‘ชนาธิป’ นายกสมาคม THAI SUBCON ฮ.ตกที่เช็ก เสียชีวิตยกลำ

‘ชนาธิป’ นายกสมาคม THAI SUBCON ฮ.ตกที่เช็ก เสียชีวิตยกลำ ระหว่างการปฏิบัติภารกิจในการเจรจาธุรกิจ

วันนี้ 6 ก.ย. 2561 สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย หรือ THAI SUBCON ได้ออกประกาศแจ้งการเสียชีวิตของนายชนาธิป สุรชัยสิทธิกุล นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย โดยระบุว่า ด้วยนายชนาธิป มีภาระกิจร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำนักงานประจำกรุงแฟรงเฟริต

ในการนำสมาคมและคณะผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมกิจกรรม The Aviation & Medical Joint-Venture Business Trip in Czech Republic and Federal Republic of Germany ระหว่างวันที่ 3-8 กันยายน 2561 เพื่อเข้าพบผู้บริหารและเจรจาธุรกิจในการเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรมอากาศยาน และอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์มาลงทุนที่ประเทศไทย โดยร่วมทุนกับผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพ

ซึ่งระหว่างการปฏิบัติภารกิจในการเข้าเยี่ยมชมและเจรจาธุรกิจในโรงงานที่ 2 ตามกำหนดการคือบริษัท Workpress Aviation ที่เมือง Pilsner สาธารณรัฐเช็ก ผู้ผลิตชิ้นส่วนโลหะและพลาสติก สำหรับอุตสาหกรรมอากาศยาน ทางบริษัทฯ มีแผนการขยายการลงทุนมายังประเทศไทย โดยจะลงทุนในการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานในพื้นที่ใกล้สนามบินอู่ตะเภา

โดยหลังจากที่ทาง CEO ของบริษัทฯ ได้พาคณะเข้าเยี่ยมชมโรงงานเรียบร้อยแล้ว ท่านได้เชิญคุณชนาธิป สุรชัยสิทธิกุล และผู้ประกอบการจากไทยอีก 2 ท่าน ทดลองนั่งบนแฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว โดยมี Mr. bohumil doubek, CEO ของบริษัทฯ เป็นผู้ขับ แฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวได้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ทำให้คนขับและผู้โดยสารทั้งหมด 4 ท่านเสียชีวิตลงทันที โดยมีรายชื่อ ดังต่อไปนี้

1. Mr. bohumil doubek, CEO of Workpress Aviation

2. นายชนาธิป สุรชัยสิทธิกุล, นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย

3. นางสาวจันทร์พิมพ์ ศรุตานนท์, Marketing Manager บริษัท Medica Technology Co.,Ltd.

4. นายเอกรัตน์ เล็กพรประเสริฐ, Marketing บริษัท C.S. Engineering Autoparts Co., Ltd.

การเสียชีวิตของนายชนาธิป สุรชัยสิทธิกุล นายกสมาคมส่งเสริมการรรับช่วงการผลิตไทยระหว่างปฏิบัติหน้าที่เพื่ออุตสาหกรรมของประเทศไทยนั้น ได้สร้างความสูญเสีย และโศกเศร้าเสียใจกับทุกคนเป็นอย่างมาก สมาคมจึงขอระลึกในคุณงามความดีต่อส่วนรวมของท่านและขอให้ดวงวิญญาณของท่านสู่สุคติภูมิ

‘ทีมหมูป่า’ เข้ากรุงฯเปิดใจ ก่อนร่วมงานเลี้ยงขอบคุณทุกฝ่าย

13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี่พบปะสื่อมวลชน ที่สยามพารากอน ภายในนิทรรศการปฏิบัติการถ้ำหลวง วาระแห่งโลก

วันนี้ ( 6 ก.ย. 61) ที่ ลานไลฟ์สไตล์ ฮอล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน บรรยากาศ การจัดกิจกรรม 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี่พบปะสื่อมวลชน ที่สยามพารากอน ภายในนิทรรศการปฏิบัติการถ้ำหลวง วาระแห่งโลก ซึ่งเป็นการพบปะพูดคุยระหว่างสื่อมวลชนกับ 12 ทีมหมูป่าอะคาเดมี และพระโค้ชเอก โดยพลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดำเนินรายการ

ซึ่งเป็นการพูดคุยกันในประเด็นการดำเนินชีวิตภายหลังออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนและโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ที่พักรักษาตัว ทั้ง 12 คน รวมถึงพระโค้ชเอก มีสีหน้ายิ้มแย้ม และกลับมาเรียนหนังสือตามปกติ รวมถึงได้เริ่มกลับมาฝึกซ้อมฟุตบอลและออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน ซึ่งเป็นกีฬาที่น้องๆ มีใจรัก รวมถึงพูดคุยในขณะที่ไปติดอยู่ภายในถ้ำบริเวณเนินนมสาวที่ทำให้ผ่านวันนั้นมาได้เพราะความสามัคคีและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แม้ว่าจะมีท้อหรือบางคนร้องไห้แต่ก็มีพระโค้ชเอกที่คอยบอกว่าขอให้ทุกคนมีสติ

นอกจากนี้พูดคุยกันถึงการดำเนินชีวิตระหว่างบวชอยู่ที่วัด ซึ่งทั้งหมดบอกว่าได้เรียนรู้พระธรรมวินัย การใช้สติ และตอนนี้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ส่วนอนาคตเมื่อถามว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร ก็มีหลากหลายคำตอบ ทั้งนักฟุตบอลระดับโลก สถาปนิกออกแบบ ตำรวจ นักดนตรีซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน มีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของประชาชนที่มาชมการพูดคุยกับ 13 หมูป่า

ขณะที่พระโค้ชเอกบอกว่า ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และรัฐบาลที่ทำให้ทุกหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือทั้งภาครัฐเอกชน ประชาชนคนไทยและทั่วโลก จนได้ออกมาจากถ้ำหลวงอย่างปลอดภัย ส่วนน้องๆทีมหมูป่าบอกว่าขอบคุณ หน่วยซีลและผู้ปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ทุกคนทั้งโลกและรักทุกคน

อย่างไรก็ตามน้องอดุลย์ ยังฝากบอกไปถึงคนทั่วโลกที่ทำให้คนรักเอ็นดูทีมหมูป่า ว่า เพราะทุกคนมีความรักให้พวกเราคอยสนับสนุน ทำให้มีคนรู้จักทั้งโลกและรักทุกคนเปรียบเสมือนพ่อแม่ เพราะในช่วงเวลาที่อยู่ในถ้ำจนออกทุกคนก็ยังคอยต้อนรับและยินดีที่ได้มาพบกันรู้สึกตื้นตันใจและขอบคุณทุกคนทั่วโลกจากใจ

เจ้าท่า-ปกครอง ลุยตรวจ ‘ร้านซอมบี้’ หลังถูกจับรุกลำน้ำแม่สา

เจ้าท่า-ปกครอง ลุยตรวจ ‘ร้านซอมบี้’ หลังถูกจับรุกลำน้ำแม่สา ร้องอัยการขอความเป็นธรรมอ้างประกอบกิจการถูกต้อง

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่ริม ร่วมกับ ตำรวจ สภ.แม่ริม และ เจ้าหน้าที่เจ้าท่าภูมิภาคสาขาเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบร้านอาหารซอมบี้ ที่เปิดให้บริการริมลำน้ำแม่สา ต.แม่แรม อ.แม่ริม เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ถูกร้องเรียนว่าบุกรุกลำน้ำสาธารณะ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้น้ำของชุมชนท้ายน้ำ จนทำให้เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมดำเนินคดีกับเจ้าของร้านในข้อหาร่วมกันปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นใดล่วงล้ำเข้าเหนือในน้ำของลำน้ำคลอง เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 61 ที่ผ่านมา

การตรวจสอบในครั้งนี้ เนื่องจากผู้ต้องหาได้ร้องขอความเป็นธรรมกับพนักงานอัยการ อ้างว่าไม่มีการบุกรุกลำน้ำและประกอบกิจการอย่างถูกต้อง พนักงานอัยการจึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก่อนมีคำสั่ง

ขณะที่เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าที่ร่วมตรวจสอบในวันนี้ ระบุว่า ลำน้ำแห่งนี้เป็นลำเหมืองสาธารณะประโยชน์ซึ่งไม่ได้อยู่ในความดูแลของกรมเจ้าท่า แต่อยู่ในอำนาจของท้องถิ่นและอำเภอซึ่งมีอำนาจตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องถิ่น และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธาณะสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ.2553

นายบุญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่ริม บอกว่า ร้านอาหารแห่งนี้มีเจตนาชัดเจนในการใช้ลำน้ำสาธารณะเพื่อเป็นจุดขายในการประกอบธุรกิจ ที่ผ่านมามีการร้องเรียนและทางฝ่ายปกครองได้ตักเตือนมาหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมเพื่อจัดระเบียบให้มีมาตรฐานเดียวกัน เนื่องจากในพื้นที่อำเภอแม่ริมมีร้านอาหารหลายแห่งที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำและลำน้ำสาขา อาศัยความสวยงามของธรรมชาติเป็นจุดขาย

ขณะที่การตรวจสอบครั้งนี้ เพื่อต้องการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดตามที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ เนื่องจากวันเกิดเหตุนั้นมีหลักฐานชัด มีการนำโต๊ะ เก้าอี้ ไปวางในร้านและมีการนำอาหารและเครื่องดื่มไปรับประทาน สร้างสิ่งปฏิกูลลงไปในลำเหมือง

ด้าน นายธนพัฒน์ พุฒินันท์วรกุล เจ้าของร้าน ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ได้นำเก้าอี้ลงไปวางในลำน้ำจริง ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องการรับประทานอาหารในน้ำ ประกอบกับเห็นร้านอื่น ๆ ทำกัน แต่หลังถูกจับกุม ทางร้านได้เก็บโต๊ะเก้าอี้ออกและปรับปรุงสภาพแวดล้อมใกล้ลำเหมืองให้ดีขึ้นและห้ามนักท่องเที่ยวลงไปรับประทานอาหารในน้ำ ที่ผ่านมาหลังมีการถูกจับกุมและข่าวได้ออกไป ทำให้ร้านได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากลูกค้าหายไปถึง ร้อยละ 70 จึงต้องการขอความเป็นธรรมให้กับทางร้าน เพราะตอนนี้ได้ปรับปรุงและทำทุกอย่างให้ถูกต้องแล้ว