แม่เด็กทารก 19 วัน เหยื่อสุนัขจรจัด พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หลังพบสุนัขมีเชื้อพิษสุนัขบ้า

แม่เด็กทารกวัย 19 วัน เหยื่อสุนัขจรจัด พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หลังผลตรวจสุนัขจรจัดมีเชื้อพิษสุนัขบ้า เผยล่าสุดแพทย์ผ่าตัดเปิดบาดแผลศรีษะ พบแผลดีขึ้นตามลำดับ แต่ต้องเฝ้าระวังว่าติดเชื้อพิษสุนัขบ้า  – วอนมิจฉาชีพอย่าแอบอ้างเฟสบุ๊กรับบริจาคเงิน

จากกรณีเหตุการณ์สุนัขจรจัดตัวขนาดใหญ่บุกเข้าไปกัดขย้ำใบหน้าและศีรษะของ ด.ญ. แดง (นามสมมุติ) ทารกวัย 19 วัน จนเป็นแผลเหวอะหวะจำนวน 5 – 6 แผลเลือดไหลท่วมตัว ขณะที่เด็กทารกวัย 19 วัน กำลังนอนหลับอยู่ในเปลภายในบ้านปูนชั้นเดียว เลขที่ 73 หมู่ 2 ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่แม่สาววัย 17 ปี เผลอออกไปล้างจานในครัวหลังบ้าน ก่อนที่แม่จะได้ยินเสียงผิดปกติจึงรีบวิ่งมาดูและใช้ไม้ไล่ตีสุนัขจรจัดตัวดังกล่าวเพื่อช่วยลูก และแจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยใต้เต๊กตึ้ง นำลูกสาวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชอาการสาหัสแพทย์ต้องนำเข้าห้องไอซียูเด็กทารกเพื่อช่วยเหลือชีวิตอย่างเต็ม ล่าสุดผลตรวจซากหัวสุนัขจรจัดที่กัดเด็กทารกพบมีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า

ความคืบหน้าวันที่ 8 ก.ย.61 น.ส.เก๋ ( นามสมมุติ ) อายุ 17 ปี แม่ของทารกเหยื่อสุนัขจรจัด เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา คณะแพทย์ผู้รักษาอาการของลูกสาว ระบุบว่าอาการของลูกสาวพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ปรากฏว่าเมื่อวานนี้ปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลตรวจซากหัวสุนัขจรจัดที่กัดลูกสาว ระบุว่ามีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ตนจึงรู้สึกกังวลเป็นห่วงอาการของลูกสาวมาก

อย่างไรก็ตามทางคณะแพทย์ที่รักษาลูกสาวแจ้งว่า ล่าสุดอาการภายนอกของลูกสาว โดยเฉพาะบาดแผลภายนอกที่ถูกสุนัขกัดดีขึ้นตามลำดับ แต่ที่น่าเป็นห่วงตรงบาดแผลที่สุขันจรจัดกัดบริเวณศรีษะ เพราะเสี่ยงติดเชื้อพิษสุนัขบ้าได้ง่าย ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (7 ก.ย. 2561 ) แพทย์ทำการผ่าตัดศรีษะของลูกสาวนานกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อเปิดสมองล้างบาดแผลและฆ่าเชื้อ พร้อมกับย้ายลูกสาวของตนออกจากห้องไอซียูเด็ก มารักษาตัวต่อที่ห้องแยกโรคปลอดเชื้อของโรงพยาบาล พร้อมแจ้งว่าหากภายในสัปดาห์นี้หรือประมาณ 7 วัน หลังจากนี้ หากลูกสาวของตนไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น อาการชักกระตุกหรือชักเกร็ง ที่บ่งชี้ว่าติดเชื้อพิษสุนัขบ้า แสดงว่าเซรุ่มและวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่แพทย์ให้ตั้งแต่วันแรกได้ผล แต่หากลูกสาวมีอาการแทรกซ้อนที่บ่งบอกว่าติดเชื้อพิษสุนัขบ้า ขอให้ตนและครอบครัวทำใจ เพราะยังไม่มียารักษาโรคพิษสุนัขบ้า ลูกสาวของตนมีโอกาสรอด 50 เปอร์เซ็น

“ ตนเป็นห่วงลูกสาวมาก ทุกวันจะเฝ้าดูแลอาการของลูกสาวอย่างใกล้ชิด เห็นลูกสาวอยู่ในสภาพแบบนี้แล้วรู้สึกสงสาร ไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับลูกสาวของตน ทุกวันนี้กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เป็นห่วงลูกสาวอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงกลางคืนก่อนนอนทุกวัน หลังจากคลอดลูกสาว ตนจะให้ลูกดูดนมของตนเองจนลูกหลับ อย่างไรก็ตามหลังจากแพทย์ทำการผ่าตัดสมองของลูกสาว และย้ายลูกสาวออกจากห้องไอซียู ตนยังรู้สึกมีความหวังว่าลูกจะหายเป็นปกติ เพราะตอนที่ตนเฝ้าลูกสาวที่เตียง และเรียกชื่อลูกสาว ปรากฏว่าลูกสาวมีอาการตอบสนอง นิ้วขยับ ขาขยับ นอจากนี้ตนและครอบครัวได้ไปกราบไหว้ พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ที่ตนและครอบครัว เคารพนับถือ เพื่อขอให้ลูกสาวของตนมีชีวิตรอดปลอดภัย “

แม่ของทารกเหยื่อสุนัขจรจัด กล่าวอีกว่า หลังจากลูกสาวของตนถูกสุนัขจรจัดกัดได้รับบาดเจ็บสาหัส เฟสบุ๊คส่วนตัวของตนถูกใครไม่ทราบแฮ็กข้อมูล และสนทนาช่องแช็ทกับเพื่อนเพื่อขอเงิน ตนจึงปิดเฟสบุ๊กดังกล่าวแล้ว และเปิดใช้เฟสบุ๊กส่วนตัวใหม่ ใช้ชื่อว่า “ มิ้น’ มี่. “ ในส่วนความเดือดร้อน ตนยอมรับว่าหลังจากลูกสาวถูกสุนัขจรจัดกัด ตนและครอบครัวได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากตนไม่ได้ไปทำงานรับจ้าง ส่วนสามีปัจจุบันต้องโทษอยู่ในเรือนจำ ตอนนี้ตนอาศัยเงินรับจ้างรายวันของพ่อสามี มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทั้งค่าอาหาร ค่าแพมเพิส ที่ต้องเปลี่ยนให้ลูกสาวทุก ๆ ชั่วโมง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในระหว่างที่ลูกสาวรักษาตัว

ซึ่งแพทย์แจ้งว่าตอนนี้ไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะใช้ระยะเวลารักษาลูกสาวนานเท่าไหร่ ตนจึงอยากขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญ บริจาคแพมเพิสของเด็กทารก หรือบริจาคเป็นเงิน เพื่อใช้จ่ายระหว่างรักษาลูกสาวที่โรงพยาบาล โดยผู้ใจบุญสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่เบอร์โทร ฯ 065 – 0489375 หรือ บริจาคผ่านบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์สาขาห้างเซ็นทรัลพลาซ่า จ.นครศรีธรรมราช ชื่อบัญชี น.ส.ธิดารัตน์ หมีเถื่อน เลขบัญชี 414 – 012232 – 6 ตนและครอบครัว ขอขอบคุณผู้ใจบุญทุกท่านด้วย

พ่อเลี้ยงสารภาพ ฆ่าเปลือย ‘น้องเมย์’ หวังข่มขืน

พ่อเลี้ยงสารภาพ ฆ่าเปลือย ‘น้องเมย์’ ในห้องพักย่านถนนเทอดไทหวังข่มขืน ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบดีเอ็นเอเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากเหตุฆาตกรรม “น้องเมย์” นักศึกษา ปวส. อายุ 19 ปี ภายในบ้านเลขที่ 46 ซอยเทอดไทย 22 แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพฯ สภาพศพเปลือยกาย พบบาดแผลฟกช้ำที่ใบหน้า และมีร่องรอยถูกบีบคอ ซึ่งผู้เป็นแม่ไม่เชื่อว่าฆาตรกรจะเป็นคนในบ้าน

ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าควบคุมตัวพ่อเลี้ยงของน้องเมย์ อายุ 34  เนื่องจากมีภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าเดินวนเวียนอยู่บริเวณใกล้บ้านที่เกิดเหตุช่วงเวลาระหว่าง 01.00 – 03.00 น. ของวันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งพ่อเลี้ยงได้รับสารภาพว่าก่อเหตุบีบคอลูกเลี้ยงจริง แต่ยังไม่ได้ข่มขืน เนื่องจากเหยื่อขัดขืนต่อสู้ ทั้งนี้ได้แอบลักลอบไขกุญแจเข้ามาภายในบ้านก่อนที่จะลงมือก่อเหตุ

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำดีเอ็นเอของพ่อเลี้ยง ไปเทียบกับหลักฐานที่พบในจุดเกิดเหตุเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

‘สาหร่ายขนนก’ พืชน้ำเค็มหากินยาก สร้างรายได้งามให้ชาวบ้านจังหวัดสตูล

สาหร่ายขนนก  พืชน้ำเค็ม  สีเขียวมรกตเรียงตัวสวยงาม อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร  หารับประทานได้ในช่วงน้ำใหญ่  ชาวบ้านบอกปกติอยู่ในคลองน้ำเค็ม  เพื่อให้ได้กินสาหร่ายตลอดทั้งปี  เกษตรกรในพื้นที่บ้านท่าหิน  ต.ควนขัน  อ.เมือง  จ.สตูล  จึงทดลองเพาะพันธุ์สาหร่ายขนนกรองรับตลาด

ที่ “ฟาร์มสาหร่ายอายู”   บ้านท่าหิน  หมู่ 6 ต.ควนขัน  อ.เมือง  จ.สตูล  นายมะหมาด  มะลา  กับนางสาตาเรี๊ยะนางา  มะลา   สองสามีภรรยา  ช่วยกันเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนก ในบ่อซีเมนต์ที่มีมากถึง 14 บ่อ  ในบริเวณบ้าน

โดยนายมะหมาด  มะลา  อายุ 50 ปี  เจ้าของฟาร์ม  กล่าวว่า  เดิมครอบครัวมีอาชีพกรีดยางพารา  แต่ราคายางตกต่ำระยะยาว    ประกอบกับส่วนตัวมีอาชีพเสริมหาสาหร่ายในคลองไปขายในตลาดอยู่แล้ว  แต่สาหร่ายไม่ได้มีให้เก็บตลอด  จะมีเฉพาะช่วงน้ำใหญ่(น้ำขึ้นมาก)  จึงคิดเพาะพันธุ์สาหร่ายเพื่อให้มีขายตลอดปี  ทั้งนี้เจ้าของฟาร์มฯบอกว่า ได้เคยไปศึกษาดูงานการเพาะเลี้ยงจาก จ.กระบี่มาแล้ว  จึงทดลองเพาะดู และได้ผลตอบรับที่ดี  สาหร่ายขยายตัวเต็มบ่อ  เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ส่วนการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนกนี้ นายมะหมาด  มะลา  บอกว่า  นำสาหร่ายสมบูรณ์คุณภาพดี มา 3 กรัม มาเพาะในตะกร้า ทิ้งไว้ในน้ำเค็มสะอาด อุณหภูมิปกติ  น้ำต้องไม่ร้อนเพราะจะทำให้สาหร่ายหดตัว  เมื่อน้ำลดก็ต้องหมั่นเติมน้ำลงบ่อ  ทางฟาร์มฯจะให้ออกซิเจนในบ่อด้วยเพื่อปรับความเหมาะสมของอากาศ อาศัยประสบการณ์ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาทำให้มีวันนี้สามารถเพาะสาหร่ายขนนกจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี

เมื่อเพาะพันธุ์สาหร่ายได้จำนวนมาก เจ้าของฟาร์มจึงมีแนวคิดต่อยอดไปสู่  น้ำสาหร่ายเพื่อสุขภาพ  โดย นางสาตาเรี๊ยะนางา  มะลา   ภรรยาสาธิตการทำน้ำสาหร่าย สูตร “สาหร่ายน้ำผึ้ง” โดยต้มน้ำ 3 ลิตร ให้เดือด100% ก่อนใส่น้ำตาลกรวด  น้ำทราย และน้ำผึ้งรวง  ก่อนใส่น้ำสาหร่ายขนนกที่ได้จากการปั่นจำนวน 2 ขีด  ลงไป  ตั้งทิ้งไว้เพียง 5 นาที  หากนานกว่านั้นคุณค่าทางอาหารจะลดลง  ก่อนยกจากเตาน็อคน้ำแข็ง ปล่อยทิ้งให้เย็น พร้อมบรรจุใส่ขวด  ซึ่งเก็บไว้ได้นาน 1 สัปดาห์

สำหรับน้ำสาหร่ายนี้ มี 2 สูตร คือ  สูตรน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นสูตรดั้งเดิม  และสูตรใบเตย สูตรนี้จะเพิ่มความหอมของใบเตยเล็กน้อย  จำหน่ายในราคาขวดละ 15 บาท ขายส่งขวดละ 10 บาท   ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ารักสุขภาพ เพราะมีคุณค่าทางอาหารมาก

นางสาตาเรี๊ยะนางา  มะลา   ภรรยา  บอกด้วยว่า  นอกจากน้ำสาหร่ายแล้ว  ทางฟาร์มได้ขายสาหร่ายขนนกสด ในกิโลกรัมละ 200 บาท  แบ่งขายเป็นแพ็คละ 30 บาทและ 50 บาทพร้อมน้ำจิ้ม  จะขายในตลาดเกษตรที่ศาลากลางจังหวัด  ธนาคาร ธกส. และที่โรงพยาบาล  นอกจากนี้ก็มีลูกค้ามาสั่งซื้อที่ฟาร์มด้วย  บ้างก็มีลูกค้าจากต่างจังหวัดและจากประเทศมาเลเซียสั่งซื้อ

ในส่วนของสาหร่ายขนนกนี้สามารถกินสดคู่กับน้ำจิ้มถั่วกะทิ  หรือทำเป็นไข่เจียวสาหร่ายเมนูแนะนำที่สามารถนำมาปรุงได้อีกหลากหลายเมนูเหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ   ยำสาหร่าย  และน้ำสาหร่ายของทางฟาร์ม  ที่มีรสชาติหวานเล็กๆจากน้ำผึ้งแต่ไม่คาว   แม้สาหร่ายจะเป็นพืชน้ำเค็ม  มีคุณค่าทางอาหาร  คือ มีสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันมะเร็ง  มีวิตามินที่ร่างกายต้องการ  ไอโอดีนป้องกันและรักษาโรคคอพอก  แมกนีเซียม  แคลเซียม  ธาตุเหล็กและทองแดงช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง  สังกะสีช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ฯลฯ

ทั้งนี้เจ้าของฟาร์มฯ  มีแนวคิดจะต่อยอดแปรรูปเป็น  สบู่สาหร่าย  แชมพูสาหร่าย  โลชั่นสาหร่าย  แต่ทั้งนี้ก็ต้องเรียนรู้วิธีการในลำดับต่อไป  สำหรับผู้ที่สนใจการเพาะพันธุ์สาหร่าย  ทางฟาร์มฯก็เปิดให้เรียนรู้ สนใจสั่งซื้อสาหร่ายติดต่อ ฟาร์มสาหร่ายอายู โทร. 093-242 -5035    064-324-7794