ศาลตัดสินจำคุก 8 ปี ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ สามีแพท ณปภา

ศาลตัดสินจำคุก 8 ปี “เบนซ์ เรซซิ่ง” สามีแพท ณปา ร่วมฟอกเงินเครือข่าย ‘บอย นาคคำ’ ค้ายา

วันนี้ 7 ก.ย. 2561 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาให้จำคุก 8 ปี เบนซ์ เรซซิ่ง หรือ นายอัครกิตต์ วรโรจน์เจริญเดช สามีของแพท ณปภา นักแสดงและพิธีกร ฐานร่วมกันฟอกเงินเกี่ยวกับยาเสพติดของเครือข่ายของ บอย นาคคำ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

จากกรณีที่มีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องบอย นาคคำ กว่า 30 ครั้งและที่อ้างว่ามีการทำสัญญาเช่าซื้อยนต์ลัมโบกินี ราคาหลายล้าน ก็ยังไม่ชัดว่าเป็นการซื้อโดยเบนซ์ ครอบครองและใช้เองทั้งหมดจริงหรือไม่ เพราะทางนำสืบยังฟังได้ว่าบอย นาคคำ ก็เคยนำรถไปใช้และวันที่ซื้อรถก็ไปที่เต้นท์รถแต่ให้คนอื่นนำเงินให้เบนซ์ไปชำระ

ขณะที่ศาลได้ยกฟ้องเบนซ์ ในข้อหาสนับสนุนทำผิดยาเสพติด และให้จำคุกคนละ 24 ปี กับปรับคนละ 400,000 บาท นายสรรเสริญ หรือเน็ต รสานนท์ และ น.ส.อังสุพร หรืออุ้ม อินา สามีภรรยา ในความผิดฐานสมคบฟอกเงิน และสนับสนุนนายณัฐพล หรือ บอย นาคคำ ในการรับเงินยาเสพติดมาพักไว้ก่อนเข้าบัญชี

เช่น คราวละ 15 ล้านบาท หรือ 8 ล้านบาท อันเป็นการทำผิด ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ผู้สื่อข่าวรายงาว่า การฟังคำพิพากษาวันนี้ คงมีเพียงครอบครัวของเบนซ์ ที่มาร่วมฟังด้วย เช่นเดียวกับญาติคงจำเลยที่ 2-3 ส่วนน.ส.แพท ณปภา ภรรยาเบนซ์ และลูกชายน้องเรซซิ่ง ไม่ได้เดินทางมาศาลแต่อย่างใด

เปิดใจญาติน้องแอ๋ม ถูกแทงดับที่สหรัฐฯ เผย! “น้องฝันอยากเป็นผู้พิพากษา”

เปิดใจญาติ “น้องแอ๋ม” นักศึกษาถูกแทงดับที่สหรัฐฯ เผย! น้องอยากเป็นผู้พิพากษา ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ครอบครัวรักเหมือนลูก

เมื่อเวลา 7 กันยายน 2561 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านหลังหนึ่งใน ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.กรกมล หลีนวรัตน์ “น้องแอ๋ม” อายุ 25 ปี นศ.สาวปริญญาโทรัฐบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกฆ่าตายพร้อมเพื่อนสนิท ภายในอพาร์ตเมนต์ที่รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา

โดยพบกับนายปภาวิน หลีนวรัตน์ หรือ”เฮียย้ง” อดีตรองนายกเทศมนตรีผู้เป็นพ่อ พร้อมครอบครัวกำลังเดินทางไปที่สถานกงสุลเพื่อติดต่อเรื่องเอกสารมอบอำนาจ เพื่อให้ญาติที่อยู่ที่สหรัฐอเมริกาเตรียมเดินทางขอรับศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่ประเทศไทย

นายปภาวิน หลีนวรัตน์ หรือ “เฮียย้ง” เปิดเผยว่า ตนเองยังทำใจไม่ได้กับการจากไปของ น.ส.กรกมล หลีนวรัตน์ “น้องแอ๋ม” สำหรับผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ที่เสียชีวิตคู่กับน้องแอ๋ม ตนเองก็รักเหมือนลูก

เมื่อครั้งกลับมาเมืองไทยและเดินทางมาบ้านตนเองก็ซื้อของมาฝากทุกครั้ง ตนเองรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง มีความหวังว่าหากน้องแอ๋มเรียนจบมาจะได้มาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ซึ่งปี 2562 ก็จะเรียนจบกลับมารับใช้ประชาชนแล้ว

ทางด้านนายวีระศักดิ์ หลีนวรัตน์ สจ.ปทุมธานี พี่ชายคนโต เปิดเผยว่า ตนเองทราบสาเหตุการเสียชีวิตของน้องสาวแล้ว เพราะได้รับข้อมูลจากญาติที่อยู่สหรัฐอเมริกา และข้อมูลจากข่าวที่เชื่อถือได้ในอินเตอร์เน็ต จนค่ำคืนที่ผ่านมาไม่ได้นอนเพราะเวลาของสหรัฐอเมริกากับประเทศไทยต่างกัน เพราะถ้าของเรามืดของเขาจะเช้า

ซึ่งเช้าวันนี้ตนเองให้น้องชายพาพ่อไปที่สถานกงสุล เพื่อทำหนังสือมอบอำนาจให้ญาติที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา ดำเนินการเพราะต้องติดต่อกับหลายหน่วยงานทั้งสถานกงสุลที่สหรัฐ สถานีตำรวจ รวมทั้งมหาวิทยาลัย

น้องแอ๋ม ถือว่าเป็นดวงใจของทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะพ่อที่คอยประคบประหงมน้องแอ๋มมาก คอยขับรถรับส่งน้องแอ๋มตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษา จนกระทั่งน้องแอ๋มเรียนจบปริญญาตรี สำหรับครอบครัวหากใครคนใดคนหนึ่งในบ้านเกิดปัญหา น้องแอ๋มก็จะเป็นคนให้กำลังใจและคอยเป็นกาวใจให้กับทุกคนในครอบครัว

สำหรับผลการเสียชีวิตจะต้องเชื่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจของต่างประเทศ ในสถานที่เกิดเหตุไม่มีปมหรือสาเหตุที่จะมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง สาเหตุเขาสรุปมาอย่างไรก็ต้องเชื่อถือเขา สำหรับรูมเมทที่เสียชีวิต สนิทกันตั้งแต่น้องแอ๋มเดินทางไปเรียนปริญญาโทใบแรกที่บอสตัน และก็เรียนจบก็ย้ายมาเรียนปริญญาโทอีก 1 ใบที่วอชิงตัน

โดยความฝันน้องแอ๋มอยากเป็นผู้พิพากษา ซึ่งผู้พิพากษาต้องเรียนจบปริญญาโท 2 ใบ โดยน้องแอ๋มก็กำลังจะจบในปี 2562 ที่จะถึง โดยก่อนหน้านี้ ตอนที่น้องแอ๋มกลับมาที่ประเทศไทย รูมเมทที่เสียชีวิตด้วยนั้นก็ยังเคยเดินทางมาที่บ้านพบกับพ่อ โดยไม่มีสัญญาณบอกเหตุหรือจะมีเหตุอะไร ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งอะไรกัน

สำหรับศพน้องแอ๋มนั้น ตอนนี้อยู่ระหว่างให้พ่อไปดำเนินการทำหนังสือมอบอำนาจส่งไปให้ญาติที่สหรัฐอเมริกาที่เตรียมดำเนินการอยู่เพราะถ้าเราไปดำเนินการวันนี้เย็นนี้ ถึงจะเป็นเช้าของสหรัฐอเมริกาและกลัวว่าจะหยุดเสาร์-อาทิตย์ แต่ก็ยังไม่สามารถรถระบุได้ว่าจะสามารถรับศพกลับมาประกอบพิธีทางสาสนนาได้วันใด หากนำศพกลับมาได้แล้วจะนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดนาบุญ คลอง 7 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

นายวีระศักดิ์ หลีนวรัตน์ สจ.ปทุมธานี พี่ชายคนโต เปิดเผยต่อไปอีกว่า หลังเกิดเหตุได้มานั่งคิดทบทวนและนั่งดูภาพก็เหมือนกับเป็นรางบอกเหตุเพราะทุกครั้งที่น้องแอ๋มจะเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศทุกครั้งครอบครัวจะเดินทางไปไม่ครบทุกคน เพราะบางคนจะต้องมีภารกิจทำให้ไม่พร้อมหน้าครอบครัว

แต่เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม2561 ที่ผ่านมาทุกคนในครอบครัวได้เดินทางไปส่งน้องแอ๋มขึ้นเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยทุกคนสวมชุดดำหรือชุดสีมืดพร้อมทั้งตนเองเป็นผู้ดำเนินการเรื่องเอกสารในการเดินทางที่สนามบินให้กับน้อง เข็นกระเป๋าให้น้อง พร้อมทั้งโอบกอดน้องสาว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตนเองไม่เคยทำเพราะเขิน ซึ่งทุกคนก็มานั่งสังเกตตอนนั่งดูรูปหลังเกิดเหตุการณ์และเชื่อว่าเป็นการส่งนางฟ้ากลับสวรรค์

แจ้ง 3 ข้อหาร่างทรงฤๅษี ล่วงละเมิดเด็กสาว 17 ปี

ตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ แจ้งข้อหาข่มขืน พรากผู้เยาว์ และ อนาจาร กับผู้ที่อ้างเป็นร่างทรงฤๅษี หลังสอบพยานแล้วพบว่า มีมูลความจริง

พันตำรวจเอก วันปิติ พฤทธิกุล ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ เปิดเผยความคืบหน้าคดีแจ้งความจับร่างทรงฤๅษี ฐานข่มขืนกระทำชำเราเด็กสาว ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ริมถนนสายศรีสะเกษ – ขุขันธ์ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เหตุเกิดช่วงวันที่ 26 – 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา ว่า ภายหลังเรียกตัวพยาน ที่เป็นคนพา นายสุรสิทธิ์ พละศักดิ์ ผู้อ้างเป็นร่างทรงฤๅษี และเยาวชน ไปพักที่รีสอร์ทระหว่างการทำพิธีสะเดาะห์เคราะ เข้าให้ปากคำ แล้วพบว่า มีมูลความจริง

พนักงานสอบสวน จึงได้แจ้ง 3 ข้อหา กับนายสุรสิทธิ์ ได้แก่ พรากผู้เยาว์อายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากผู้ปกครอง, ใช้กลอุบายในการหลอกลวงข่มขืนกระทำชำเราหญิง และกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงที่อายุ 15 ปี ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 18 ปี

ด้านหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ ระบุว่า ขณะนี้ สภาพจิตใจเด็กสาวขึ้น ซึ่งได้ประสานครอบครัวผู้เสียหาย ให้ติดต่อโรงเรียนเพื่อหยุดเรียนชั่วคราวในระหว่างนี้ และทราบมาว่า ครอบครัวอาจให้ผู้เสียหายย้ายโรงเรียนไปอยู่กับญาติที่จังหวัดยโสธร

สำหรับคดีนี้ ผู้ปกครองเด็กสาววัย 17 ปี ในอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้แจ้งความดำเนินคดีนายสุรสิทธิ์ ในข้อหาพรากผู้เยาว์ ระหว่างทำพิธีสะเดาะเคราะห์ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาได้ปฏิเสธ โดยอ้างถึงร่างกายพิการ และขณะนี้ อยู่ระหว่างถูกปล่อยตัวชั่วคราว