คปภ. เตรียมใช้ระบบประกันภัยเยียวยาประชาชน ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

คปภ. เตรียมการใช้ระบบประกันภัยเยียวยาประชาชน ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย เร่งสรุปรายงานและการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงหน้าฝนปีนี้ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม และบางพื้นที่อาจถูกใช้เป็นพื้นที่รับน้ำเนื่องจากเขื่อนหลายแห่งมีปริมาณน้ำมากจำเป็นต้องมีการระบายน้ำออกจากเขื่อนเป็นระยะ

โดยอาจส่งผลกระทบต่อพืชสวน ไร่ นาข้าว และทรัพย์สินของประชาชน สำนักงาน คปภ. มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าวที่อาจได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในปีนี้ ดังนั้นจึงได้สั่งการไปยังสำนักงาน คปภ. ภาค/จังหวัดทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนด้านการประกันภัยที่อาจจะได้รับผลกระทบหรือได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติในปีนี้

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

โดยให้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการป้องกันความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของประชาชนและเตรียมความพร้อมรองรับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้น นอกจากนี้เมื่อกรณีมีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของผู้เอาประกันภัย

รวมถึงความเสียหายของเกษตรกรชาวนาผู้ทำประกันภัย ข้าวนาปี ขอให้ช่วยเหลือคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านประกันภัย และเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทน พร้อมรายงานความเสียหายการจ่ายค่าสินไหมทดแทนและเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้นมาที่สายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาคเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนี้ได้มีหนังสือถึงสมาคมประกันวินาศภัยไทย และสมาคมประกันชีวิตไทยให้แจ้ง บริษัทประกัน วินาศภัยและบริษัทประกันชีวิต ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบและเยียวยาความเสียหายได้ทันท่วงที โดยให้มีการประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ต่างๆ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบกับประชาชนผู้เอาประกันภัย

เพื่อให้ติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการป้องกันความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน และเตรียมความพร้อมรองรับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นในปีนี้ โดยเมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของผู้เอาประกันภัยขอให้บริษัทประกันวินาศภัย บริษัทประกันชีวิต เร่งรัดตรวจสอบความเสียหายและพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็ว

รวมถึงการเตรียมความพร้อมและเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่เกษตรกรชาวนาผู้ทำประกันภัยข้าวนาปี รวมทั้งขอให้สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมประกันชีวิตไทย กำชับให้บริษัท ประกันวินาศภัยและบริษัทประกันชีวิต สรุปรายงานความเสียหายและการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากสถานการณ์ภัยธรรมชาตินำส่งข้อมูลให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงาน คปภ. เพื่อดำเนินการติดตามและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็วและเป็นธรรมต่อไป

“ผมขอย้ำว่า สำนักงาน คปภ. จะใช้สรรพกำลังและเครือข่ายภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่เพื่อช่วยเหลือเยียวยาด้านประกันภัยให้กับผู้เอาประกันภัย รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในปีนี้อย่างเต็มที่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา” ดร.สุทธิพล กล่าวในตอนท้าย

คอหวยไม่พลาด แห่ขอโชคต้นลำไยสามนางโบราณอายุกว่า 100 ปี

คอหวยไม่พลาด แห่ขอโชคต้นลำไยสามนางโบราณอายุกว่า 100 ปี มี 3 ลำต้นขึ้นลำในต้นเดียวกัน

ต้นลำไยสามนางอายุกว่า 100 ปีของชาวบ้านในพื้นที่ ต.แม่ต๋ำ อ.เมือง จ.พะเยา ว่าเป็นลำไยที่มีมาตั่งแต่สมัยปู่ย่าตายาย พ่อแม่ มาชื้อที่ตรงนี้ ปลูกบ้านมาแต่ก่อนก็พบว่ามี ต้น (ลำไยกะโหลก หรือพันธุ์อิดอหรืออิเบี้ยวลูกโต) ขึ้นปกคลุมมาก่อนโดยลำต้นจะมีลำต้นขึ้นมาต้นเดียวกันแต่มี 3 ลำต้นขึ้นลำในต้นเดียวกันจนเจ้าของบ้านเรียกว่าลำไยสามนาง

มีสภาพสมบูรณ์ วัดความยาวได้ 2 คนโอบ สูงประมาณ 3 เมตร มีรูเป็นช่องกลางต้น สามารถเอามือลอดหากันได้ ลำตันเป็นเกลียวมีอยู่สามกิ่งที่แตกออกจากลำต้น แต่แปลกแม่กิ่งที่ตายแล้วจะกิ่งใหม่แทงกิ่งออกมาทดแทน ทำให้ต้นลำไยต้นนี้มีอายุนาน และทาง เจ้าของบ้านจึงเรียกต้นลำไยสามนาง ดูแลรักษาเก็บไว้จวบจนทุกวันนี้เป็นอย่างดี

เมื่อวันที่ 12 ก.ย 61 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ดูต้นลำไย (กะโหลกหรือพันธ์ อิเบี้ยว-อิดอ ที่จะออกลูกโต ) สามนาง อายุกว่า 100 ปี ของนางเสงี่ยม (ป้าหนิ้ว) ฟูแสง อายุ 75 ปี บ้านเลขที่ 32 ถนนแม่ต๋ำฟากน้ำ ต.แม่ต๋ำ อ.เมือง จ.พะเยา พบว่าเป็นต้นลำไยที่มี อายุกว่า 100 ปี มาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย พ่อแม่ โดยมาชื้อที่ตรงนี้ก็พบว่ามีต้นลำไยสามนางเกิดขึ้นแล้ว ต้นลำไยมีสภาพสมบูรณ์วัดความยาวได้ 2 คนโอบ สูงประมาณ 3 เมตร

บริเวณลำต้นมีรูเป็นช่องกลางต้นสามารถเอามือลอดหากันได้ ลำตันเป็นเกลียวมีอยู่สามกิ่งที่แตกออกจากลำต้นแม่กิ่งที่ตาย แต่พบว่าแปลกลำต้นกิ่งที่ตายแล้วก็จะมีลำต้นกิ่งงอกออกมาแทนใหม่จะสลับกันไปมาจนมี 3 ลำต้นหรือ 3 กิ่ง จนเจ้าของบ้านเรียกต้นลำไย ต้นนี้ว่า สามนาง และได้บำรุงดูแลรักษาเก็บไว้จนปัจจุบันเพราะเชื่อว่าลำไยต้นนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่เพราะมีอายุมาก

จนกระทั่งทางเจ้าของบ้านเจ้าของต้นลำไยสามนาง พร้อมด้วยเพื่อนบ้านและผู้มาพบเห็นได้นำเอาผ้าแพร 7 สี มาผูกมัดลำต้น พร้อมกับดอกไม้ธูปเทียนมาเซ่นไหว้ เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลปกปักรักษาคุ้มครอง ลูกหลานและผู้มาขอโชคลาภ โดยบางคนก็มองดูตามลำต้นเห็นตัวเลขบางคนก็เอาแป้งฝุ่นลูบลำต้นเพื่อหาเลขเด็ดตามความเชื่อ

ทั้งนี้ก่อนจะถึงวันหวยออกงวดวันที่ 16 ก.ย.61 นี้ ซึ่งการขอพบว่าบางคนก็มองเห็นตัวเลขเต็มๆ มีทั้ง ตัวเลข 308-182-308- 50-20 และต่างก็เอากล้องโทรศัพท์มือถ่ายถ่ายเก็บไว้ เพื่อนำแทงหวยและซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 ก.ย. 61 ซึ่งก็เป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล หากใครอยากได้เลขเด็ดก็ขอให้มาขอโชคและดูได้ทุกวันก่อนวันหวยออกที่บ้านป้าหนิ้ว

อุตุฯ เผย ไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก

อุตุฯเผย สภาพอากาศ ไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก เตือนระวังพายุ บารีจัต-มังคุด ทำฝนถล่มน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

พายุโซนร้อน “บารีจัต” (BARIJAT) บริเวณด้านตะวันออกของเกาะไหหลำ ประเทศจีน กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในวันนี้ (13 ก.ย. 61) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ

ซึ่งจะส่งผลทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น

ภาคเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ขอนแก่น ชัยภูมินครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ บริเวณจังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.