ต้องลอง! ขนมปังลุงน้อย ย่างบนเตาถ่าน ‘หวาน ชุ่ม ฉ่ำ แฉะ’ ขายดีวันละ 1 พันแผ่น

ต้องลอง! ขนมปังลุงน้อย ย่างบนเตาถ่าน ขายดีวันละ 1 พันแผ่น จนต้องแจกบัตรคิว

วันที่ 10 ก.ย.61 ผู้สื่อข่าว MThai ได้มีโอกาสเดินทางไปที่ร้าน “ปังย่าง” ลุงน้อย หรือ นายสมหมาย เชิดไชย อายุ 54 ปี บริเวณปากทางเข้าวัดเฉลิมพระเกียรติ ซอยบางศรีเมือง-วัดโบสถ์ 4 ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี หลังมีการแชร์ต่อกันในโลกออนไลน์ถึงเคล็ดลับขนมปังปิ้ง ‘หวาน ชุ่ม ฉ่ำ แฉะ’ ที่มัดใจลูกค้า ขายดีวันละ 1,000 แผ่น จนต้องแจกบัตรคิว

ทั้งนี้ ร้าน “ปังย่าง” ของลุงน้อย เป็นร้านที่ดัดแปลงรถจักรยานยนต์พ่วงข้างติดตั้งโต๊ะวางขนมปังและเตาถ่านสำหรับย่างขนมปัง เป็นร้านเล็กๆ ด้านหน้าร้านเขียนด้วยคำพูดง่ายๆ ว่า “ปังย่าง 6 แผ่น 25 บาท หวาน ชุ่ม ฉ่ำ แฉะ (เจ้า เก่า เก๋า กึ๋ก) ซึ่งเปิดขายตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. และมีเพียงหน้าเดียวคือ ทาเนย น้ำตาล นม โดยใช้เตาถ่านย่างขนมปังได้เพียงครั้งละ 24 แผ่นเท่านั้นจนมีการแจกบัตรคิวลูกค้าที่มารอซื้อมากมาย เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

จากการสอบถาม จ.ส.อ.หญิงพัฒรินทร์ ประสาทสิทธิ์ หนึ่งในลูกค้าที่รอนานกว่า 2 ชั่วโมง กล่าวว่า มาซื้อขนมปังลุงน้อยบ่อยครั้ง โดยเดินทางมาจากเกียกกายตั้งแต่ 5 โมงเย็น เพิ่งจะได้ขนมปังย่างตอน 1 ทุ่มกว่า แต่ก็รอ เพราะขนมปังลุงหอม อร่อย ชุ่มฉ่ำ กรอบนอกนุ่มใน สมกับสโลแกนที่เขียนไว้ ทานมาหลายครั้งแล้วก็กลับมาซื้ออีก เก็บไว้ในตู้เย็นแล้วเอามาอุ่นไมโครเวฟก็ยังอร่อย วันนี้ซื้อทั้งหมด 15 ชุด เพราะมีเพื่อนๆ ฝากซื้อด้วย

สำหรับ ลุงน้อย ขายขนมปังย่างมาตั้งแต่ปี 2538 นานกว่า 23 ปีแล้ว เมื่อตอนแรกๆ ขายที่บริเวณหอนาฬิกา ท่าน้ำนนทบุรี หลังจากโดนไล่ที่จึงได้มาขายที่หน้าปากทางเข้าวัดเฉลิมพระเกียรติ ประมาณ 10 ปี โดยมีภรรยาและลูกๆ คอยช่วย ใครที่ต้องการมาอุดหนุนต้องหยิบบัตรคิวไม่งั้นไม่ได้ทาน ส่วนเคล็ดลับความอร่อย คือ ต้องย่างขนมปังด้วยเตาถ่านเท่านั้น เพราะมันหอมและกรอบนานเป็นธรรมชาติ

จับ ‘พลทหาร’ ใช้หมอนกดลูกเลี้ยงวัย 6 เดือน ก่อนนอนทับซ้ำจนตาย เอาศพทิ้งห้วยขวาง

จับพลทหารโมโหลูกเลี้ยงวัย 6 เดือน ร้องไห้ไม่หยุด ใช้หมอนทับตัวก่อนนอนทับซ้ำจนตาย และเรียกแท็กซี่นำศพไปทิ้งย่านห้วยขวาง กล้องวงจรปิดจับภาพชัด

วันนี้ (10 ก.ย. 61) เมื่อเวลา 22.00 น. มีรายงานว่า พ.ต.ท.ภาคิน ไกรกิตติชาญ สว.สส.สน.ห้วยขวาง พร้อมด้วยกำลังชุดสืบสวนสน.ห้วยขวาง และ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ร่วมกันจับกุมตัว พลทหารวิทวัส จิตธโนปจัย อายุ 21 ปี หรือ กัส สังกัดกองพันทหารขนส่งที่ 2 (ผสม) กรมทหารขนส่งรักษาพระองค์ และ น.ส.กาญจนา เทศสว่าง อายุ 22 ปี

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา มีคนเก็บของเก่าขับสามล้อเครื่องไปพบศพเด็กทารกถูกวางไว้ภายในตะกร้าพลาสติกโดยมีผ้าอ้อมวางทับอยู่จนเต็มใบตะกร้า ภายในซอยประชาอุทิศ 19 แขวงสามเสนนอก เขตห้วงขวาง กทม. หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียง และสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ ก่อนได้รับการแจ้งข่าวจากพลเมืองดีว่า มีผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นคนร้ายพักอยู่ภายในอพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่ง ย่านรังสิต จ.ปทุมธานี จึงสนธิกำลังเข้าจับกุม

ทั้งนี้ น.ส.กาญจนา ให้การว่า ตนเองและพลทหารวิทวัส เพิ่งคบหากันได้เพียง 6 เดือน เพราะสามีเก่าเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวก่อนที่จะคลอดลูก ตนเองและพลทหารวิทวัส จะผลัดกันเลี้ยงดู ซึ่งลูกตนเองเป็นผู้ชายชื่อน้องวิน อายุ 6 เดือน โดยก่อนหน้านี้นายกัสสามีใหม่เคยบ่นเพราะลูกร้องไม่หยุด และยังเคยใช้หมอนทับตัวเด็กเพื่อไม่ให้เกิดเสียงร้องมาแล้วหลายครั้ง ตนเองก็เคยห้ามปรามแต่มักจะถูกสามีใหม่ทำร้าย

กระทั่งวันเกิดเหตุคือ เวลาประมาณ 03.00 น. นายกัสได้โทรไปหาตนเองที่ไปยืนขายบริการอยู่หน้าหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี โดยแจ้งให้ทราบว่าลูกเสียชีวิตก่อนที่ตนเองจะเดินทางมาที่ห้องพัก ซึ่งตนได้โทรให้นายกัสนำศพลูกลงไปที่รถ ก่อนที่ตนเองจะให้แท็กซี่ไปส่งภายในซอยประชาอุทิศ 19 แขวงสามเสนนอก เขตห้วงขวาง กทม. เพราะเป็นย่านที่พักเก่าที่ตนเองเคยอาศัยอยู่ประกอบกับมารดาเดินเก็บของเก่าอยู่ในละแวกใกล้เคียง หวังว่าคงจะมาเจอศพหลานและจำได้ กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว

ด้าน พลทหารวิทวัส ให้การว่า วันเกิดเหตุเด็กร้องไห้ ตนเองจึงใช้ผ้าคลุมตัวเด็กก่อนจะใช้หมอนวางทับบนลำตัวก่อนที่ตนเองจะนอนทับอยู่ประมาณ 30 นาที กระทั่งตื่นมาประมาณ 24.00 น. จึงพบว่าลูกเสียชีวิตแล้วด้วยความสงสัยจึงนอนกอดศพนานกว่า 3 ชม. ก่อนจะโทรแจ้งให้เมียทราบ

อย่างไรก็ตาม หลังจากจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน ได้นำตัวไปตรวจหาสารเสพติดที่สถาบันธัญญารักษ์ เพื่อหาสารเสพติดในร่างกายพร้อมนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินดคีตามกฏหมาย ทั้งนี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อาพร์ทเม้นพบว่า สามารถจับภาพไว้ได้อย่างชัดเจน ขณะที่พลทหารวิทวัส ยกตะกร้าผ้าสีดำห่อด้วยผ้าอ้อมเดินลงจากห้องพักชั้น 5 ออกทางประตูหน้าไปขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรถอยู่หน้าอพาร์ทเม้นต์

สั่งดูแลความปลอดภัย ครูสาวถูกโจรบุกข่มขืน จนต้องแกล้งตายเอาตัวรอด

นายอำเภอกันทรลักษ์ สั่งเอ๊กซเรย์พื้นที่ตามล่าคนร้าย บุุกข่มขืนครูสาวใหญ่ พร้อมปลอบขวัญเหยื่อ

จากกรณีที่ น.ส.นารี สีสดดี ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านสามเส้า อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้ถูกคนร้ายบุกเข้าไปในบ้านพักสวนตัวหวังที่จะข่มขืน โดยคนร้ายได้ทำการประตูหน้าบ้านแล้ววิ่งเข้ามาที่ห้องนอน ซึ่งได้ทำการต่อสู้ขัดขืนคนร้ายอย่างเต็มที่ และได้ถูกคนร้ายใช้มือปิดปากและต่อยที่ท้อง 3 ครั้ง จากนั้นใช้ท่อนแขนกดที่หน้าอกและใช้มือปิดปากพยายามที่จะข่มขืน จนต้องแกล้งทำเป็นตายให้คนร้ายตกใจหลบหนีไป  ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด (10 ก.ย. 61) เมื่อเวลา 20.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมเกียรติ ศรีขาว นายอำเภอกันทรลักษ์ ได้เดินทางมาที่บ้านเลขที่ 70 หมู่ 2 บ้านสามเส้า ต.ละลาย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.นารี สีสดดี อายุ 55 ปี ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านสามเส้า เหยื่อของคนร้ายที่บุกเข้ามาหวังข่มขืนคาห้องนอน เพื่อเป็นการให้ขวัญกำลังใจ ก่อนตรวจสอบรอบบริเวณบ้าน และดูจุดที่คนร้ายงัดประตูบ้านเข้ามาก่อเหตุ

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ปรีชา เพ็งเภา ผกก.สภ.บ้านโดนเอาว์ อ.กันทรลักษ์ ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.นพดล สมบัติ รองสวป.สภ.บ้านโดนเอาว์ ปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวนให้นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง มาทำการสืบสวนหาเบาะแสคนร้าย พร้อมทั้งดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับครูนารีตลอดคืน ซึ่งครูนารี มีสีหน้าที่แช่มชื่นอบอุ่นใจที่มีนายอำเภอกันทรลักษ์และเจ้าหน้าที่ ตร.และ ชรบ.มาคอยดูแลความปลอดภัยให้อย่างเต็มที่

ทั้งนี้ นายสมเกียรติ ศรีขาว นายอำเภอกันทรลักษ์ กล่าวว่า ตนได้ประสานงานกับ ผกก.สภ.บ้านโดนเอาว์ เพื่อเร่งรัดในการติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ให้ได้โดยด่วนที่สุด เนื่องจากว่าเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจมาก อาจจะเป็นพวกแก๊งค์ยาบ้าและพวกที่มารับจ้างกรีดยาง ซึ่งบ้านสามเส้าอยู่ติดชายแดนไทย – กัมพูชา จึงต้องดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้