ตำรวจทางหลวงยิงสกัดหนุ่มเสพยา ซิ่งกระบะแหกด่านหนี 3 อำเภอ

ไล่ล่าระทึกหนุ่มเสพยาซิ่งกระบะแหกด่านหนี 3 อำเภอ ตำรวจทางหลวงยิงยางสกัดจับ

ตำรวจทางหลวงเชียงใหม่ และ ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ คุมตัวนายนายพิษณุ ไชยเจริญ อายุ 32 ปี ภูมิลำเนาบ้านเลขที่ 131/14 หมู่ 20 ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย เข้าไปสงบสติอารมณ์ในห้องคุมขังที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ หลังก่อเหตุระทึก ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า สีน้ำตาล ทะเบียน ขว 7786 เชียงใหม่ แหกด่านและขับหลบหนีวนไปในพื้นที่ 3 อำเภอ แถมชนรถประชาชนเสียหายไปหลายคัน สร้างความแตกตื่นไปทั่วเมือง จนทำให้ตำรวจทางหลวงต้องใช้อาวุธปืนยิงยางรถยนต์เพื่อหยุดยั้งการหลบหนีและเข้าจับกุมได้ในที่สุด

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันนี้ ขณะตำรวจทางหลวงเชียงใหม่ นำกำลังตั้งด่านตรวจกวดขันวินัยจราจรและตรวจค้นสิ่งผิดกฏหมาย บริเวณแยกกองทราย ถนนวงแหวนรอบสาม อ.สารภี ระหว่างนั้นได้มีรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า สีน้ำตาล ทะเบียน ขว 7786 เชียงใหม่ ขับเข้าช่องทางที่ถูกบีบเข้าเพื่อตรวจ แต่อยู่ ๆ ได้หักพวงมาลัยขับออกช่องทางด้านขวาและเร่งเครื่องหลบหนี จนเกือบชนเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงนายหนึ่งที่กระโดดเข้าขวาง แต่โชคดีที่ตัดสินใจกระโดดหลบไปทันหวุดหวิด

จากนั้นปฏิบัติการไล่ติดตามจับกุมจึงเริ่มขึ้น ตำรวจทางหลวงได้ขับรถออกติดตามรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ที่ขับไปตามถนนวงแหวนรอบสาม จากเขต อ.สารภี เข้าสู่เขต อ.สันกำแพง ใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากนั้นได้ขับหลบหนีเข้าเขต อ.เมืองเชียงใหม่ และเข้าสู่พื้นที่ตัวเมืองชั้นใน

ระหว่างนั้นได้ขับชนรถยนต์ตู้เสียหายไป 1 คัน และ รถจักรยานยนต์อีก 2 คัน แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ กระทั่งขับเข้าถนนคูเมืองด้านในไปเจอกับด่านตรวจของตำรวจจราจร บริเวณหน้าวัดถนนมูลเมือง อ.เมืองเชียงใหม่ ตำรวจจราจรที่ได้รับแจ้งสกัดจับทางวิทยุสื่อสาร จึงปิดทางเพื่อสกัดกั้น เมื่อรถคันดังกล่าวมาถึงได้หยุดรถเพียงครู่เดียว แต่กลับใส่เกียร์ถอยหลังเตรียมหลบหนีแหกด่านอีก

ตำรวจทางหลวงที่ตามมาติดๆ จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงยางรถกระบะด้านหลังข้างละ 1 นัด เพราะเกรงจะหลบหนีและเกิดอันตรายกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ ก่อนจะชาร์จเข้าจับกุมตัวนายพิษณุซึ่งเป็นคนขับ ซึ่งพบว่าภายในรถมีภรรยาของนายพิษณุนั่งมาด้วย จึงนำตัวทั้งสองไปที่ สภ.เมืองเชียงใหม่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะ ก่อนนำตัวส่งไปตรวจอยาสงละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โดยนายพิษณุรับว่าเสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้จริง ส่วนที่หลบหนีเพราะกลัวถูกเจ้าหน้าที่ตรวจปัสสาวะ ขณะที่พนักงานสอบสวนจะรอผลจากแพทย์และแจ้งข้อหาทั้งหมดอีกครั้งภายในวันนี้และควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดี ส่วนภรรยาของนายพิษณุไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดครั้งนี้

หลังถูกคุมตัวญาติของนายพิษณุเดินทางมาที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ แม่ภรรยาของนายพิษณุ ระบุว่า ครอบครัวเป็นอิสลาม ทำธุรกิจขายเนื้อที่ตลาดแห่งหนึ่งใน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยนายพิษณุจะช่วยขายที่ตลาด ส่วนตอนเย็นขายโรตีกับภรรยา ที่ผ่านมานายพิษณุมีประวัติเสพยาเสพติด เคยถูกจับกุมข้อหาเสพไอซ์ขณะขับรถที่จังหวัดกำแพงเพชร ถุกจำคุกนานเกือบสองปี เมื่อพ้นโทษออกมาก็รับปากว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด กระทั่งมาถูกจับกุมในครั้งนี้อีก สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้ทางคราอบครัวจะไม่ขอประกันตัว เพราะต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีไปตามความผิด

‘ดาวหางจี-แซด’ เข้าใกล้โลก คาดสว่างสุด 10-11 ก.ย.นี้

สดร. ชวนจับตา “ดาวหางจี-แซด” โคจรเข้ามาใกล้โลกและใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด 10-11 กันยายนนี้ สังเกตได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป ถึงรุ่งเช้า

วันนี้ (7 ก.ย.61) นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. เปิดเผยว่า ในช่วงต้นเดือนกันยายน ดาวหางจี-แซด จะปรากฏทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณกลุ่มดาวสารถี จากนั้นกลางเดือนจะค่อย ๆ เคลื่อนมาทางทิศตะวันออก เข้าสู่บริเวณกลุ่มดาวคนคู่ ช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการสังเกตการณ์ คือวันที่ 10-11 กันยายน 2561 ซึ่งคาดการณ์ว่าดาวหางจะมีความสว่างมากที่สุด

ทั้งนี้ ช่วงหลังเที่ยงคืนของวันที่ 10 กันยายน เวลาประมาณ 0:15 น. เป็นต้นไป ดาวหางจี-แซดจะเคลื่อนที่เข้าใกล้กระจุกดาวเปิด M37 ในคืนดังกล่าวไม่มีแสงจันทร์รบกวน สามารถสังเกตการณ์ได้จนถึงรุ่งเช้า หลังจากนั้น ในช่วงหลังเที่ยงคืนของวันที่ 15 กันยายน 2561 เวลาประมาณ 0:30 น. เป็นต้นไป ดาวหางจี-แซด จะเคลื่อนเข้าใกล้กระจุกดาวเปิด M35 สามารถสังเกตการณ์ได้จนถึงรุ่งเช้าเช่นเดียวกัน

ดาวหางจี-แซด (21P/Giacobini-Zinner หรือ G-Z) เป็นดาวหางคาบสั้น มีคาบการโคจรประมาณ 6.5 ปี ครั้งล่าสุดโคจรมาใกล้โลกเมื่อปี 2555 และจะโคจรจรเข้าใกล้โลกอีกครั้งในปี 2568 แต่อาจมีความสว่างปรากฏลดลง เนื่องจากสูญเสียมวลสารจากการระเหิดเมื่อได้รับรังสีจากดวงอาทิตย์จนมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ