ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเริ่มลดลง แม่น้ำภาคอีสานระบายได้ดีขึ้น

ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเริ่มลดลง ส่งผลให้ปริมาณน้ำจากลำน้ำระบายลงสู่แม่น้ำโขงได้สะดวกขึ้น ส่งผลดีต่อพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำสายหลักต่างๆ ในภาคอีสาน หลายแห่งมีแนวโน้มเริ่มลดลง โดยสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสงคราม ที่สถานี Kh.98 อ.เซกา จ.บึงกาฬ ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 55 เซนติเมตร ปริมาณน้ำจะไหลต่อมายังสถานี Kh.55 อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ปัจจุบันระดับน้ำลดลงเหลือ 63 เซนติเมตร

แนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำสงครามเริ่มลดลง และไหลลงสู่แม่น้ำโขงตามลำดับ ปัจจุบัน(10 ก.ย. 61)ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเริ่มทรงตัวและเริ่มลดลงเล็กน้อย ที่สถานี Kh.1 บ้านมีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย ลดลงจากวานนี้(9 ก.ย. 61) 52 เซนติเมตร สถานี Kh.100 บ้านพันลำ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ลดลงจากวานนี้ 9 เซนติเมตร สถานี Kh.16B บ้านท่าควาย อ.เมือง จ.นครพนม ลดลงจากวานนี้ 20 เซนติเมตร

และสถานี Kh.104 วัดศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร ลดลงจาก วานนี้ 25 เซนติเมตร จะเห็นว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงต่ำกว่าระดับตลิ่งทุกสถานี ซึ่งจะส่งผลดีต่อลำน้ำสาขาในเขตจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม และมุกดาหาร สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงได้เร็วขึ้น

สถานการณ์น้ำในลำน้ำอูน ยังคงมีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง เนื่องจากสภาพน้ำในลำน้ำสงครามและแม่น้ำโขงยังมีระดับสูงอยู่ ถึงแม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงแล้วก็ตาม ทำให้การระบายน้ำจากลำน้ำอูนลงสู่ลำน้ำสงครามได้ช้า เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น ได้มีการปรับลดการระบายน้ำ เหลือวันละประมาณ 6 ล้าน ลบ.ม. เพื่อลดผลกระทบด้านท้ายน้ำ

ปัจจุบัน (10 ก.ย. 61) เขื่อนน้ำอูน มีปริมาณน้ำ 548 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 105 ของความจุอ่างฯ มีน้ำไหลลงอ่างวันละ 5.23 ล้าน ลบ.ม. โดยยังคงระบายน้ำจากเขื่อนน้ำอูนผ่านช่องทางระบายน้ำต่างๆอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพของอ่างเก็บน้ำและเตรียมพื้นที่ไว้รองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาอีกในระยะต่อไป

อย่างใรก็ตาม กรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำควบคุมปริมาณในอ่างฯให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมที่เหมาะสมกับช่วงเวลา พร้อมกับการจัดจราจรน้ำในลำน้ำต่างๆที่มีความเชื่อมโยงกัน ให้ระบายลงสู่แม่น้ำโขงได้อย่างรวดเร็ว เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมไว้แล้ว

‘โอ วรุฒ’ สิ้นลมแล้ว หลังแพทย์ยื้อชีวิต

‘โอ วรุฒ’ สิ้นลมแล้ว หลังแพทย์ยื้อชีวิตนอนไม่รู้สึกตัวอยู่ในห้อง ICU ด้านเพื่อนสนิทโพสต์ข้อความอาลัยเศร้า

จากกรณีที่ โอ วรุฒ วรธรรม อดีตพระเอกดัง เกิดหมดสติและหัวใจหยุดเต้นที่บ้านพักใน ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ จากนั้นแพทย์ได้ให้การรักษาด้วยการปั้มหัวใจจนชีพจรกลับมาอีกครั้งและนอนไม่รู้สึกตัวอยู่ในห้อง ICU ล่าสุดวันที่ 11 ก.ย. 2561 นีโน่ เมทนี เพื่อนสนิทของ โอ วรุฒ ได้โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว ninomaethane เป็นภาพขาวดำพร้อมข้อความว่า “ไปสบายนะน้อง”

ขณะที่เฟซบุ๊กของ ตั้ม สมประสงค์ สิงหวนวัฒน์ อดีตนักร้องชื่อดัง เพื่อนสนิทของ โอ วรุฒ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า โอ วรุฒ จากพวกเราไปแล้วนะครับเวลา 2.40 น. อย่างไรก็ตามต้องรอการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ผลงานเปิดตัว “คู่กรรม” 

หลังจากที่โอกลังจากเรียนต่อในอังกฤษ (การบิน) ก็กลับมาประเทศไทย และในผลงานการแสดงที่ทำให้ โอ วรุฒดังขึ้นมา เป็นที่รู้จักนั้นคงจะหนีผลงานในเรื่อง “คู่กรรม” ในช่วงปี 2531 ที่แสดงคู่กับ แหม่ม จินตหรา ในมาดเข้ม ขรึมของโกโบริ ที่ทำให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น และเริ่มเล่นละครโทรทัศน์

ด้วยคาแรคเตอร์ส่วนตัว เราจึงเห็นผลงานโอ วรุฒบทสนุกสนาน ตลก เรียกเสียงหัวเราะได้ตลอด ซึ่งนั่นทำให้งานในการเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์หลายรายการด้วยกัน โดยเฉพาะเมื่อคู่กับ นีโน่ เมทนี บุรณศิริ  พิธีกรรุ่นพี่ ที่เรียกว่า ทั้งคู่สนิทกัน ทั้งในจอและนอกจอ

หายจากวงการบันเทิง 

หลังจากขึ้นสู่จุดสูงสุด โอ วรุฒ ชีวิตก็เริ่มร่วงลง เริ่มด้วยการถูกตั้งฉายาในวงการว่า “เจ้าชายสายเสมอ” ที่มักจะมาสายอยู่เสมอๆ หลังจากนั้น ก็มีข่าวที่ไม่ค่อยดีนักออกมาเป็นระยะๆ จากพฤติกรรมส่วนตัว จนกระทั่งหายไปจากวงการ โดยเฉพาะในช่วงปี 2554 ที่มีข่าวการติดเหล้า ถูกถอดออกจากรายการและงานต่างๆ ก่อนมีข่าวอีกครั้งเนื่องจากอาการพิษสุราเรื้อรัง

บวช-ปรับปรุงตัวใหม่-ขอกลับคืนวงการ

หลังจากตกต่ำถึงขีดสุด ก็ทำให้โอ เริ่มปรับปรุงตัวใหม่ ก่อนตัดสินใจ บวชที่เชียงใหม่  หลังจากสึกออกมา โอ ก็กลับมาเข้าสู่วงการอีกครั้ง แม้ว่าครั้งนี้ โอ วรุฒ ได้ยอมรับว่า ต้องกลับมา “อ้อนวอน” ของานจากผู้จัดละครเลยทีเดียว ซึ่งหลายๆ อย่างก็ดีขึ้น จนกระทั่งจะมีอาการป่วยกำเริบขึ้นมา เพราะโรคพิษสุราเรื้อรังที่เป็นอยู่นั่นเอง

กลับบ้าน เปิดร้านอาหาร ประกาศเลิกเหล้า-บุหรี่เด็ดขาด

ด้วยอาการป่วยที่เป็นอยู่เป็นระยะๆ และต้องเข้าบำบัดอาการพิษสุราเรื้อรังต่อเนื่อง ทำให้โอ วรุฒตัดสินใจ กลับบ้านที่เชียงใหม่ ก่อนจะปรับปรุง เปิดเป็นร้านอาหาร ชื่อว่า “บ้านวรุฒ” โดย โอ เป็นคนบริการลูกค้าด้วยตนเอง ซึ่งก็จะมีแฟนคลับ เพื่อนสนิทต่างๆ แวะไปใช้บริการเป็นระยะๆ

ด้วยอาการป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง ที่ยังมีอาการมือสั่นอย่างมาก ในระดับที่ต้องใช้สองมือประคองซดน้ำแกง ทำให้โอ ประกาศเลิกเหล้าเด็ดขาด หลังจากดื่มมาตลอด 30 ปี จนทำให้ร่างกายทรุดหนัก ถึงขนาดไม่สามารถทำงานได้ หรือ ออกไปไหนได้

“มึงไม่ใช่ วรุฒ วรธรรม”

เป็นคำพูดเด็ดขาดของโอ ที่ตั้งใจจะเลิกเหล้าอย่างจริงจัง เนื่องจากทนสภาพของตัวเองที่เกิดขึ้น หมดสภาพความเป็นพระเอกสุดหล่อในอดีต ซึ่งในครั้งนั้น โอ ต้องทนอยู่กับสภาพอาการอยากเหล้าอยู่หลายวัน กว่าจะดีขึ้น

ในระหว่างนั้นก็มาพบรักอีกครั้ง กับพยาบาลสาว ชื่อว่า รักษณา หรือ ก้อย ที่ดูแลโอ วรุฒในช่วงนั้น และขอให้โอ ช่วยเป็นวิทยากร เป็นตัวอย่างให้กับคนที่ติดเหล้า หันมาเลิกเหล้า ซึ่งช่วยทำให้หลายคนที่รู้จักโอ วรุฒ มาก่อน เลิกเหล้าเด็ดขาดตามไปด้วยเช่นกัน

ทุกอย่างกำลังดี จนกระทั่ง 9 ก.ย. 

ในขณะที่ชีวิตกำลังกลับมาดีอีกครั้งหนึ่ง โอ วรุฒเกิดอาการวูบ และชัก จนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลหางดง ซึ่งในคืนหน้าแพทย์ต้องปั้มหัวใจ ยื้อชีวิตโอกลับมาอีกครั้ง แต่ก็อยู่ในอาการโคม่า ก่อนที่จะมาเสียชีวิต ในเช้าของวันนี้ 11 ก.ย. 2561


ทางทีมงานเอ็มไทย ต้องขอแสดงความเสียใจกับทั้งญาติ พี่น้อง ของคุณโอ วรุฒ วรธรรม มา ณ โอกาสนี้ด้วย

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ ประเทศไทยมีฝนลดลง

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ ประเทศไทยมีฝนลดลง เว้นภาคตะวันออกและภาคใต้จะมีฝนตกมากกว่าที่อื่น

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยจะมีฝนลดลง เว้นแต่บริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีฝนตกมากกว่าที่อื่นๆ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มได้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกได้ อนึ่ง ในช่วงวันที่ 13-14 ก.ย. 61 พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้จะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน

ภาคเหนือ

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.