องไอซียู ของ โรงพยาบาลอานันทมหิดลเป็นเวลาเกือบ 1 เดือน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Rejecttime Yok ซึ่งเป็นญาติของพลทหารเข้มระบุแล้วว่า พลทหารเข้ม ได้เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา โดย ได้โพสต์ภาพกำลังจับมือกับพลทหารเข้ม พร้อมระบุว่า “เข้มสู้เต็มที่แล้ว​ เข้มจากเราไปแล้วตอนตี 5:45​ น้องทำดีที่สุดแล้ว”

ในขณะที่เฟซบุ๊ก ของภรรยา พลทหารเข้ม ได้ระบุยืนยันเช่นเดียวกันว่า “เค้ารู้อ้วนเหนื่อยมามากแล้ว อ้วนก็สู้ถึงที่สุดแล้ว หลับให้สบายนะอ้วน”