รวบสาวสองแฮคเฟซบุ๊กคนมีสียศสูงหลอกยืมเงินทั่วประเทศ

ตำรวจกองปราบจับกุมสาวประเภท2 แฮคเฟซบุ๊กข้าราชทั้งทหารและตำรวจหลอกยืมเงินนับแสนบาทมีผู้เสียหายที่แจ้งความ7 ราย และบางคนมีพ่อแม่ไปช่วยเคลียร์และชดใช้ค่าเสียหายให้  เผยต้องการนำเงินไปเปิดร้านเสริมสวยพร้อมบอกวิธีแฮคเฟซบุ๊กและวิธีป้องกัน

เมื่อเวลา 15.00น.วันที่ 5ก.ย.พ.ต.อ.สมพงษ์  สุวรรณวงศ์  ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.ภาดล จันทร์ดอน รอง ผกก.6 บก.ป.นำกำลังตำรวจกองปราบปราม จับกุม นายมหาราช จันทร์ศรี อายุ 22 ปี หรือเต้ย สาวประเภท 2 มีภูมิลำเนาเดิมเป็นชาวจ.อุบลราชธานี ได้ที่หน้าบ้านของเพื่อนในพื้นที่ ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา

หลังจากที่ก่อเหตุแฮคเฟซบุ๊กของผู้อื่นเพื่อหลอกยืมเงินซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการทหารและตำรวจโดยมีผู้เสียหายที่เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์แล้ว7 ราย สูญเกือบ1แสนบาท

และตกผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาข้อหาฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้นำตัวมาสอบสวนที่ศูนย์ประสานงานกองกำกับการ6 กองบังคับการปราปรามจ.สงขลา ซึ่ง นายมหาราช หรือเต้ยยอมรับสารภาพแต่โดยดี โดยว่าก่อเหตุเข้าไปแฮคเฟซบุ๊กของบุคคลต่างๆ มาทั่วประเทศซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการทหารและตำรวจเพราะเป็นบุคคลที่น่าเชื่อว่าโดยผู้ที่ถูกแฮคเฟซบุ๊กมียศสูงสุดเป็นระดับรองผู้การตำรวจ และเงินสูงสุดที่หลอกยืมได้จำนวน 15,000 บาทโดยให้โอนเข้าบัญชีของตัวเอง

นายมหาราช กล่าวว่า วิธีการแฮคเฟซบุ๊กนั้นไม่ยากเพราะเฟซบุ๊กส่วนใหญ่จะตั้งค่าสาธารณะสามารถเข้าไปดูข้อมูลส่วนตัวได้และนำหมายเลขโทรศัพท์และวันเดือนปีเกิดมาใช้แฮคเข้าไปในเฟสบุคเพื่อติดต่อเพื่อนของเจ้าของเฟสขอยืมเงินและให้โอนเงินมาให้  โดยจบเพียงม.6 เท่านั้นและเงินที่ได้จะนำไปลงทุนเปิดร้านร้านเสริมสวย และมีผู้เสียหายบางที่พ่อแม่ได้ไปช่วยเคลียร์และคืนเงินให้บางส่วนแล้วเพื่อไม่ให้ดำเนินคดี

นอกจากนี้นายมหาราช ยังบอกถึงวิธีป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นแฮคเฟซบุ๊กว่า ควรตั้งระบบล็อค2ชั้นและปิดสถานะข้อมูลส่วนตัวเพื่อห้ามบุคคลภายนอกเข้ามาดูข้อมูลได้

ด้านตำรวจกองปราบเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่จะสอบสวนขยายผลนายมหาราช อีกครั้งเพราะจากการสืบสวนพบว่าก่อเหตุมานับสิบรายและมีผู้เสียหายอยู่ทั่วประเทศ หากใครสงสัยว่าเคยถูกแฮคเฟซบุ๊กก็สามารถประสานงานแจ้งข้อมูลได้ที่ตำรวจกองปราบ

ญี่ปุ่นอพยพผู้โดยสารออกจากสนามบินคันไซ หลังถูกพายุไต้ฝุ่นเชบีถล่ม

ญี่ปุ่นทยอยอพยพผู้โดยสารออกจากท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ ซึ่งได้รับความเสียหายหนักจากพายุไต้ฝุ่นเชบี

วันที่ 5ก.ย. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันนี้เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นได้จัดเรือและรถโดยสารเข้าไปอพยพผู้โดยสารออกจากท่าอากาศยานนานาชาติคันไซในเมืองโอซากาหลังถูกตัดขาดเนื่องจากสะพานเชื่อมระหว่างท่าอากาศยานที่ตั้งอยู่บนเกาะเทียมกับแผ่นดินใหญ่ ถูกกระแสลมแรงพัดเรือขนาดใหญ่กระแทกเข้ากับสะพาน หลังจากถูกพายุเชบีพัดถล่ม ทำให้ผู้โดยสารหลายพันคน และพนักงานต้องติดค้างอยู่ภายในอาคารท่าอากาศยาน โดยพื้นที่ในท่าอากาศยานบางส่วน ถูกน้ำท่วมขังตลอดคืนที่ผ่านมา

โฆษกท่าอากาศยานแถลงว่า หลังตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างสะพานแล้ว จึงเริ่มอพยพประชาชนออกจากสนามบิน  แต่ยังไม่ทราบว่าการอพยพจะใช้เวลากี่ชั่วโมง อีกทั้งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าท่าอากาศยานคันไซจะเปิดให้บริการได้ตามปกติเมื่อใด เนื่องจากพื้นที่บางส่วน ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมหลังเกิดพายุ

อย่างไรก็ตามจากรายงานล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้ เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 10 คน และอีกหลายร้อยคนได้รับบาดเจ็บ ขณะที่พายุลูกนี้ สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือน อาคาร และสถานที่ต่าง ๆ

ที่มา www.bbc.com

อ่างเก็บน้ำปราณบุรี จ.ประจวบฯ ทยอยระบายน้ำออกจนมีระดับต่ำกว่าระดับร้อยละ 80

อ่างเก็บน้ำปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทยอยระบายน้ำออกจนมีระดับต่ำกว่าระดับร้อยละ 80 ของความจุอ่างแล้ว คาดว่าจะอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ช่วงกลางเดือนกันยายนนี้

วันที่ 5 ก.ค.2561 สวท.ประจวบคีรีขันธ์ นายไพโรจน์  คำทอน  ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากการเร่งระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำปราณบุรีตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ลงสู่ระบบคลองส่งน้ำและแม่น้ำปราณบุรี ทำให้ขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างลดลงต่ำกว่าระดับร้อยละ 80 แล้ว

ภาพประกอบข่าว

โดยข้อมูลวันที่ 5 สิงหาคม 2561 มีปริมาณน้ำ 294 ล้าน ลบ.ม.จากความจุ 391 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ 75  มากกว่าเกณฑ์ควบคุมอยู่ 21 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่ปริมาณน้ำไหลลงอ่างลดลงอยู่ที่  6.4 ล้าน ลบ.ม.จึงคาดว่าจะสามารถพร่องน้ำให้อยู่ที่ระดับร้อยละ 70 ได้ภายในวันที่ 15 กันยายน  2561 หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่ม

ทั้งนี้ ผลจากการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำปราณบุรี แม้จะทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น 3.85 เมตร แต่ยังต่ำกว่าตลิ่ง และไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ยกเว้นพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งซึ่งจะมีการติดตามผลกระทบที่เกิดจากการระบายน้ำอย่างใกล้ชิด

ที่มา สวท.ประจวบคีรีขันธ์