ประกันสังคมยังไม่ได้อนุมัติเก็บเงินสมทบผู้ประกันตนเพิ่มจาก 750 เป็น 1,000 บาท

ปลัดกระทรวงแรงงาน ชี้แจงคณะกรรมการประกันสังคมยังไม่ได้อนุมัติเก็บเงินสมทบผู้ประกันตนเพิ่มจาก 750 บาท เป็น 1,000 บาท ซึ่งเป็นเพียงข้อเสนอของบอร์ดประกันสังคมเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ย้ำ ขณะนี้กำลังศึกษาผลกระทบและรับฟังความเห็นเพิ่มเติมจากทุกฝ่ายให้รอบด้าน

นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าสำนักงานประกันสังคมจะเก็บเงินสมทบรายเดือนกับผู้ประกันตนเพิ่ม จาก 750 บาท เป็น 1,000 บาท ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากในขณะนี้ กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม ขอชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการอนุมัติให้ดำเนินการใด ๆ แต่เป็นเพียงข้อเสนอของคณะกรรมการประกันสังคมเมื่อเดือนสิงหาคม 2559

ซึ่งเป็นการเพิ่มฐานการเก็บเงินสมทบจากเดิม เก็บผู้มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท จำนวน 5% เป็นเงินเดือนละ 750 บาท ซึ่งดำเนินการตั้งแต่ปี 2538 เป็นเวลา 20 ปีแล้ว โดยขณะนั้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 111 บาท แต่ปัจจุบันอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 310 บาท อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าคณะกรรมการประกันสังคมยังไม่ได้อนุมัติการเก็บเงินผู้ประกันตนเพิ่มแต่อย่างใด โดยสำนักงานประกันสังคมจะศึกษาผลกระทบและรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากทุกฝ่ายให้รอบด้าน เพื่อรวบรวมเสียงส่วนใหญ่ของผู้ประกันตน ทั้งนี้ ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือโทรสายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้าน นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่าที่ผ่านมาได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นการเพิ่มฐานการเก็บเงินสมทบแล้ว 5 ครั้ง ใน 4 ภาคของประเทศ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย เมื่อรับทราบข้อมูลสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้น แต่ยังมีความคิดเห็นต่างอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม สำนักงานประสังคมยังคงรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกันตนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ปัจจุบันกองทุนประกันสังคมมีเงินสะสม 1.88 ล้านล้านบาท มีรายได้จากการลงทุน 58,000 ล้านบาท รายจ่าย 70,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จ่ายเงินสมทบกรณีชราภาพ และค่ารักษาพยาบาล ยืนยันสภาวะกองทุนประกันสังคมไม่มีปัญหา การบริหารกองทุนประกันสังคมเป็นไปตามวัตถุประสงค์และมีความโปร่งใส

ที่มา สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

คืบหน้า!! ฤาษีตาไฟข่มขืนเด็ก​ 17​ปี​ ตร.สอบพยานปากเอกกว่า 5 ชม.

คืบหน้าร่างทรงฤาษีตาไฟข่มขืนเด็ก​ 17​ปี​ พยานปากเอกยืนยันร่างทรงฤาษีเล่นเฟสเล่นไลน์ได้​ ขณะที่พนักงานสอบสวนสอบปากคำยาวกว่า​ 5 ชม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่​ นายสุรสิทธิ์​ พละศักดิ์​ อายุ​ 40​ ปี​ ร่างทรงฤาษีตาไฟ ถูกพ่อและแม่ของ น.ส.เอ อายุ 17 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ​ ว่า ได้ทำการล่อลวง น.ส.เอ ไปทำการข่มขืนกระทำชำเราที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งริมถนนสายศรีสะเกษ – ขุขันธ์ อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ เหตุเกิดระหว่างวันที่ 26 – 27 ส.ค. 61 ที่ผ่านมา

ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหาหนักคือ พรากผู้เยาว์และข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ดำเนินคดีตามกฎหมาย ล่าสุด นายสุรสิทธิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนว่า ยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์กับ น.ส.เอ จริง ขณะที่สังคมต่างสงสัยว่ารางทรงฤาษีสามารถเล่นเฟสเล่นไลน์ได้​หรือไม่​ ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

แฟ้มภาพ

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้​ เมื่อเวลา​ 13.00​ น.​ วันที่​ 6 ก.​ย.​ 61​ ที่​ สภ.เมืองศรีสะเกษ​ นายทวี​ เทียนทอง​ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ​ นายสุรสิทธิ์​ พละศักดิ์​ ร่างทรงของฤาษีตาไฟ​ และเป็นผู้ที่ขับขี่รถยนต์พานายสุรสิทธิ์​ และ​ น.ส. เอ​ อายุ​ 17​ ปี​ ไปเข้ารีสอร์ตที่ริมถนนสายศรีสะเกษ​ – ขุขันธ์​ อ.เมือง​ จ.ศรีสะเกษ​ เพื่อทำพิธีสะเดาะเคราะห์​

จนทำให้มีเหตุการณ์ข่มขืนเกิดขึ้น​ โดยได้มาพบกับ พ.ต.ท.ธนบัตร​ จันทร์ขาว​ สว.สอบสวน​ เพื่อให้ปากคำในฐานะพยานเกี่ยวกับคดีนี้​ เนื่องจากว่านายทวี​ เป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เรื่องนี้อย่างใกล้ชิดตั้งแต่เริ่มต้น​ โดยใช้เวลาสอบสวนนานกว่า​ 5 ชั่วโมง​ ซึ่ง​ พ.ต.อ.วันปิติ​ พฤทธิกุล​ ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ​ ได้เข้ามาดูแลควบคุมการสอบปากคำอย่างใกล้ชิด​

นายทวี​ เทียนทอง​ พยานปากเอกคดีนี้​ กล่าวว่า​ เหตุการณ์ข่มขื่นที่เกิดขึ้นตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด​ ตนเป็นเพียงแค่คนประสานงานในการเชิญร่างทรงฤาษีตาไฟ​ มาทำพิธีสะเดาะเคราะห์​ น.ส. เอ​ อายุ​ 17​ ปี​ เท่านั้น​ ส่วนการเลือกรีสอร์ตนั้นร่างทรงฤาษีตาไฟเป็นคนเลือกรีสอร์ตเอง​ และเข้าทำพิธีกันสองคน​ ระหว่างวันที่​ 26​ -​ 27​ ส.ค.​ 61​ หลังจากนั้น​ 1 วัน​ ตนก็ได้นำร่างทรงฤาษีตาไฟไปส่งที่บ้านละทาย​ อ.กันทรารมย์​

นายทวี​ กล่าวต่ออีกว่า​ ต่อมาแม่และพี่สาวของเด็​ก 17​ ปี​ ได้เข้ามาต่อว่าตน​ ทำไมปล่อยให้ร่างทรงฤาษี​ตาไฟข่มขืนเด็ก​ 17​ ปี​ ตนได้แจ้งให้ทราบว่าไม่ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น​ว่ามีการข่มขืนกัน​ ตนเพียงพาไปสะเดาะเคราะห์เท่านั้น​ ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด​ ส่วนที่มีการสงสัยว่าร่างทรงฤาษีเล่นเฟสเล่นไลน์ได้หรือไม่นั้น​

ตนขอยืนยันว่าสามารถเล่นได้จริง​ เนื่องจากเห็นนายสุรสิทธิ์​ เล่นจริงโดยส่งสติกเกอร์ให้ตน​ ตนเป็นลูกศิษย์ของร่างทรงฤาษีตาไฟมานานกว่า​ 1 เดือนแล้ว​ ภาพที่เห็นทางสื่อ​ กับความเป็นจริงของนายสุรสิทธิ์​ ไม่เหมือนจริง​ เพราะว่าหน้าตาของนายสุรสิทธิ์​ จะไม่ปากเบี้ยว​ แขนขาสามารถใช้งานได้เป็นบางช่วง​ สามารถจับปากกาเขียนยันต์ได้​ และสามารถนั่งได้เป็นเวลานาน

ทางด้าน​ พ.ต.อ.วันปิติ​ พฤทธิกุล​ ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ​ กล่าวว่า​ ตนเชิญ​ นายทวี​ เทียนทอง​ มาให้ปากคำในฐานะพยานของคดีนี้​ ชึ่งคำให้การของนายทวี​ เป็นประโยชน์​ทำให้ข้อเท็จจริง​ ชึ่งตรงกับนายทวี​ เคยให้สัมพาษณ์กับสื่อมวลชนไปแล้ว​ ตนได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำอย่างละเอียด​ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ต่อไป