อุตุฯ เผย ภาคเหนือ-อีสานยังมีฝนตกต่อเนื่อง กทม.ฝนฟ้าคะนอง 40%

อุตุฯ เผย ภาคเหนือ-อีสานยังมีฝนตกต่อเนื่อง กทม.ฝนฟ้าคะนอง 40% เตือน 13-14 ก.ย. ‘พายุบารีจัต’ เคลื่อนเข้าจีน ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับภาคอื่นๆ มีปริมาณฝนลดลง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

อนึ่ง พายุโซนร้อน “บารีจัต” (BARIJAT) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 13-14 ก.ย. 61 ซึ่งจะส่งผลทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคเหนือ

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบ่างแห่ง บริเวณจังหวัดลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และชัยภูมิ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ และชัยนาท อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

สดร. เผยภาพ ‘ดาวหางจี-แซด’ เข้าใกล้โลกที่สุด เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 61

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผยภาพ “ดาวหางจี-แซด” เข้าใกล้โลกที่สุด เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 61 

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยภาพ “ดาวหางจี-แซด” บันทึกโดยกล้องโทรทรรศน์ควบคุมระยะไกลอัตโนมัติ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร ณ หอดูดาวเซียรารีโมท รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561 มองเห็นนิวเคลียส โคมาและหางฝุ่นของดาวหางอย่างชัดเจน

ภาพ “ดาวหางจี-แซด” (21P/Giacobini-Zinner หรือ G-Z) บันทึกโดยกล้องโทรทรรศน์ควบคุมระยะไกลอัตโนมัติ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร ของ สดร. ติดตั้ง ณ หอดูดาวเซียรารีโมท รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561 เวลาประมาณ 17.55 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ก่อนเข้าใกล้โลกและดวงอาทิตย์มากที่สุดเวลาประมาณ 00.15 น. ในคืนเดียวกัน ปรากฏทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณกลุ่มดาวสารถี  มีค่าความสว่างปรากฏสูงสุดประมาณแมกนิจูด 7 จึงมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เพราะความสว่างปรากฏของวัตถุท้องฟ้าที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่ามีค่าประมาณแมกนิจูด 6 ลงไป

หากใช้กล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กกำลังขยายตั้งแต่ 7 เท่าขึ้นไปช่วยสังเกตการณ์จะเห็นชัดเจนขึ้น ดาวหางจี-แซดจะค่อย ๆ เคลื่อนมาทางทิศตะวันออก เข้าสู่บริเวณกลุ่มดาวคนคู่   และปรากฏให้สังเกตการณ์จนถึงสิ้นเดือนกันยายน ที่น่าติดตามคือดาวหางจะเคลื่อนเข้าใกล้กระจุกดาวเปิด M35 หลังเที่ยงคืนของวันที่ 15 กันยายน 2561 เวลาประมาณ 00.30 น. เป็นต้นไป สังเกตการณ์ได้จนถึงรุ่งเช้า

ดาวหางจี-แซด (21P/Giacobini-Zinner หรือ G-Z) เป็นดาวหางคาบสั้น มีคาบการโคจรประมาณ 6.5 ปี ครั้งล่าสุดโคจรมาใกล้โลกเมื่อปี 2555 และจะโคจรกลับมาเข้าใกล้โลกอีกครั้งในปี 2568 แต่ความสว่างปรากฏอาจลดลง เนื่องจากสูญเสียมวลสารเมื่อได้รับรังสีจากดวงอาทิตย์จนมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ

สาวป่วยมะเร็ง ถูกสามีไล่ หอบลูกพึ่งน้องสาว สุดท้ายน้องสาวเลิกกับสามีเพราะเลือกพี่

สาวป่วยมะเร็งเต้านม ตัดพ้ออยากลาโลก ซ้ำสามีไล่หนี หอบลูกพึ่งน้องสาว สุดท้ายน้องสาวต้องเลิกกับสามีเพราะเลือกพี่สาวที่ป่วย

สุดแสนทรมาน นานหลายปีสาววัย 37 ปี นอนป่วยเป็นโรคร้ายมะเร็งเต้านมระยะที่ 4  มานานนับ 5 ปี ซ้ำหนักผู้เป็นสามีขับใสไล่ส่งให้ออกไปจากบ้าน ให้ไปรักษาตัวให้หายแล้วค่อยกับมา สิ้นไร้หนทางหอบลูกมาพึ่งน้องสาวให้ดูแล ผู้เป็นน้องสาว ไม่ทอดทิ้งขอรับดูแลพี่สาวที่ป่วยเป็นโรคร้าย แม้จะต้องเลิกรากับสามีก็ตาม แต่ขอเลือกที่จะได้ดูแลพี่สาวให้ดีที่สุดแม้ตนต้องทำงานหนัก สุดท้ายค่าใช้จ่ายผู้เป็นน้องสาวเริ่มเพิ่มมากขึ้น ทั้งสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นของผู้เป็นพี่สาว และค่างวดรถ-งวดบ้าน รายได้เพียงหมื่นกว่าไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายคนในครอบครัว ทั้งหลานน้อย 2 คนและลูกของผู้เป็นน้องสาวอีก 1 คน สุดท้ายผู้เป็นพี่สาวทนเห็นน้องของตนทำงานหนักรับภาระชีวิตคนในบ้านหลายชีวิต เปิดขอรับบริจาค จากผู้ใจบุญเข้าช่วยเหลือเป็นสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ป่วยติดเตียง

วันนี้ (11 ก.ย.61) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านเลขที่ 121/133 ม.3 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พบกับ น.ส.พรพนา วงษ์ศรีแก้ว อายุ 37 ปี เป็นผู้ป่วยนอนติดเตียงอยู่ภายในบ้าน ลักษณะบริเวณเต้านมถูกตัดออกจากการรักษาทางการแพทย์ สอบถามไปยัง น.ส.สังกา เทพยศ อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 128 ม.2 ต.ไทรเดี่ยว อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ผู้เป็นแม่จึงทราบว่า น.ส.พรพนา เป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ระยะที่ 4 จนจำเป็นต้องตัดเต้านมทั้ง 2 ข้างทิ้ง

น.ส.พรพนา เริ่มป่วยตั้งแต่ปี 2556 จนปัจจุบัน หลังแพทย์ตรวจพบก้อนเนื้อจึงได้รับการผ่าตัดเต้านมทั้ง 2 ข้างทิ้งในปี 2557 สร้างความเจ็บปวดทรมานให้แก่ น.ส.พรพนา เป็นอย่างมาก ในระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา จนต้องมาขอพึ่งพาผู้เป็นน้องสาว คือ น.ส.ปภัสศิริส์ วงษ์ศรีแก้ว อายุ 36 ปี เพราะผู้เป็นสามีทราบเรื่องอาการป่วยของ น.ส.พรพนา ว่าเป็นโรคมะเร็งจึงขับใสไล่ส่งให้ออกจากบ้านพร้อมลูกอีก 2 คน ที่ยังเด็กอยู่

ทั้งนี้ น.ส.พรพนา ผู้ป่วยได้พูดด้วยน้ำเสียงอิดโรยว่า ตนไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้แล้วจริงๆ มันชั่งทรมานเหลือเกินเพราะสภาพจิตใจและร่างกายเริ่มอ่อนล้าลงเรื่อยๆ แต่ที่ต้องทนอยู่และสู้กับโรคร้ายเพราะ ลูก และยังมีความเป็นห่วงและสงสารผู้เป็นลุง และแม่รวมถึงผู้เป็นน้องสาว ที่ต้องมาคอยดูแลตน ตนจึงตัดสินใจใช้โลกโซเชียล โดยโพสต์ลงในกลุ่มสมาชิกเฟซบุ๊ก “ชุมชนคนรักบ่อวิน” ขอเปิดรับบริจาคเป็นสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วยติดเตียงเพื่อเป็นหนทางในการแบ่งเบาภาระให้แก่ผู้เป็นน้องสาว จนสมาชิกในกลุ่มได้เดินทางเข้ามาบริจาคสิ่งของให้ดังกล่าว เพราะจริงๆ แล้วตนก็ไม่อยากรบกวนผู้อื่นแต่อย่างใด แต่ตอนนี้เสถียรภาพทางการเงินในครอบครัวเริ่มมีปัญหา จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญดังกล่าว