จีนเปิดศาลคดีอินเทอร์เน็ตโจทก์-จำเลยพบผู้พิพากษาาผ่านวิดีโอแชต

จีนเปิดศาลคดีอินเทอร์เน็ตแห่งที่ 2 ที่กรุงปักกิ่ง เพื่อพิจารณาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ โดยโจทก์และจำเลยต้องปรากฏตัวต่อหน้าผู้พิพากษาผ่านทางวิดีโอแชต

จีนเปิดศาลคดีทางอินเทอร์เน็ต เพื่อพิจารณาข้อพิพาทในโลกไซเบอร์เป็นแห่งที่ 2 ที่กรุงปักกิ่ง หลังเปิดศาลคดีอินเทอร์เน็ตแห่งแรกที่มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของประเทศ เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว

ในการพิจารณาคดีของศาลอินเทอร์เน็ต ทั้งจำเลยและโจทก์จะต้องปรากฏตัวต่อหน้าผู้พิพากษาผ่านทางวิดีโอแชท โดยฝ่ายที่ไม่ยอมแสดงตัวผ่านสื่อออนไลน์ จะถือว่าไม่ปฏิบัติตามหมายเรียก

ศาลแห่งนี้จะเริ่มการพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีที่เกิดขึ้นในกรุงปักกิ่ง ซึ่งรวมถึงการช็อปปิ้งออนไลน์, ข้อพิพาทในสัญญาบริการ, การกู้เงินออนไลน์, การละเมิดลิขสิทธิ์ทางอินเทอร์เน็ต, ข้อพิพาทเรื่องชื่อโดเมน และคดีที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตอื่นๆ

ศาลคดีอินเทอร์เน็ตจะช่วยเรื่องการสื่อสารระหว่างบุคคล ไปจนถึงการรับหลักฐานทางออนไลน์ และการตั้งกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการจัดการอินเทอร์เน็ตในทางกฎหมาย

ศาลอินเทอร์เน็ตกรุงปักกิ่งมีผู้พิพากษา 38 คน ที่มาจากการคัดเลือกจากศาลต่างๆ ในกรุงปักกิ่ง

นางจาง เหวิน ประธานศาลอินเทอร์เน็ตกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า ผู้พิพากษาประจำศาลอินเทอร์เน็ตกรุงปักกิ่งมีอายุราว 40 ปี และมีประสบการณ์การพิจารณาคดีมากกว่า 10 ปี พวกเขามีการศึกษาสูง โดยผู้พิพากษา 3 ใน 4 เรียนจบระดับปริญญา

ศาลแห่งนี้เป็นศาลระดับพื้นฐาน หากคู่พิพาทไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินในกรณีที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ก็สามารถยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลคดีทรัพย์สินทางปัญญากรุงปักกิ่งได้ ส่วนคดีอื่น ๆ อาจยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลชั้นกลางที่ 4 กรุงปักกิ่ง

แฮคเฟซฯ ยืมเงิน กลโกงจากข้อมูลคุณให้!

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมาตำรวจกองปราบบุกจับ คนร้ายแฮคเฟชบุ้ค ก่อนใช้บัญชีเฟซฯ ของเหยื่อที่ขโมยมาได้ ขอยืมเงินเพื่อนๆ เข้ากระเป๋าตัวเอง โดยใช้ข้อมูลจาก Social media เพียงไม่กี่อย่าง ก็เข้าถึงบัญชีเป้าหมายได้!!!

ในรายงานดังกล่าวนั้น ระบุว่า คนร้ายชื่อ นายมหาราช จันทร์ศรี อายุ 22 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายศาลในข้อหาฉ้อโกง ซึ่งผู้ต้องหาจะใช้วิธีการแฮคเข้าไปยังเฟซบุ๊คของเหยื่อ โดนเน้นที่มีข้อมูลน่าเชื่อถือ มีเพื่อนฝูงที่มีหน้ามีตา ฯลฯ ก่อนจะปลอมเป็นเจ้าของเฟซฯ ทำการแชท-พูดคุยกับเหยื่อที่เป็นเพื่อน เพื่อขอยืมเงิน และให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีของคนร้าย

ซึ่งในคดีนี้ เป็นเพียงคดี ในอีกจำนวนมากที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ในทุกวันนี้ ซึ่งหลายคนใช้อยู่โดยไม่ได้ระมัดระวังเป็นเหตุให้ คนร้ายสามารถใช้-เข้าถึงบัญชีโลกโซเซียลมีเดียของคุณได้

Social Engineering เทคนิคการแฮคโดยใช้ข้อมูลที่เจ้าของบัญชีประเคนให้

นายมหาราช กล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองนั้นใช้เพียงหมายเลขโทรศัพท์ และวันเดือนปีเกิดของเหยื่อเท่านั้นในการเข้าถึงบัญชีเป้าหมาย ซึ่งเทคนิคนี้เรียกว่า Social Engineering  เป็นการอาศัยเทคนิคในการรค้นหา-รวบรวมข้อมูล หรือ หลอกหลวงเหยื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่จะสามารถเข้าถึงบัญชีเป้าหมาย อาจจะควบรวมถึงระบบเครือข่ายได้เลยเช่นกัน

อดีตแฮคเกอร์ตัวท็อปของโลกก็ยังเคยใช้

เควิน มิทนิค อดีตแฮคเกอร์ที่ FBI คนดังของโลก หลังจากที่ถูกจับ และถูกตัดสินจำคุก โดยคณะลูกขุนลงความเห็นว่า เขาสามารถที่จะยิงมิสไซส์หัวรบนิวเคลียร์ด้วยการผิวปากใส่โทรศัพท์ ได้ออกมาเล่าประสบการณ์ในการใช้ Social Engineer ของเค้าหลายต่อหลายครั้งด้วยกัน ว่า

“Hacking humans is easier than hacking computers”

มิทนิคเล่าว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยเข้าไปในบริษัทที่มีความปลอดภัยสูง มีรปภ.ที่ตรวจเข้ม ด้วยการใช้ข้อมูลที่รวบรวมมาว่า ใครทำตำแหน่งอะไร อย่างไรบ้าง และจะมีใครมาพบ มีใครอยู่ในนัดหมาย บ้าง และด้วยความเนียนที่เกิดขึ้น สามารถเข้าไปในตึกดังกล่าวได้ในที่สุด

อาจจะเรียกได้ว่า Social Engineering นั้น เป็นเทคนิคในการหลอกลวงหรือการใช้จิตวิทยา เพื่อหวังให้เหยื่อคายความลับ หรือข้อมูลที่สำคัญออกมา หรือยอมทำตาม โดยไม่ได้คิดว่า นั่นเป็นสิ่งที่อันตรายแต่อย่างใด

รับดูดวงรหัส ATM ดีไซน์โชคลาภ จนได้ไม่รู้ตัว

คนไทยมีความเชื่อเรื่องตัวเลขต่างๆ อยู่ไม่น้อยว่า เลขต่างๆที่อยู่รอบตัวจะส่งผลต่อชีวิต โชคลาภ การเงิน สุขภาพ ฯลฯ ซึ่งหลายครั้งความเชื่อเหล่านี้ กำลังเปิดช่องให้เหล่าบรรดาแฮคเกอร์ทำงานง่ายขึ้นอย่างมาก อย่างเช่นตัวอย่างด้านล่างนี้ ที่คุณ Phongsulee Jeerawattanarak ได้แคปภาพไว้

ในโพสต์ดังกล่าวนั้น ได้มีผู้ใช้เฟซบุ้คจำนวนมาก โพสต์หมายเลขบัตร ATM ของตน เพื่อให้หมอดูช่วยทำนายให้ แต่แฮคเกอร์สายหมวกดำก็ยิ้ม และทำนายการเงินได้ว่า อาจจะมีเงินบางท่านไหลออกจากบัญชีแน่นอน

สิ่งเหล่านี้คือ หนึ่งในข้อมูลต่างๆ บนโซเซียล ที่เราเผยแพร่ออกมาให้โลกได้รู้ โดยไม่ได้คิดว่า มันเป็นอันตราย แต่นั่นคือที่หลายคนพลาด

Happy Birth Day บน Social คิดสักนิดก่อนแชร์-โพสต์

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับระบบหลายๆ ตัวคือ การกู้รหัสผ่านในหลายๆเว็บนั้น ใช้ข้อมูล “วันเดือนปีเกิด” หรือหลายคนก็เลือก คำถามสำหรับกู้รหัสผ่านเป็นวันเดือนปีเกิด  สิ่งเหล่านี้ คือข้อมูลชั้นดีที่ทำให้ผู้ไม่หวังดี สามารถใช้เป็นข้อมูลไว้ใช้ได้ในอนาคตนั่นเอง

แม้ว่า คุณจะไม่ได้ตั้ง-ระบุวันเดือนปีเกิด ไว้ในข้อมูลบัญชีโซเซียล แต่บางครั้งภาพหน้าเค้กที่โพสต์ขึ้นไปนั้น ก็ระบุวััน-เดือนเกิด เป็นหลัก ส่วนปี เหล่าแฮคเกอร์สามารถไปขุดคุ้ยในคอมเม้นต์ ใช้ภาพว่า อายุเท่าไหร่ เพื่อคิดย้อนกลับไป ได้เลขปี นำไปใช้กู้รหัสผ่านได้เช่นกัน

ยังไม่นับอีกหลายคน ที่ใช้ปีเกิด หรือ เลขวันเดือนปีเกิด, เลขท้ายบัตรประชาชน, เลขท้ายโทรศัพท์มือถือ, เลขท้าย เป็นรหัส ATM ที่ใช้กดเงิน และนั่นหมายความว่า รหัสง่ายๆ แบบนี้จะเกิดอะไรขึ้น หากกระเป๋าเงินหายและมีคนได้บัตร ATM นั้นไป

ข้อมูลมากมายบนโลกโซเชียล จนรู้ทุกสิ่งอย่างของคุณ

หลายคนโพสต์ข้อความ เช็คอิน แชร์ภาพต่างๆ อย่างต่อเนื่อง หลายครั้ง ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถติดตามดูคุณได้อย่างต่อเนื่อง เคยมีคดีในต่างประเทศมาแล้วเช่นกัน เมื่อโจรอาศัยการดูว่า เจ้าของบ้านไปเช็คอินสถานที่อื่น หรือยัง? เพื่อจะได้เข้าไปขโมยของในบ้านอย่างสบายใจ โดยคอยดูเพียงแค่ใน Social media ของเจ้าของบ้านว่า ทำอะไรอยู่ที่ไหนบ้าง?

ยังไม่นับสิ่งที่เราแชร์หลายครั้ง ระบุตัวตน ที่อยู่มากกว่าที่เราเห็น อย่างเช่น รูปภาพที่ถ่ายด้วยมือถือ หรือกล้องดิจิตอลบางรุ่น จะถูกใส่พิกัดลงในภาพด้วย เพื่อความสะดวกในการค้นหา-จัดการข้อมูล แต่นั่นเอง ที่หลายครั้ง เราสามารถโหลดภาพบ้านของคุณ มาดูพิกัดได้ว่า หลังไหน!!!

หลายหลายรูปแบบของ Social Engineering 

การหาข้อมูลต่างๆ บนโซเซียลอย่างในคดีหลอกปลอมตัวเป็นคนรู้จักเพื่อให้เหยื่อโอนเงินให้ เป็นเพียงหนึ่งวิธีของการที่ใช้ข้อมูลจาก Social Engineering แต่ยังมีอีกหลายวิธีการที่ปัจจุบันยังมีอยู่ และเราควรจะต้องระวังในการใช้งานกันให้ดี ซึ่งทางทีมงาน MThai News ได้รวบรวมตัวที่ใกล้ตัว และชาวโซเซียลพบบ่อยมา

– Phishing

เป็นกลวิธีเก่าที่ใช้กันมาหลายปีแล้ว แต่ยังมีอยู่ โดยกลุ่มนี้พบบ่อยกับกลุ่มเว็บธนาคารที่จะมีการส่งอีเมล์ปลอม มาหลอกให้เหยื่อเข้าไปยังเว็บเป้าหมายที่มีหน้าตาคล้ายกับเว็บธนาคาร หากเหยื่อหลงเชื่อ login เข้าไป ก็จะโดนขโมยรหัสผ่าน นำไปใช้ขโมยเงินต่อไป

หน้าเว็บปลอมซึ่งเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน

– Vishing หรือ Voice Phishing

วิธีการนี้จะคล้ายๆ ฟิชชิ่งแบบด้านบน ต่างกันตรงที่ใช้การโทรไปสอบถามข้อมูลเหยื่อโดยตรง อาจจะใช้คนโทรหรือใช้ระบบอัตโนมัติในการโทรไป เพื่อหลอกถามข้อมูลต่างๆ เช่น อ้างว่ามาจากธนาคาร-หน่วยงานราชการ ขอเช็คข้อมูล โดยการขอรหัสผ่านเข้าระบบ Internet Banking เป็นต้น

– Honey Trap

วิธีการนี้จะใช้การหลอกตีสนิท สร้างความสัมพันธ์ในแบบต่างๆ กับเหยื่อ ก่อนหลอกล่อให้เหยื่อให้ข้อมูลหรือทำในสิ่งที่คนร้ายต้องการเช่น หลอกให้เปลี่ยนอีเมล์ที่ใช้ หรือขอรหัสผ่านกันตรงๆ ก็มี

ยังมีวิธีการอื่นๆ อีกหลายวิธีที่ถูกนำมาใช้ในการหลอกลวงผู้ใช้งานอีกมากมายเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลของเหยื่อ หรือเป้าหมาย

เคสดังระดับโลก ภาพหลุด เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์

เหตุการณ์เกิดขึ้นในระหว่าง เมษายน 2013 –  ตุลาคม 2014 เมื่อมีการปล่อยภาพหลุดลับของ Jenifer Lawrence, Kate Upton, Kirsten Dunst และดาราดังอีกเพียบ โดยเชื่อว่าน่าจะมีภาพหลุดของดาราดังเกือบ 200 คนในครั้งนั้น

โดยคนร้ายในครั้งนี้คือ กลุ่มที่เรียกว่า “The Fappening” ใช้เทคนิคคือปลอมอีเมล์ (Phishing) ถึงเหยี่อว่า มาจากระบบความปลอดภัยของ Apple เพื่อให้เหยื่อหลงกรอก Username / Passwords iCloud ภายในเว็บไซต์หลอกของเขานั่นเอง

ซึ่งนั่นทำให้ “The Fappening” สามารถเข้าถึงบัญชีเป้าหมายที่เป็นดารา ได้ราว 240 บัญชี และนำภาพลับออกมาขายบนโลกออนไลน์

แต่ท้ายที่สุด แฮคเกอร์ทั้งหมดก็ทยอยโดนจับ และได้รับการตัดสินโทษกันไปเป็นที่เรียบร้อย โดยรายล่าสุดคือ George Garafano ได้รับโทษจำคุก 18 เดือน

คนทั่วไปจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร? จากสิ่งเหล่านี้

จริงๆแล้ว เทคนิคพวกนี้ มักจะเริ่มต้นด้วยข้อมูลที่พบได้ทั่วไป โดยเฉพาะ Social media ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน ดังนั้นสิ่งที่ควรทำในการป้องกันคือ

  1. เลิกโพสต์-ให้ข้อมูลบางอย่าง

    โดยเฉพาะข้อมูลที่อาจจะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น เบอร์โทรศัพท์ วันเดือนปีเกิด ชื่อเพื่อนสนิท, ชื่อสัตว์เลี้ยง สถานที่เกิด สิ่งเหล่าที่ล้วนแล้วแต่ถูกใช้ในการกู้รหัสผ่านได้

  2. ลด-เลิก การแชร์ข้อมูลแบบสาธารณะ

    เพราะการโพสต์-แชร์สิ่งๆ ต่างพวกนั้น สามารถทำให้ผู้ไม่หวังดีทั้งหลาย สามารถเข้ามาค้นหาข้อมูลที่อาจจะหลุดออกมาได้

  3. ระมัดระวังในการเพิ่มเพื่อน-แชร์ข้อมูลให้บุคคลอื่น

    หลายครั้งที่มีขอเป็นเพื่อนกันในโซเซียลมีเดีย และหลายคนก็กดเพิ่มเพื่อนกันง่ายๆ อยากเพิ่มยอดไลค์-แชร์ไว้อวดคนอื่น แต่นั่นเป็นสิ่งที่ลดความปลอดภัยของคุณเช่นกัน

  4. ระวังลิ้งค์ที่มองไม่เห็น

    หลายครั้งที่เราเห็นคนส่งลิ้งค์มาในอีเมล์ กล่องข้อความ และคลิกไปดูทันที โดยเฉพาะในมือถือ ที่จะทำให้เรามีโอกาสเห็น URL ปลายทางได้น้อยลง ซึ่งคำแนะนำคือ ควรก้อปปี้ลิ้งเหล่านั้นมาเป็นดูต่างหาก ว่าใช้ url จริงๆ ของเว็บสำคัญๆ เช่น ธนาคารออนไลน์ บัญชี iCloud บัญชีอีเมล์ จริงหรือไม่?

  5. ระวังในการกรอก-ให้ข้อมูลสำคัญ

    ก่อนที่จะกรอกข้อมูลสิ่งให้ในหน้าเว็บ ควรมั่นใจว่า กรอกไปแล้วปลอดภัย หรือจะดีกว่า ถ้าคุณเลือกใช้ระหัสผ่านทุกโซเซียล ทุกบัญชีธนาคารที่ต่างกันออกไป จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงได้มากชึ้น หรือแม้กระทั่งเมื่อมีผู้ที่อ้างว่า มาจากธนาคาร บริษัทต่างๆ และข้อ Username/Passwords ให้ปฏิเสธเสีย เนื่องจากนั่น อาจจะเป็นคนร้ายก็เป็นได้

  6. สำคัญ น่าสงสัย “ควรติดต่อทางอื่น”

    ในการหลอกลวงหลายครั้งมากจะมาในรูปแบบของอีเมล์ ข้อความ ซึ่งหากเป็นสิ่งสำคัญ จำเป็น ควรติดต่อกลับในช่องทางอื่น แทนการทำตามการร้องขอ เช่น หากได้รับอีเมล์แจ้งเตือนรหัสผ่าน-บัญชีธนาคาร ก็ควรให้โทรติดต่อธนาคารโดยตรง หรือเมื่อเพื่อนส่งข้อความยืมเงินมา ควรหาช่องทางติดต่ออื่นเช่น โทรกลับไป, โทรหาเพื่อนที่อยู่ใกล้ เป็นต้น

  7. ระวังตัวให้มากขึ้น คิดก่อนคลิก

    กลลวงของการหลอกลวง หลอกข้อมูลต่างๆ มีหลายรูปแบบ ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือ ระวังตัวให้มากขึ้น คิดก่อนว่า กำลังทำอะไรอยู่ ก่อนที่จะกรอก และกดส่งข้อมูลออกไป เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกไม่สบายใจ หรือสงสัยในลิ้งค์ ข้อความ ต่างๆ ที่ถูกส่งมาให้ ไม่ว่าใครก็ตาม ให้เช็คไว้ก่อนเสมอ

แฮคเฟซฯ ยืมเงิน กลโกงจากข้อมูลคุณให้!

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมาตำรวจกองปราบบุกจับ คนร้ายแฮคเฟชบุ้ค ก่อนใช้บัญชีเฟซฯ ของเหยื่อที่ขโมยมาได้ ขอยืมเงินเพื่อนๆ เข้ากระเป๋าตัวเอง โดยใช้ข้อมูลจาก Social media เพียงไม่กี่อย่าง ก็เข้าถึงบัญชีเป้าหมายได้!!!

ในรายงานดังกล่าวนั้น ระบุว่า คนร้ายชื่อ นายมหาราช จันทร์ศรี อายุ 22 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายศาลในข้อหาฉ้อโกง ซึ่งผู้ต้องหาจะใช้วิธีการแฮคเข้าไปยังเฟซบุ๊คของเหยื่อ โดนเน้นที่มีข้อมูลน่าเชื่อถือ มีเพื่อนฝูงที่มีหน้ามีตา ฯลฯ ก่อนจะปลอมเป็นเจ้าของเฟซฯ ทำการแชท-พูดคุยกับเหยื่อที่เป็นเพื่อน เพื่อขอยืมเงิน และให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีของคนร้าย

ซึ่งในคดีนี้ เป็นเพียงคดี ในอีกจำนวนมากที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ในทุกวันนี้ ซึ่งหลายคนใช้อยู่โดยไม่ได้ระมัดระวังเป็นเหตุให้ คนร้ายสามารถใช้-เข้าถึงบัญชีโลกโซเซียลมีเดียของคุณได้

Social Engineering เทคนิคการแฮคโดยใช้ข้อมูลที่เจ้าของบัญชีประเคนให้

นายมหาราช กล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองนั้นใช้เพียงหมายเลขโทรศัพท์ และวันเดือนปีเกิดของเหยื่อเท่านั้นในการเข้าถึงบัญชีเป้าหมาย ซึ่งเทคนิคนี้เรียกว่า Social Engineering  เป็นการอาศัยเทคนิคในการรค้นหา-รวบรวมข้อมูล หรือ หลอกหลวงเหยื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่จะสามารถเข้าถึงบัญชีเป้าหมาย อาจจะควบรวมถึงระบบเครือข่ายได้เลยเช่นกัน

อดีตแฮคเกอร์ตัวท็อปของโลกก็ยังเคยใช้

เควิน มิทนิค อดีตแฮคเกอร์ที่ FBI คนดังของโลก หลังจากที่ถูกจับ และถูกตัดสินจำคุก โดยคณะลูกขุนลงความเห็นว่า เขาสามารถที่จะยิงมิสไซส์หัวรบนิวเคลียร์ด้วยการผิวปากใส่โทรศัพท์ ได้ออกมาเล่าประสบการณ์ในการใช้ Social Engineer ของเค้าหลายต่อหลายครั้งด้วยกัน ว่า

“Hacking humans is easier than hacking computers”

มิทนิคเล่าว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยเข้าไปในบริษัทที่มีความปลอดภัยสูง มีรปภ.ที่ตรวจเข้ม ด้วยการใช้ข้อมูลที่รวบรวมมาว่า ใครทำตำแหน่งอะไร อย่างไรบ้าง และจะมีใครมาพบ มีใครอยู่ในนัดหมาย บ้าง และด้วยความเนียนที่เกิดขึ้น สามารถเข้าไปในตึกดังกล่าวได้ในที่สุด

อาจจะเรียกได้ว่า Social Engineering นั้น เป็นเทคนิคในการหลอกลวงหรือการใช้จิตวิทยา เพื่อหวังให้เหยื่อคายความลับ หรือข้อมูลที่สำคัญออกมา หรือยอมทำตาม โดยไม่ได้คิดว่า นั่นเป็นสิ่งที่อันตรายแต่อย่างใด

รับดูดวงรหัส ATM ดีไซน์โชคลาภ จนได้ไม่รู้ตัว

คนไทยมีความเชื่อเรื่องตัวเลขต่างๆ อยู่ไม่น้อยว่า เลขต่างๆที่อยู่รอบตัวจะส่งผลต่อชีวิต โชคลาภ การเงิน สุขภาพ ฯลฯ ซึ่งหลายครั้งความเชื่อเหล่านี้ กำลังเปิดช่องให้เหล่าบรรดาแฮคเกอร์ทำงานง่ายขึ้นอย่างมาก อย่างเช่นตัวอย่างด้านล่างนี้ ที่คุณ Phongsulee Jeerawattanarak ได้แคปภาพไว้

ในโพสต์ดังกล่าวนั้น ได้มีผู้ใช้เฟซบุ้คจำนวนมาก โพสต์หมายเลขบัตร ATM ของตน เพื่อให้หมอดูช่วยทำนายให้ แต่แฮคเกอร์สายหมวกดำก็ยิ้ม และทำนายการเงินได้ว่า อาจจะมีเงินบางท่านไหลออกจากบัญชีแน่นอน

สิ่งเหล่านี้คือ หนึ่งในข้อมูลต่างๆ บนโซเซียล ที่เราเผยแพร่ออกมาให้โลกได้รู้ โดยไม่ได้คิดว่า มันเป็นอันตราย แต่นั่นคือที่หลายคนพลาด

Happy Birth Day บน Social คิดสักนิดก่อนแชร์-โพสต์

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับระบบหลายๆ ตัวคือ การกู้รหัสผ่านในหลายๆเว็บนั้น ใช้ข้อมูล “วันเดือนปีเกิด” หรือหลายคนก็เลือก คำถามสำหรับกู้รหัสผ่านเป็นวันเดือนปีเกิด  สิ่งเหล่านี้ คือข้อมูลชั้นดีที่ทำให้ผู้ไม่หวังดี สามารถใช้เป็นข้อมูลไว้ใช้ได้ในอนาคตนั่นเอง

แม้ว่า คุณจะไม่ได้ตั้ง-ระบุวันเดือนปีเกิด ไว้ในข้อมูลบัญชีโซเซียล แต่บางครั้งภาพหน้าเค้กที่โพสต์ขึ้นไปนั้น ก็ระบุวััน-เดือนเกิด เป็นหลัก ส่วนปี เหล่าแฮคเกอร์สามารถไปขุดคุ้ยในคอมเม้นต์ ใช้ภาพว่า อายุเท่าไหร่ เพื่อคิดย้อนกลับไป ได้เลขปี นำไปใช้กู้รหัสผ่านได้เช่นกัน

ยังไม่นับอีกหลายคน ที่ใช้ปีเกิด หรือ เลขวันเดือนปีเกิด, เลขท้ายบัตรประชาชน, เลขท้ายโทรศัพท์มือถือ, เลขท้าย เป็นรหัส ATM ที่ใช้กดเงิน และนั่นหมายความว่า รหัสง่ายๆ แบบนี้จะเกิดอะไรขึ้น หากกระเป๋าเงินหายและมีคนได้บัตร ATM นั้นไป

ข้อมูลมากมายบนโลกโซเชียล จนรู้ทุกสิ่งอย่างของคุณ

หลายคนโพสต์ข้อความ เช็คอิน แชร์ภาพต่างๆ อย่างต่อเนื่อง หลายครั้ง

หลายหลายรูปแบบของ Social Engineering 

การหาข้อมูลต่างๆ บนโซเซียลอย่างในคดีหลอกปลอมตัวเป็นคนรู้จักเพื่อให้เหยื่อโอนเงินให้ เป็นเพียงหนึ่งวิธีของการที่ใช้ข้อมูลจาก Social Engineering แต่ยังมีอีกหลายวิธีการที่ปัจจุบันยังมีอยู่ และเราควรจะต้องระวังในการใช้งานกันให้ดี ซึ่งทางทีมงาน MThai News ได้รวบรวมตัวที่ใกล้ตัว และชาวโซเซียลพบบ่อยมา

– Phishing

เป็นกลวิธีเก่าที่ใช้กันมาหลายปีแล้ว แต่ยังมีอยู่ โดยกลุ่มนี้พบบ่อยกับกลุ่มเว็บธนาคารที่จะมีการส่งอีเมล์ปลอม มาหลอกให้เหยื่อเข้าไปยังเว็บเป้าหมายที่มีหน้าตาคล้ายกับเว็บธนาคาร หากเหยื่อหลงเชื่อ login เข้าไป ก็จะโดนขโมยรหัสผ่าน นำไปใช้ขโมยเงินต่อไป

หน้าเว็บปลอมซึ่งเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน

– Vishing หรือ Voice Phishing

วิธีการนี้จะคล้ายๆ ฟิชชิ่งแบบด้านบน ต่างกันตรงที่ใช้การโทรไปสอบถามข้อมูลเหยื่อโดยตรง อาจจะใช้คนโทรหรือใช้ระบบอัตโนมัติในการโทรไป เพื่อหลอกถามข้อมูลต่างๆ เช่น อ้างว่ามาจากธนาคาร-หน่วยงานราชการ ขอเช็คข้อมูล โดยการขอรหัสผ่านเข้าระบบ Internet Banking เป็นต้น

– Honey Trap

วิธีการนี้จะใช้การหลอกตีสนิท สร้างความสัมพันธ์ในแบบต่างๆ กับเหยื่อ ก่อนหลอกล่อให้เหยื่อให้ข้อมูลหรือทำในสิ่งที่คนร้ายต้องการเช่น หลอกให้เปลี่ยนอีเมล์ที่ใช้ หรือขอรหัสผ่านกันตรงๆ ก็มี

ยังมีวิธีการอื่นๆ อีกหลายวิธีที่ถูกนำมาใช้ในการหลอกลวงผู้ใช้งานอีกมากมายเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลของเหยื่อ หรือเป้าหมาย

เคสดังระดับโลก ภาพหลุด เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์

เหตุการณ์เกิดขึ้นในระหว่าง เมษายน 2013 –  ตุลาคม 2014 เมื่อมีการปล่อยภาพหลุดลับของ Jenifer Lawrence, Kate Upton, Kirsten Dunst และดาราดังอีกเพียบ โดยเชื่อว่าน่าจะมีภาพหลุดของดาราดังเกือบ 200 คนในครั้งนั้น

โดยคนร้ายในครั้งนี้คือ กลุ่มที่เรียกว่า “The Fappening” ใช้เทคนิคคือปลอมอีเมล์ (Phishing) ถึงเหยี่อว่า มาจากระบบความปลอดภัยของ Apple เพื่อให้เหยื่อหลงกรอก Username / Passwords iCloud ภายในเว็บไซต์หลอกของเขานั่นเอง

ซึ่งนั่นทำให้ “The Fappening” สามารถเข้าถึงบัญชีเป้าหมายที่เป็นดารา ได้ราว 240 บัญชี และนำภาพลับออกมาขายบนโลกออนไลน์

แต่ท้ายที่สุด แฮคเกอร์ทั้งหมดก็ทยอยโดนจับ และได้รับการตัดสินโทษกันไปเป็นที่เรียบร้อย โดยรายล่าสุดคือ George Garafano ได้รับโทษจำคุก 18 เดือน

คนทั่วไปจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร? จากสิ่งเหล่านี้

จริงๆแล้ว เทคนิคพวกนี้ มักจะเริ่มต้นด้วยข้อมูลที่พบได้ทั่วไป โดยเฉพาะ Social media ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน ดังนั้นสิ่งที่ควรทำในการป้องกันคือ

  1. เลิกโพสต์-ให้ข้อมูลบางอย่าง

    โดยเฉพาะข้อมูลที่อาจจะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น เบอร์โทรศัพท์ วันเดือนปีเกิด ชื่อเพื่อนสนิท, ชื่อสัตว์เลี้ยง สถานที่เกิด สิ่งเหล่าที่ล้วนแล้วแต่ถูกใช้ในการกู้รหัสผ่านได้

  2. ลด-เลิก การแชร์ข้อมูลแบบสาธารณะ

    เพราะการโพสต์-แชร์สิ่งๆ ต่างพวกนั้น สามารถทำให้ผู้ไม่หวังดีทั้งหลาย สามารถเข้ามาค้นหาข้อมูลที่อาจจะหลุดออกมาได้

  3. ระมัดระวังในการเพิ่มเพื่อน-แชร์ข้อมูลให้บุคคลอื่น

    หลายครั้งที่มีขอเป็นเพื่อนกันในโซเซียลมีเดีย และหลายคนก็กดเพิ่มเพื่อนกันง่ายๆ อยากเพิ่มยอดไลค์-แชร์ไว้อวดคนอื่น แต่นั่นเป็นสิ่งที่ลดความปลอดภัยของคุณเช่นกัน

  4. ระวังลิ้งค์ที่มองไม่เห็น

    หลายครั้งที่เราเห็นคนส่งลิ้งค์มาในอีเมล์ กล่องข้อความ และคลิกไปดูทันที โดยเฉพาะในมือถือ ที่จะทำให้เรามีโอกาสเห็น URL ปลายทางได้น้อยลง ซึ่งคำแนะนำคือ ควรก้อปปี้ลิ้งเหล่านั้นมาเป็นดูต่างหาก ว่าใช้ url จริงๆ ของเว็บสำคัญๆ เช่น ธนาคารออนไลน์ บัญชี iCloud บัญชีอีเมล์ จริงหรือไม่?

  5. ระวังในการกรอก-ให้ข้อมูลสำคัญ

    ก่อนที่จะกรอกข้อมูลสิ่งให้ในหน้าเว็บ ควรมั่นใจว่า กรอกไปแล้วปลอดภัย หรือจะดีกว่า ถ้าคุณเลือกใช้ระหัสผ่านทุกโซเซียล ทุกบัญชีธนาคารที่ต่างกันออกไป จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงได้มากชึ้น หรือแม้กระทั่งเมื่อมีผู้ที่อ้างว่า มาจากธนาคาร บริษัทต่างๆ และข้อ Username/Passwords ให้ปฏิเสธเสีย เนื่องจากนั่น อาจจะเป็นคนร้ายก็เป็นได้

  6. สำคัญ น่าสงสัย “ควรติดต่อทางอื่น”

    ในการหลอกลวงหลายครั้งมากจะมาในรูปแบบของอีเมล์ ข้อความ ซึ่งหากเป็นสิ่งสำคัญ จำเป็น ควรติดต่อกลับในช่องทางอื่น แทนการทำตามการร้องขอ เช่น หากได้รับอีเมล์แจ้งเตือนรหัสผ่าน-บัญชีธนาคาร ก็ควรให้โทรติดต่อธนาคารโดยตรง หรือเมื่อเพื่อนส่งข้อความยืมเงินมา ควรหาช่องทางติดต่ออื่นเช่น โทรกลับไป, โทรหาเพื่อนที่อยู่ใกล้ เป็นต้น

  7. ระวังตัวให้มากขึ้น คิดก่อนคลิก

    กลลวงของการหลอกลวง หลอกข้อมูลต่างๆ มีหลายรูปแบบ ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือ ระวังตัวให้มากขึ้น คิดก่อนว่า กำลังทำอะไรอยู่ ก่อนที่จะกรอก และกดส่งข้อมูลออกไป เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกไม่สบายใจ หรือสงสัยในลิ้งค์ ข้อความ ต่างๆ ที่ถูกส่งมาให้ ไม่ว่าใครก็ตาม ให้เช็คไว้ก่อนเสมอ