ชาวอาข่าจัดเทศกาลโล้ชิงช้าแห่งสุดท้ายของปี

ชาวอาข่าที่บ้านสามแยก อำเภอแม่ฟ้าหลวงในจังหวัดเชียงราย จัดเทศกาลโล้ชิงช้าเป็นชุมชนสุดท้ายของปีนี้

การแสดงกระทุ้งกระบอกไม้ไผ่ โดยกลุ่มชาวบ้านชาติพันธุ์อาข่า เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ประชาชน และ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปร่วมงานโล้ชิงช้ากระทุ้งกระบอกไม้ไผ่ บ่อ ฉ่อง ตุ๊ ประจำปี 2561 ที่ลานพระสยามเทวาธิราช บ้านสามแยก ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

โดย นายปิยะเดช เชิงพิทักษ์กุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองใน เปิดเผยว่า เทศกาลโล้ชิงช้ากระทุ้งกระบอกไม้ไผ่ บ่อ ฉ่อง ตุ๊ จัดขึ้น 2 วัน คือเมื่อวันเสาร์ที่ 8 และวันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน โดยภายในงานจัดการแสดงวิถีชีวิต วัฒนธรรม การแสดงของพี่น้องชนเผ่า 26 หมู่บ้าน จำนวน 6 ชนเผ่า ประกอบด้วย การแสดงกระทุ้งกระบอกไม้ไผ่บ้านห้วยส้าน การแสดงวิถีชีวิตชนเผ่าจีนยูนานเหยนฟงไฉ่ การแสดงแฟชั่นโชว์ชนเผ่า การแสดงรำวงไทยใหญ่ รวมทั้งการแสดงวัฒนธรรม และ การจัดจำหน่ายสินค้าชนเผ่า

สำหรับ ประเพณีโล้ชิงช้าของชาวอาข่า จัดขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระคุณแห่งเทพธิดา “อึ่มซาแยะ” ผู้ประทานความอุดมสมบูรณ์ให้กับพืชพันธุ์ธัญญาหาร และเป็นการฉลองให้กับพืชผลที่มีความเจริญงอกงามรอเก็บเกี่ยว และยังเป็นการรำลึก ให้เกียรติสตรี มีพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ การเลี้ยงฉลอง การเต้นรำ ซึ่งแต่ละชุมชนจะไม่ตรงกัน เนื่องจากการกำหนดวันจัดพิธีกรรมต้องดูความเหมาะสมของวันที่จะเริ่มทำพิธี แต่จะต้องเป็นวันดี และเข้ากันได้กับผู้นำชุมชนนั้นๆ ด้วย

สั่งยุบ ‘กู้ชีพบึงยี่โถ’ ใช้รถพยาบาลขนยาเสพติด

นายกเทศบาลบึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี สั่งยุบหน่วยกู้ชีพภาคเอกชน หลังแอบอ้างชื่อใช้รถพยาบาลในสังกัด ลอบขนยาไอซ์ 500 กิโลกรัม

จากกรณีตำรวจ ปปส.ภาค 5 สนธิกำลัง สภ.ดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ติดตามจับกุม รถยนต์ตู้ ดัดแปลงเป็นรถพยาบาล 2 คัน ซึ่งรถดังกล่าวอยู่ภายใต้สังกัดของเทศบาลเมืองบึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี หลังจากพยายามขับรถหลบหนี จนเจ้าหน้าที่ต้องยิงยางก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ 2 คน บริเวณถนนสายสันช้างหิน-ศรีชุม หมู่ที่ 2 ตำบลดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ส่วนอีกคันหนึ่งไปจนมุมที่ด่านตรวจแม่ต๋ำ ตำบลแม่ต๋ำ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ตรวจค้นพบพบยาไอซ์ 500 กิโลกรัม

ล่าสุด นายรังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบึงยี่โถ เปิดเผยว่า รถทั้งสองคันที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้นั้น เป็นรถที่วิ่งอยู่ในเขตเทศบาลจริง แต่ไม่ใช่เป็นรถของเทศบาล เพราะเป็นรถที่เข้ามาวิ่งในลักษณะของภาคเอกชน ที่ได้รับการคัดสรรจาก สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) โดยผ่านการฝึกอบรมก่อนที่จะคัดสรรให้มาลงในแต่ละพื้นที่

โดยทางเทศบาลมีหน้าที่ ทำเรื่องเคสอุบัติเหตุ ว่ามีทั้งหมดกี่เคส ถ้าเป็นเคสเบา อย่างเช่นรถล้ม แผลถลอก ตรวจเช็คร่างกายจะมีค่าใช้จ่าย 350 บาท แต่ถ้าเป็นเคสหนักถึงขั้นนอนโรงพยาบาลจะได้รับ 500 บาท และเมื่อทางเทศบาลทำเรื่องส่งให้ สสจ. แล้วก็จะได้รับโอนเงินมายังบัญชีของทางเทศบาล และทางเทศบาลจะสั่งจ่ายเงินดังกล่าวตามที่เบิกจริง เป็นเช็คให้ไป ซึ่งทางเทศบาลเป็นเพียงแต่คนรับเงินและจ่ายเงินเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ทำให้ทางเทศบาลเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เบื้องต้นทางเทศบาลจะเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวแต่อย่างใด ก่อนจะให้ยุบหน่วยกู้ชีพเทศบาลบึงยี่โถออกไปทันที พร้อมกับแจ้งไปยังหน่วยงานกู้ภัยอย่าง มูลนิธิร่วมกตัญญู และ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ให้ช่วยเข้ามาบริการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ก่อน จากนั้นจะทำเรื่องถึง สสจ.ปทุมธานี ให้ดำเนินการจัดหาบุคลากรเข้ามาช่วยเหลือผู้ป่วยผู้ได้รับบาดเจ็บในพื้นที่ต่อไป

เหยื่อคดีหวย 12 ล้าน ร้องเอาผิดลูกเขยวัย 14ปี กล่าวหายักยอกหวย

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ พาเหยื่อคดีหวยยักยอกหวย 12 ล้าน ร้องกองปราบแจ้งความเอาผิด ลูกเขยวัย 14 ปี กล่าวหาว่ายักยอกลอตเตอรี่

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม และ นางมานิตย์ เต็มปักษี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ เหยื่อคดีหวยยักยอกหวย 12 ล้าน เดินทางมายังกองปราบปรามเพื่อแจ้งความ เยาวชนชายอายุ 14ปี ที่ฟ้องร้องตนเองในข้อหายักยอกทรัพย์ กรณีถูกกล่าวหาว่าได้นำลอตเตอรี่ รางวัลที่1 จำนวน2ใบงวดประจำวันที่ท1เมษายน 2561 ซึ่งฝากไว้ไปขึ้นเงินกับสลากกินแบ่งรัฐบาล จนเป็นคดีความฟ้องร้องกันที่ศาลจังหวัดนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

ซึ่งภายหลังศาลได้ยกฟ้งในภายหลังโดยให้เหตุผลว่าไม่พบว่า นางมานิตย์ ไปขึ้นเงินอีกทั้งผู้ฟ้องระบุว่า หนึ่งในลอตเตอรี่ดังกล่าวได้ลงลายมือชื่อด้านหลังไว้หนึ่งใบ ซึ่งเมื่อตรวจสอบกับกองสลากฯ รางวัลที่ถูกกล่าวอ้างนั้นไม่มีการลงชื่อไว้ด้านหลังแต่อย่างใด

โดยนางมานิตย์ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ไม่เคยรับฝากลอตเตอรี่ 12ล้านตามที่ลูกเขยกล่าวอ้าง แต่ยอมรับว่าเคยมีปัญหากัน เพราะตัวเองเคยขอให้ลูกเขยมาสู่ขอลูกสาวตามประเพณี แต่ก็ประวิงเวลามาโดยตลอดเวลา จึงน่าจะเป็นมูลเหตุของการฟ้องดังกล่าวขึ้น วันนี้จึงจะมาแจ้งความดำเนินคดีกับลูกเขยในข้อหา แจ้งความเท็จ ฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ และอาจจะแจ้งความคดีพรากผู้เยาว์ด้วย เพราะว่าหลังจากที่เป็นคดีความมาตนเองต้องทนทุกข์และเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้นกว่า4เดือนจนพิสูจน์ความจริงได้ พร้อมอยากให้กองปราบปรามนำคดีนี้เข้าไปรวมกับคดียักยอกหวยอื่นๆ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเคยระบุไว้ด้วย

ทั้งนี้ การดำเนินคดีกับนางมานิตย์ ลูกเขยได้ไปแจ้งความที่ สภ.ห้วยแถลง จ.บุรีรัมย์ และในชั้นศาลจังหวัดนางรองได้ยกฟ้องในชั้นไต่สวน