ย้อนรอยวีรกรรมของ “ซินแสโชกุน” จากมหากาพย์ฉ้อโกง และลอยแพเหยื่อนับพันคน กลางสนามบินสุวรรณภูมิ ถูกเปิดโปงขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2560
ย้อนกลับไปช่วงกลางดึกวันที่ 11 เมษายน 2560 บรรยากาศภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เต็มไปด้วยความโกลาหล เมื่อสมาชิกขายตรงอาหารเสริม ของบริษัท เวลท์เอเวอร์ จำกัด นับพันคน ถูกปล่อยลอยแพ ไม่มีเครื่องบินเช่าเหมาลำมารับไปทัวร์ประเทศญี่ปุ่น แม้ทุกคนจะเสียค่าใช้จ่ายไปราว 9,730 – 20,000 บาท ตามโปรโมชั่นอันสวยหรู งานนี้ร้อนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมตำรวจ ต้องเข้าดูแลเป็นการด่วน
หลังเกิดเรื่อง ผู้เสียหายหลายรายได้ทยอยเข้าแจ้งความ ซึ่งเมื่อสืบสาวราวเรื่องลงไป ก็พบว่ามีลักษณะคล้ายกรณี “ขายตรง” ที่มีการชักชวนให้มาเป็นสมาชิกของบริษัทขายอาหารเสริม พร้อมรับสิทธิ์เที่ยวต่างประเทศราคาถูก กระทั่งปรากฏคลิปเสียงของ น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ “ซินแสโชกุน” กรรมการบริษัทฯ ตัวการสำคัญ ผ่านโซเชียลมีเดีย ในลักษณะว่า เนื่องจากมีการรวมตัวแจ้งความ ทำให้บริษัทเกิดความวุ่นวาย จนเครื่องบินเช่าเหมาลำไม่สามารถลงจอดได้ จึงขอยุติทริป และยินดีคืนเงินให้ผู้เสียหายภายใน 3 วัน
จากนั้น ตำรวจไล่ล่าจับกุม “ซินแสโชกุน” พร้อมพวก ได้อย่างรวดเร็ว ขณะกบดานในสำนักสงฆ์บ้านพรรั้ง วัดป่าชัยมงคล จังหวัดระนอง ก่อนนำตัวซินแสโชกุน พร้อมพวกรวม 8 คน ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เข้ากรุงเทพฯ มาสอบเข้มที่กองปราบปราม เพื่อดำเนินคดี

สำหรับ น.ส.พสิษฐ์ สร้างชื่อด้วยการรับดูดวงฟรี ตามเว็บบอร์ดต่างๆ ถึงขั้นตั้งตัวเป็นซินแส และเปลี่ยนชื่อนามสกุลมาแล้ว 10 ครั้ง โดยเคยก่อเรื่องลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง แถมถูกแจ้งความในคดีเกี่ยวกับทรัพย์ ตั้งแต่ปี 2555-2559 รวม 6 คดี และมี 3 หมายจับติดตัว ซึ่งหนึ่งในนั้น คือกรณีตุ๋นผู้เสียหายนำลูกค้าไปถ่ายแบบที่ประเทศญี่ปุ่น
ด้าน น.ส.พสิษฐ์ ให้การรับสารภาพว่า ก่อตั้งบริษัท เวลท์เอเวอร์ฯ ในเดือนมกราคม 2560 โดยลวงให้คนมาลงทุนสมัครสมาชิก พร้อมล่อใจด้วยส่วนแบ่งจากการบอกต่อ และทริปต่างประเทศที่สมาชิกต้องจ่ายเงินเพิ่ม ส่วนทรัพย์สินที่ได้จากการหลอกลวง จะถูกแปลงไปเป็นคอนโดมิเนียม และรถหรู โดยใช้เงินส่วนหนึ่งพาสมาชิกไปเที่ยว เพื่อสร้างภาพให้น่าเชื่อถือ