สลดใจ ! รถบัสตกเขาในอินเดีย ตายแล้ว 55 ราย

เกิดเหตุรถบัสตกเขาในรัฐเตลังกานาของอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 55 ราย

เกิดเหตุรถบัสเสียหลักตกถนนลงสู่ช่องเขาในเมืองจักเทียล รัฐเตลังกานา ทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อวานนี้ เวลาประมาณ 11.45 น.ตามเวลาท้องถิ่นอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 55 ราย รวมถึงเด็ก 4 ราย ขณะที่มีผู้เสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุทันที 24 ราย

รายงานระบุว่า รถบัสของบริษัทขนส่งรัฐบาลอินเดียดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสารหลายสิบคน กลับจากการแสวงบุญที่วัดบนเขา

นาย พี. มาเนเดอร์ เรดดี้ รัฐมนตรีคมนาคม ระบุว่า คนขับสูญเสียการควบคุมรถเมื่อผ่านลูกระนาดบนถนน ทำให้รถบัสที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงและบรรทุกคนมาเกินพิกัดพลิกคว่ำตกลงไปในหุบเขา

ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงได้รีบเข้ามาช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มายังจุดเกิดเหตุ และผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลจักเทียล ส่วนผู้ที่มีอาการเข้าขั้นวิกฤตได้ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลคาริมนาการ์ และโรงพยาบาลไฮเดอราบัด

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ทางการกำลังสอบสวนเรื่องนี้ และพบข้อมูลว่ารถบัสคันนี้บรรทุกผู้โดยสาร 94 คน รวมถึงคนขับ ซึ่งเกินจำนวนที่สามารถบรรทุกได้เพียง 52 คน

ด้านนายคาลวาคุนตลา จันทราชีการ์ ราโอ มุขมนตรีฐเตลังกานา ประกาศมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 2.2 แสนบาท ให้กับสมาชิกครอบครัวของผู้เสียชีวิต

‘พีท’ พ่อค้าหวย 90 ล้าน กลับลำ ปฏิเสธ 2 ข้อหา ส่งฝากขังวันนี้

“พีท” พ่อค้าลอตเตอรี่ ให้การปฏิเสธข้อหา หลอกลวงประชาชน และกระทำผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ด้านเจ้าหน้าที่เตรียมส่งตัวฝากขังต่อศาลวันนี้

พลตำรวจตรี มานะ อินพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร เดินทางเข้าสอบปาก นายธนวรรธน์ คำแหงพล หรือ พีท พ่อค้าลอตเตอรี่ วัย 35 ปี ผู้ต้องหากรณีกุเรื่องขายลอตเตอรี่ 90 ล้านบาท ที่สถานีตำรวจภูธร (สภ.)โคกขาม โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

จากนั้น ได้มีการแถลงข่าว โดยพลตำรวจตรี มานะ เปิดเผยว่า เบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพแค่ข้อหา ดัดแปลงลอตเตอรี่ และขายหวยเกินราคา แต่สำหรับข้อหา หลอกลวงประชาชน และกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นั้นเจ้าตัวให้การปฏิเสธ

ส่วนขณะนี้ มีผู้เสียหายเข้าให้ปากคำแล้ว 5 ราย และมีการทำหนังสือถึงกองสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อให้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ เกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย ซึ่งหากมีประเด็นเพิ่มเติมจาก 4 ข้อหา ก็สามารถแจ้งความเพิ่มเติมได้ เช่นเดียวกับกรณีที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เตรียมแจ้งความดำเนินคดี น.ส.นงลักษณ์ โสดาจันทร์ แฟนสาวนายธนวรรธน์ รวมทั้งยี่ปั๊ว ก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้

ด้านนายธนวรรธน์ ขอโทษประชาชนทั่วประเทศ พร้อมให้คำมั่นถึงผู้ที่สั่งซื้อลอตเตอรีทางไลน์ และยังไม่ได้รับว่า หลังเสร็จสิ้นการประกันตัว จะรีบจัดส่งให้ ส่วนผู้ที่โอนเงินมาแล้ว หากต้องการเงินคืน ก็จะโอนเงินกลับคืนไปให้เช่นกัน

หลังการแถลงข่าว ตำรวจได้นำตัวนายธนวรรธน์ ไปที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาเอกชัย เพื่อชี้จุดที่ดัดแปลงสลากลอตเตอรี่ และจุดที่ยืนถ่ายรูปโชว์ ก่อนนำตัวกลับไปควบคุมที่ห้องขัง สภ.โคกขาม และวันนี้ ประมาณ 11.00 น. ตำรวจจะนำตัวนายธนวรรธน์ ไปฝากขังยังศาลจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมคัดค้านการประกันตัว

เด้ง 7 นายตำรวจ ตั้งกรรมการสอบเซ่นปม ยัดยา-รีดเงินพ่อค้าส้มตำ

ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 สั่งย้าย 7 นายตำรวจ ปฏิบัติหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 พร้อมตั้งกรรมการสอบปมร่วมกัน ยัดยา-รีดเงินพ่อค้าส้มตำ

พลตำรวจตรี เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 มีคำสั่งให้ตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 จำนวน 7 นาย มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิมตั้งแต่วานนี้ (11 กันยายน) เป็นต้นไป

หลังมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีที่ถูกนายศักดิ์ชัย แน่นอุดร พ่อค้าส้มตำวัย 49 ปี แจ้งความร้องทุกข์ต่อสถานีตำรวจนครบาล (สน.)พญาไท ให้ดำเนินคดี ฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ จากการยัดยาเสพติด แล้วเรียกรับสินบน 50,000 บาท แลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี พร้อมมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ตามคำสั่งของ พลตำรวจโท ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

ด้านพันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า สำหรับคดีนี้ ทาง สน.พญาไท ได้รับคำร้องทุกข์ตามคดีอาญา ไว้แล้ว และอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดี พร้อมยืนยัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะไม่ปกป้องตำรวจที่กระทำผิดกฎหมายอย่างแน่นอน

เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งห้ามเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ ปฏิบัติหน้าที่เหลื่อมล้ำกฎหมาย หรือสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ซึ่งหากพบเจ้าหน้าที่มีความพฤตินอก-รีต จะดำเนินทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้เป็นเยี่ยงอย่าง