‘หมอแสง’ ให้บริษัทยาผลิตอาหารเสริมรักษามะเร็ง

“หมอแสง” ยินยอมให้บริษัทยาไทย ผลิตอาหารเสริมจากสมุนไพรรักษามะเร็ง ออกขายทั่วประเทศ เพื่อช่วยผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางไกลมารับยา เผยดำเนินการขอ อย.ถูกต้อง

นายแสงชัย แหเลิศตระกูล ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดปราจีนบุรี หรือที่รู้จักกันดีในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งทั่วประเทศในนาม “หมอแสง” เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการประสานงานกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ผลิตยาในประเทศ เพื่อผลิตอาหารเสริมสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ตามสูตรการใช้สมุนไพรที่กำหนด

รวมทั้งราคาจำหน่ายที่สามารถควบคุมได้ เพื่อให้ผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลไม่ต้องเดินทางมาถึง จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งถือเป็นทางออกที่ดี ส่วนสมุนไพรที่เคยแจก ก็ยังคงแจกให้ฟรีเช่นเดิม โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อสมุนไพรแต่อย่างใด

นายแสงชัย ยังบอกอีกว่า ปัจจุบันผู้ป่วยมะเร็งที่เดินทางมายัง จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อขอรับยาเพียงเดือนละ 10 เม็ด ไม่ใช่มีเฉพาะชาวไทย แต่ยังมีชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งการผลิตสมุนไพรในรูปแบบอาหารเสริมที่ใช้สูตรเดียวกับที่แจกให้ผู้ป่วยฟรี ก็เพื่อลดความแออัดในการรอคิว รวมถึงสามารถซื้อหาได้ตามต้องการ คนยากไร้ก็ซื้อหาได้ในราคาที่ไม่แพง

ส่วนสูตรสมุนไพรจะยังคงเป็นสูตรเดิม โดยทางเราเป็นผู้ควบคุมสูตรการผลิต ซึ่งยืนยันได้ว่าบริษัทยาที่เข้ามาผลิตให้เป็นบริษัทของคนไทย 100% เพราะไม่ต้องการให้สูตรสมุนไพรนี้ตกอยู่ในมือของต่างชาติ ที่สำคัญจะช่วยให้คนไทยทั้งประเทศ สามารถเข้าถึงสมุนไพรดังกล่าวได้ง่ายขึ้น สามารถซื้อหาที่ร้านขายยาได้เลยในราคาที่ถูก นอกจากนี้ยังเป็นการตัดตอนการนำสมุนไพรหมอแสงออกขายในราคาแพงอีกด้วย

นายแสงชัย ยังบอกอีกว่าทุกวันนี้มีความสบายใจมากขึ้น ที่กระบวนการตรวจสอบทั้งทางด้านเอกสารและสมุนไพรที่ใช้ในการรักษามะเร็งของตนเองผ่านความเห็นชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงทำให้เกิดกำลังใจในการเดินหน้าช่วยเหลือผู้ที่หมดหนทางในการรักษาโรคมะเร็งต่อไป ที่สำคัญยังอยากให้ส่วนราชการเข้ามาสนับสนุนสมุนไพรดังกล่าวเพื่อให้เข้าถึงคนไทยทั้งประเทศได้ง่ายขึ้นด้วย

WHO เตือน 1,400 ล้านคน เสี่ยงโรคร้าย เพราะไม่ออกกำลังกาย

องค์การอนามัยโลก พบประชากรในวัยผู้ใหญ่กว่า 1,400 ล้านคนทั่วโลก เสี่ยงโรคร้าย เนื่องจากไม่ออกกำลังกาย

ผลการศึกษาขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO จากการบันทึกกิจกรรมของประชากรจำนวน 1 ล้าน 9 แสนคนใน 168 ประเทศทั่วโลกเมื่อปี 2559 พบว่า ประชากรในวัยผู้ใหญ่กว่า 1,400 ล้านคนทั่วโลกกำลังเสี่ยงต่อโรคร้าย เพราะไม่ค่อยออกกำลังกาย

โดยประชาชนในประเทศร่ำรวยมีความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายขึ้นและใช้ชีวิตแบบนั่งๆนอนๆ โดย 1 ใน 3 ของผู้หญิง และ 1 ใน 4 ของผู้ชายทั่วโลกตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายจากโรคร้ายแรง เช่น หัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง หากยังไม่ยอมออกกำลังกาย

รายงานระบุว่า หากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข องค์การอนามัยโลกอาจไปไม่ถึงเป้าหมายในการลดอัตราส่วนประชากรโลกที่ออกกำลังกายไม่เพียงพอ ลงร้อยละ 10 ภายในปี 2568

จากการศึกษาเรื่องการออกกำลังกายของวารสารแลนเซต โกลบอลเฮลธ์ พบว่า การออกกำลังกายที่ไม่เพียงพอนำไปสู่ความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อต่างๆ ทั้งยังมีผลเสียกับสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตด้วย

WHO แนะนำประชากรในวัยผู้ใหญ่ให้ออกกำลังอย่างเหมาะสมเป็นเวลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที เช่น เดิน ว่ายน้ำ หรือขี่จักรยาน หรือออกกำลังกายอย่างหนักเป็นเวลา 75 นาที เช่น การวิ่ง หรือกีฬาประเภททีม

จากการศึกษาพบว่าประเทศมีอัตราการเคลื่อนไหวน้อยที่สุด ได้แก่ คูเวต ร้อยละ 67 อเมริกันซามัว และซาอุดิอาระเบีย ร้อยละ 53 และอิรัก ที่ร้อยละ 52 นอกจากนี้ ยังพบว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้คนเราใช้ชีวิตกันสะดวกสบายขึ้นและมีกิจกรรมน้อยลง เช่น การใช้ลิฟต์แทนการขึ้นลงบันได และเดินทางโดยรถยนต์ ส่วนผู้หญิงหลายคนต้องดูแลบ้านและเลี้ยงลูกจนไม่มีเวลาออกกำลังกาย

ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคเดียวในโลก ที่สัดส่วนการออกกำลังกายระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ในระดับเท่าเทียมกัน และประชาชนในแถบนี้มีแนวโน้มการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2544

ทุเรียนไร้หนาม หนึ่งเดียวในโลกที่เมืองลับแล

สุดยอดนวัตกรรมใหม่แห่งวงการเกษตรไทย “ทุเรียนไร้หนาม” หนึ่งเดียวในโลกที่เมืองลับแล เจ้าของเตรียมจดสิทธิบัตรเป็นของตัวเอง

ปกติแล้วหากพูดถึง ทุเรียน ส่วนใหญ่ที่ทุกคนคุ้นเคยนั้นจะต้องมีหนาม แต่วันนี้ นายเสรี สุกสา อายุ 45 ปี เกษตรกรชาวสวนผลไม้ ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ จะพาไปดูทุเรียนไร้หนาม ที่รสชาติหวานมันหอมและนุ่มลิ้น เทียบเท่ากับทุเรียนพันธุ์หลง-หลินลับแล ได้เลย

โดย นายเสรี ใช้พื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกทุเรียน 600-700 ต้น หลากหลายพันธุ์ เช่น หมอนทอง ชะนี พวงมณี ก้านยาว กบเล็บเหยี่ยว และ พันธุ์จระเข้ ซึ่งแต่ละต้นจะไม่เหมือนกัน เพราะเกิดจากการผสมพันธุ์โดยธรรมชาติเพาะเมล็ดขึ้นมา

ส่วน “ทุเรียนไร้หนาม” นายเสรี มองแนวคิดเรื่องตลาดเป็นสำคัญ เพราะทุเรียนมีปลูกทั่วประเทศ อีกหน่อยราคาก็ตกต่ำ ถึงแม้จะมีตลาดหลักอย่างจีนรองรับก็ตาม ดังนั้นจึงเกิดไอเดียทำให้ทุเรียนเมืองลับแลมีอัตลักษณ์ หรือ คุณลักษณะที่ไม่เหมือนใคร

สำหรับวิธีในการกำจัดหนามเพื่อให้ง่ายต่อการปลอกเปลือกทุเรียน และไม่เป็นอุปสรรคต่อการรับประทาน เบื้องต้นต้องจัดการหนามทุเรียนขณะที่ผลยังโตไม่มากนัก ด้วยเทคนิคที่คิดค้นขึ้นมาด้วยตนเองโดยไม่ใช้สารเคมี จนอาจเรียกทุเรียนไร้หนามได้ว่า “นวเกษตรอินทรีย์” ส่วนขั้นตอนการทำให้ไร้หนามนั้นไม่ขอเปิดเผย เพราะถือเป็นความลับสุดๆ

สำหรับราคา “ทุเรียนไร้หนาม” ในอนาคตน่าจะพอๆ กับทุเรียนพันธุ์หลงและหลินลับแล สูงสุดอยู่ที่ 650-850 บาท แต่ถ้าเทียบน้ำหนักเนื้อต่อกิโลกรัม หลิน 1 กิโลกรัม ราคา 15,000 บาท ทุเรียนไร้หนามน่าจะมากกว่า เพราะจะได้เนื้อทุเรียนมากกว่าหลงหลายเท่า

ดังนั้นเจ้าของจึงเตรียมจดทะเบียนลิขสิทธิ์ภูมิปัญญาของตนเอง ในเรื่องของสิทธิบัตรทางภูมิปัญญาท้องถิ่น กระบวนการที่เกิดขึ้น นายเสรี จะไม่เก็บเอาไว้เพียงคนเดียว แต่จะคืนให้กับชุมชนถิ่นเกิดของตนเอง ปี พ.ศ.2562 นี้ได้ลิ้มรสรับประทานกันแน่นอน