บุญรอดฯ มอบทุนให้นักศึกษา ต่อเนื่องครั้งที่ 36 รวม 8.8 ล้านบาท

บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ ฯ มอบทุนนิสิต-นักศึกษา ต่อเนื่องครั้งที่ 36 จำนวน 352 ทุน ใน 22 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 8,800,000 บาท

เมื่อวันที่ 6 ก.ย.61 ที่หอประชุมใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด นายวุฒา ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วย นายสันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมเป็นประธานพิธีมอบทุนการศึกษา “ทุนบุญรอดพัฒนา นิสิต นักศึกษา” ประจำปี 2561 จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 36 มอบทุนให้กับนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 352 ทุน ใน 22 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ

โดยเป็นทุนต่อเนื่อง 4 ปีแบบให้เปล่า ย้ำเจตนารมณ์ในการให้การสนับสนุนการศึกษาเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง และการให้ที่ไม่สิ้นสุด ตลอดระยะเวลาดำเนินงาน 85 ปี ของบริษัทฯ โดยมี คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ, ผู้รับทุน และผู้เคยได้รับทุนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สำหรับ ทุนบุญรอดพัฒนานิสิต นักศึกษา เริ่มให้ทุนครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2525 ซึ่งปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 36 ได้มอบทุนเป็นจำนวน 352 ทุน แบ่งเป็นสถาบันละ 16 ทุน มูลค่าทุนละ 25,000 บาท รวมทั้งสิ้น 8,800,000 บาท โดยมหาวิทยาลัยผู้รับมอบทุน จะเป็นผู้เสนอผู้มีคุณสมบัติในเบื้องต้น เน้นเด็กที่มีคุณสมบัติเรียนดี ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

จากนั้นบริษัท บุญรอดฯ จะเข้าไปร่วมพิจารณาความเหมาะสม ซึ่งทุนนี้เป็นทุนการศึกษาต่อเนื่อง สนับสนุนให้เรียนจนสำเร็จการศึกษา ไม่ต้องใช้คืน โดยคาดหวังให้เด็กทุกคนที่ได้รับทุน ส่งต่อความดี นำความรู้ ความสามารถ นำโอกาสที่ได้รับ ไปพัฒนาประเทศชาติต่อไป

โดยสถาบันที่ได้รับมอบทุน ได้แก่ ม.เกษตรศาสตร์, ม.ขอนแก่น, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ม.เชียงใหม่, ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ม.ธรรมศาสตร์, ม.นเรศวร, ม.บูรพา, ม.มหาสารคาม, ม.มหิดล, ม.แม่โจ้, ม.รามคำแหง, มศว., ม.ศิลปากร, ม.สงขลานครินทร์, รร.นายร้อยพระจุลจอมเกล้า, รร.นายเรือ, รร.นายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช, รร.นายร้อยตำรวจ, วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

ตลอดระยะเวลา 85 ปี ในการดำเนินงานของบริษัทฯ บริษัทได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาโดยตลอด สิ่งหนึ่งที่บริษัทฯให้ความสำคัญ คือ ด้านการศึกษา ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดของการสร้างทรัพยากรบุคคล โดยตระหนักถึงเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต

โดยเฉพาะการมอบโอกาสทางการศึกษาซึ่งเป็นพื้นฐานความรู้ ไม่ใช่แค่เก่ง แต่เราอยากได้คนดีด้วย และเป็นผู้ที่ส่งต่อความสุขให้กับคนรอบข้างได้ด้วย ตรงกับปณิธานของบริษัทฯ ตามคำของผู้ก่อตั้ง ท่านพระยาภิรมย์ภักดี ว่า “ทุกคนควรมีส่วนร่วมช่วยเหลือในสังคม” โอกาส สร้างชีวิต โอกาสที่ได้รับในวันนั้น สร้างคนคุณภาพกลับคืนสู่สังคม เกิดเป็นการให้ที่ไม่สิ้นสุด

โครงการรณรงค์ความปลอดภัย จากการผลิตและการใช้พลังงานทดแทน

กรมพัฒนาพลังงานฯ จัดทำโครงการ “รณรงค์ความปลอดภัยจากการผลิตและการใช้พลังงานทดแทน”

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการผลิตและการใช้พลังงานทดแทนอย่างกว้างขวางตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (พ.ศ.2558 – 2579) ทั้งในส่วนของการส่งเสริมเทคโนโลยีสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนผลิตความร้อนและการผลิตไฟฟ้า

ทำให้สถานประกอบการและผู้ใช้พลังงานทดแทนของประเทศไทยเล็งเห็นความสำคัญและใช้พลังงานทดแทนจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรมพัฒนาพลังงานฯ ได้ตระหนักถึงความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้พลังงาน จึงได้มีการจัด “โครงการรณรงค์ความปลอดภัยจากการผลิตและการใช้พลังงานทดแทน”

เพื่อดำเนินการประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยตามแหล่งชุมชน โรงงาน และฟาร์มต่างๆ ที่มีการผลิตและใช้พลังงานทดแทน 3 รูปแบบคือ ก๊าซชีวภาพ ชีวมวล และ Solar PV Rooftop โดยได้พัฒนาสื่อในรูปแบบสื่อสารคดี และการ์ตูนแอนนิเมชั่น 6 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย อังกฤษ พม่า ลาว เขมร และยาวี เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้กับบุคลากรที่ทำงานเกี่ยวกับระบบผลิตและใช้พลังงานทดแทนอย่างถูกต้องและปลอดภัย

เมื่อเปรียบเทียบสถิติที่ผ่านมาผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องดังกล่าว พบว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ จากการผลิตและใช้พลังงานทดแทนทั้ง 3 เทคโนโลยีในประเทศลดลง โดยเฉพาะอุบัติเหตุจากก๊าซชีวภาพโดยช่วงก่อนการดำเนินโครงการ (ปี 2549 – 2554) เกิดอุบัติเหตุที่ปรากฏเป็นข่าวนำเสนอในสื่อมวลชนกว่า 11 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 40 ราย ผู้บาดเจ็บ 20 ราย และมูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท

และในช่วงที่มีการดำเนินโครงการรณรงค์ความปลอดภัยจากการผลิตและการใช้พลังงานทดแทน (ปี 2555 -2560) เกิดอุบัติเหตุจำนวน 6 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 10 ราย ผู้บาทเจ็บ 3 ราย และมูลค่าความเสียหาย 1 ล้านบาท เฉลี่ยเพียงปีละ 1 ครั้ง ด้วยเหตุนี้การสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องด้านความปลอดภัยจากการผลิตและใช้พลังงานทดแทนให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด

จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเกิดความตื่นตัวด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนหันมาผลิตและใช้พลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น ก็จะช่วยให้ประเทศมีพลังงานใช้อย่างยั่งยืนในอนาคต

ดร.รุ่งฤดี ฉันทวิทย์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เปิดเผยว่า “โครงการรณรงค์ความปลอดภัยจากการผลิตและการใช้พลังงานทดแทนปี พ.ศ.2561นี้ ได้คัดเลือกผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงานทดแทนภาคประชาชน ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านที่มีองค์ความรู้ด้านพลังงาน จำนวน 280 คน จากภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ

เข้าอบรมเพื่อพัฒนาเป็นวิทยากรหรือเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยด้านพลังงานภาคประชาชน ออกปฏิบัติหน้าที่เผยแพร่ความรู้ด้านความปลอดภัยจากการผลิตและการใช้พลังงานทดแทนในสถานประกอบการ ฟาร์ม และชุมชน จำนวนมากกว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ เรามีการพัฒนาหลักสูตรขึ้นทุกๆปี

เพื่อที่จะทำให้ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆอยู่เสมอ โดยจะเพิ่มหลักสูตรให้สอดคล้องกับปีนั้นๆ เช่น ปีที่แล้วก็เพิ่มหลักสูตรเกี่ยวกับอุปกรณ์การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการช่วยเหลือชีวิตผู้ประสบอุบัติเหตุเข้าไป ส่วนปีนี้ก็เพิ่มหลักสูตรเนื้อหาให้เข้มข้นขึ้น

โดยการพัฒนาเรื่องของทักษะการสื่อสารให้กับตัวหัวหน้ากลุ่มต่างๆ เพื่อที่จะให้มีความรู้ความเข้าใจในการสื่อสารข้อมูลต่างๆ ให้กับตัวเครือข่ายของผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจง่ายขึ้นและเกิดประโยชน์สูงสุดในการนำไปใช้ปฏิบัติจริง

“จากที่เราทำโครงการมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ความสำเร็จของเราก็จะมองในแง่ของอุบัติเหตุภายในโรงงานลดลงอย่างต่อเนื่อง ถ้าเปรียบเทียบกับตอนแรกที่มีข่าวให้เราเห็นอยู่บ่อยๆ ในเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุในโรงงาน แต่พอได้ทำโครงการนี้ขึ้นมาแล้วตอนนี้แทบจะไม่มีข่าวอุบัติเหตุโรงงานแบบนั้นให้เห็นอีกเลย

โดยโครงการที่เราทำขึ้นมาทุกๆ ปีนั้นมีความสำเร็จเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์อุบัติเหตุมีการลดลงอย่างต่อเนื่องนั้นอาจจะคิดเป็น 0% เลยก็ว่าได้เพราะว่าปัจจุบันนี้นั้นไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอีกเลย” ดร.รุ่งฤดี กล่าวทิ้งท้าย

ประชาชนแห่รับของบริจาค ในงานบุญใหญ่ประเพณีทิ้งกระจาด

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย จัดพิธีแจกจ่ายข้าวสาร พร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2561

วันนี้ ( 7 ก.ย. 61) ที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย จัด พิธีแจกจ่ายข้าวสาร พร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2561 โดยบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ประชาชนจำนวนมาก ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ ต่างจังหวัด มาจับจองพื้นที่ เข้าคิว เพื่อรับแจกข้าวสาร อาหารแห้ง พร้อม เครื่องอุปโภค-บริโภค ท่ามกลางรอยยิ้มอันเป็นกุศลของเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครป่อเต็กตึ๊งทุกคน ซึ่งเริ่มแจกตั้งแต่ 06.00 น. ถึง 11.00 น.

ทั้งนี้ประชาชนที่เดินทางมางานทิ้งกระจาดปีนี้ส่วนมากมาแบบครอบครัว จูงลูกอุ้มหลานมาด้วย ขณะเดียวกันทีมข่าวได้สอบถามผู้ที่มารับของบริจาค ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ยอมตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อมาจับจองพื้นที่ เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจ ไม่ดีเลย ค้าขายก็ลำบาก เมื่อมีของฟรีก็ต้องพากันมาเอาเพื่อเลี้ยงคนในครอบครัว ถือเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายไม่มากก็น้อย

สำหรับประเพณีทิ้งกระจาด เป็นงานบุญของชาวพุทธ มูลนิธิป่อเต๊กตึ๊งได้ปฎิบัติมาต่อเนื่อง โดยการนำสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค มาเซ่นไหว้ ทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้แก่ดวงวิญญาณผู้ล่วงลับ แล้วนำมาแจกจ่ายให้ทานแก่ผู้ยากไร้ ทั้งยังแจกจ่ายให้แก่องค์กรภาครัฐและเอกชน หลายต่อหลายแห่ง วันนี้จึงเห็นทั้งรอยยิ้มและความสุข ทั้งผู้ให้และผู้รับ ก่อนที่ทุกคนจะเดินทางกลับบ้าน