นักศึกษาฮือฮากินข่าวอยู่ดี ๆ หนังโป๊สุดฮาร์ดคอร์ ฉายกลางโรงอาหาร

นักศึกษาจีนกำลังรับประทานอาหารอยู่ภายในโรงอาหารของวิทยาลัย กลับมีหนังสำหรับผู้ใหญ่ฉายขึ้นบนจอโทรทัศน์ในโรงอาหารนานกว่า 3 นาที

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเกิดเหตุไม่คาดฝัน มีหนังผู้ใหญ่ฉายบนจอโทรทัศน์ในโรงอาหาร ในวิทยาลัยเทคนิคอาชีวะการบิน ‘จางเจี่ยเจี๋ย’ ในมณฑลหูหนาน ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนกลางของภาคใต้ของประเทศจีน โดยขณะนั้นมีนักศึกษาหลายสิบคน กำลังรับประทานอาหารอยู่ โดยภาพวาบหวิว ฉายอยู่บนจอนานกว่า 3 นาทีก่อนจะถูกปิดไป

หลังเกิดเหตุทางวิทยาลัยออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของพนักงาน แต่เป็นผลจากการแฮกเจาะระบบของผู้ไม่หวังดี ซึ่งตำรวจกำลังสืบสวนหาความจริงอยู่

ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่าน เคยเกิดกรณีภาพวิดีโอที่มีเนื้อหาอนาจาร ฉายขึ้นบนจอภาพสาธารณะหลายครั้งในประเทศจีน กลางจัตุรัส, ห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่ในโรงเรียนมัธยมต้น โดยสาเหตุส่วนใหญ่ เกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดหรือความประมาทของพนักงาน

ซีพีเอ็น เปิดตัว ‘เซ็นทรัล ภูเก็ต’ อย่างเป็นทางการ

บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา เปิดตัวศูนย์การค้า “เซ็นทรัล ภูเก็ต” อย่างเป็นทางการ ชูเป็นจุดหมายปลายทางการช็อปปิ้งและการท่องเที่ยวของโลก

นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น เปิดเผยว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต (ฝั่งฟลอเรสต้า) ถือเป็นศูนย์กลางการค้าแห่งใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่มาพร้อมแนวคิด The World Comes to Play หรือจุดหมายปลายทางการช็อปปิ้งและการท่องเที่ยวของโลก

ที่ผสมผสานความหรูหรา และการพักผ่อนหย่อนใจเข้าด้วยกัน ตอกย้ำความระดับโลก (Global Player) บนพื้นที่ 400,000 ตารางเมตร บริเวณสี่แยกดาราสมุทร ถนนเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 และถนนวิชิตสงคราม ในอำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ภายใต้มูลค่าโครงการ 20,000 ล้านบาท ซึ่งเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ไปเมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา

โดย ซีพีเอ็น ตั้งเป้าปริมาณนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ราว 70,000 คนต่อวัน และจะช่วยขับเคลื่อนตัวเลขค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวคุณภาพจาก 8,000 บาทต่อคนต่อวัน ในปัจจุบัน เป็น 10,000 บาทต่อคนต่อวัน ภายในปีนี้

นอกจากนี้ เซ็นทรัล ภูเก็ต ยังมีแผนที่จะพัฒนาศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ในระดับภูมิภาคและนานาชาติ เพื่อตอบสนองเหล่าผู้ประกอบการในธุรกิจไมซ์ (MICE) รวมถึงโรงแรมมาตรฐานระดับโลก เพื่อให้บริการนักเดินทางท่องเที่ยวรุ่นใหม่และกลุ่มทัวร์อีกด้วย

อนุสาวรีย์ในกรุงเทพฯ กับเครื่องหมายคำถาม ‘ใครเป็นเจ้าของ..?’

รวม 15 อนุสาวรีย์ในกรุงเทพฯ กับเครื่องหมายคำถาม ‘ใครเป็นเจ้าของ..?’ หลังมีการจุดประเด็น ‘อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ’ ใครเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบดูแล

ในช่วงสัปดาห์นี้กระแสข่าวที่ร้อนแรงและประชาชนให้ความสนใจอย่างมากนั้นคือเรื่อง ‘อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ’ ภายหลังทางกรุงเทพมหานคร มีแผนปรับปรุงภูมิทัศน์อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าไม่มีหน่วยงานใดเป็นเจ้า จนกลายเป็นเครื่องหมายคำถามกับคนในสังคมว่า… แท้จริงแล้ว ‘อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ’ นั้นเป็นของใคร..?

ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่าพื้นที่ก่อสร้างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินั้น เดิมเป็นพื้นที่เวนคืนของกรมทางหลวง เบื้องต้นกรมทางหลวงเองก็ยังไม่ทราบข้อมูลในส่วนนี้ โดยทางกรมศิลปากรจะมีการศึกษาเอกสารข้อมูลหลักฐานต่างๆ ก่อนว่ามีผู้ใดเป็นเจ้าของหรือมีอำนาจในการดูแล อย่างไรก็ตามทาง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกมาเปิดเผยว่าทาง กทม. เองก็พร้อมที่จะรับเป็นผู้ดูแลหากมีการส่งมอบอย่างถูกต้อง

สำหรับ ‘อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ’ สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่เสียชีวิตไปในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศสเรื่องการปรับปรุงพรมแดนไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 59 คน ทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน

โดยมีพลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นผู้วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2484 และจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นผู้ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2485 สถาปนิกผู้ออกแบบอนุสาวรีย์คือ หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล ก่อนที่จะมีการสร้างวงเวียนอนุสาวรีย์ บริเวณจุดตัดของถนนพญาไท ถนนราชวิถี และถนนพหลโยธินนี้มีชื่อเรียกว่า สี่แยกสนามเป้า ซึ่งปัจจุบัน ‘อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ’ กลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่มีรถโดยสารให้บริการในหลายเส้นทาง เป็นจำนวนมาก ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า BTS และรถตู้ ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีอนุสาวรีย์อีก 14 แห่งทั่วกรุงเทพมหานคร ที่ต้องไปสืบค้นเจ้าของสถานที่ โดยทางกรมศิลปากรได้มอบหมายให้สำนักผังเมืองกรุงเทพมหานครไปสืบหา ซึ่งหากไม่พบทางกรุงเทพมหานครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และให้สำนักผังเมืองฯดูแลต่อไป และการปรับปรุงโบราณสถานต้องหารือกับทางกรมศิลปากรด้วย

โดยอนุสาวรีย์ 14 แห่งมีดังต่อไปนี้

1. ‘อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ‘ การก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2479 มีการทำพิธีเปิดในวันที่ 15 ตุลาคม ปีเดียวกัน เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ ณ วงเวียนหลักสี่ จุดตัดระหว่างถนนพหลโยธินกับถนนแจ้งวัฒนะและถนนรามอินทรา ตั้งอยู่ในพื้นที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญจัดสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองการปราบกบฏบวรเดช โดยมีการบรรจุอัฐิทหารและตำรวจที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ภายในรวม 17 นาย จึงมีชื่อเรียกอื่นๆ ได้แก่ อนุสาวรีย์ปราบกบฏ อนุสาวรีย์ 17 ทหารและตำรวจ อนุสาวรีย์หลักสี่ หรืออนุสาวรีย์หลวงอำนวยสงคราม

2. ‘อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย‘ เริ่มสร้างขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483 ในสมัยจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งอยู่กึ่งกลางวงเวียนระหว่างถนนราชดำเนินกลางกับถนนดินสอ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย

3. ‘อนุสาวรีย์ทหารอาสาสงครามโลกครั้งที่ 1 กรุงเทพมหานคร‘ ตั้งอยู่ ณ ถนนสามเหลี่ยมตรงมุมด้านทิศเหนือของท้องสนามหลวง ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นอนุสรณ์แก่ทหารไทยที่ไปร่วมรบในสมรภูมิยุโรป หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งอุบัติขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2457 มีทหารอาสาที่เสียชีวิตในสมรภูมิจำนวน 19 นาย และนำอัฐิของทหารที่เสียชีวิตได้ถูกนำมาบรรจุ ณ อนุสาวรีย์แห่งนี้เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2462

4. ‘วงเวียน 22กรกฎาคม‘ สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวันที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงตัดสินพระทัยนำประเทศไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 เป็นวงเวียนน้ำพุเกิดจากถนน 3 สายตัดกัน คือ ถนนไมตรีจิตต์ ถนนมิตรพันธ์ และถนนสันติภาพ อยู่ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

5. ‘ปฐมบรมราชานุสรณ์‘ หรือ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ตั้งประดิษฐาน ณ เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) เมื่อปี พ.ศ. 2472 เนื่องในโอกาสสถาปนากรุงเทพมหานครครบ 150 ปี และโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีฉลองพระนครครบ 150 ปี ด้วยพระราชดำริที่จะสร้างสิ่งที่เป็นอนุสรณ์ถึงความรำลึกในพระกรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงโปรดเกล้าฯ ให้คิดแบบพระบรมราชานุสาวรีย์ และสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นประกอบกันเป็นปฐมบรมราชานุสรณ์ที่ปลายถนนตรีเพชร

6. ‘อุทกทานสหชาตและอุทกทานพระแม่ธรณีบีบมวยผม‘ สร้างแล้วเสร็จทำพิธีเปิดในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2460 เป็นศาลตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนินใน ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ และ สะพานผ่านพิภพลีลา สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นปูนปั้นรูปพระแม่ธรณีกำลังบีบมวยผม มีน้ำสะอาดไหลออกมาจากปลายมวยผม สามารถใช้ดื่มกินได้

7. ‘พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช‘ หรือ ‘พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีที่วงเวียนใหญ่‘ ประดิษฐาน ณ วงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี คณบดีประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้ออกแบบ ทางราชการได้ประกอบพระราชพิธีเปิดและถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2497 และในวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2497 จึงมีรัฐพิธีเปิดเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง

8. ‘พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว‘ หรือ ‘พระบรมรูปทรงม้า‘ ตั้งอยู่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า สร้างขึ้นในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยนำแบบอย่างมาจากพระบรมรูปของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ที่กรุงปารีส ด้วยฝีมือนายช่างชาวฝรั่งเศส บริษัท ซุซ แฟรส์ ฟองเดอร์ (Susse Frères Fondeur) ในวโรกาส ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2450

พระองค์เสด็จประทับ ให้ช่างปั้นชื่อ จอร์จ เซาโล (Georges Saulo) ปั้น เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2450 พระบรมรูปสำเร็จเรียบร้อยส่งเข้ามาถึงกรุงเทพฯ เมื่อ วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2451 อันเป็น เวลาพอดีกับงานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก เนื่องในโอกาสเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ 40 ปี เจ้าพนักงานได้อัญเชิญพระบรมรูปทรงม้าขึ้นประดิษฐานบนแท่นรองหน้าพระราชวังดุสิต โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จไปทรงทำพิธีเปิดด้วยพระองค์เอง

9. ‘พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

10. ‘พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

11. ‘พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

12. ‘พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

13. ‘พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

14. ‘พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล

อย่างไรก็ตามล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 61 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกนัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวถึงความชัดเจนในการดูแลอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ว่า ขณะนี้เรียบร้อยแล้วโดยทางกรุงเทพมหานคร รับเป็นผู้ดูแล ส่วนอนุสาวรีย์อื่นๆทั่วกรุงเทพฯนั้น ก็คิดว่าเป็นเรื่องของกรุงเทพมหานครที่จะดูแลส่วนใหญ่เช่นกัน

‘อนุสาวรีย์’ ที่ถูกสร้างขึ้นไม่ว่าจะทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือแม้แต่ในจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ให้ทุกคนระลึกนึกถึงบุคคลหรือเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นจากอดีตสู่ปัจจุบัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใดเข้ามารับผิดชอบดูแล เราคนไทยทุกคนก็ต้องร่วมแรงร่วมใจกันในการอนุรักษ์ฟื้นฟูในอยู่คู่กันคนไทยไปอื่นนานแสนนาน