เลี้ยงไส้เดือนทำปุ๋ยตามศาสตร์พระราชาลดต้นทุนการผลิตและผักปลอดสารพิษ

เกษตรกรเดินตามศาสตร์พระราชา ในหลวงรัชกาลที่ 9 สอนการทำปุ๋ยจากมูลไส้เดือน ให้กับเกษตรกร นักเรียน และทหาร เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติในการทำปุ๋ย ลดต้นทุนการผลิตและได้พืชผักที่ปลอดสารพิษ

วันที่ 4 กันยายน 2561 ที่ฟาร์มสุขเล็กๆ เลขที่ 156/2 หมู่ที่ 2 ตำบลบางเป้า อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ซึ่งนายอัษฎา เจริญกุล เป็นเจ้าของฟาร์ม เกษตรกรที่เดินตามรอยศาสตร์พระราชา ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้อบรมให้ความรู้กับเกษตรกร นักเรียน และทหารจากกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง  ในการเลี้ยงไส้เดือนดิน และทำปุ๋ยจากมูลไส้เดือน ซึ่งเป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพ สามารถนำไปใส่พืชผักให้เจริญงอกงาม  สำหรับพืชที่ปลูก มีข้าวพันธุ์เล็บนก มะนาว ผักสลัด กล้วย หมาก มัลเบอรี่ ไผ่ตง และผักสลัด ฯลฯ

ทั้งนี้นายอัษฎา เจริญกุล เกษตรกร กล่าวว่า การอบรมการทำปุ๋ยมูลไส้เดือนนั้น เพื่อให้เกษตรกร นักเรียน และทหาร นั้น เพื่อต้องการให้นำความรู้ที่ได้ไปทำปุ๋ยจากมูลไส้เดือน ซึ่งเป็นกรลดต้นทุนการผลิต และลดการใช้สารเคมี จะทำให้พืชผักที่ใส่ปุ๋ยมูลไส้เดือน เป็นพืชผักที่ปลอดสารพิษ การทำปุ๋ยจากมูลไส้เดือนนอกจากจะได้ปุ๋ยแล้ว ยังเป็นการลดวัชพืชอีกด้วย โดยจะนำวัชพืช มาสับให้ละเอียดแล้วเอาไปใส่ในบ่อที่มีการเลี้ยงไส้เดือน  เมื่อไส้เดือนกินพวกวัชพืชก็จะถ่ายมูลออกมา และสามารถเก็บมูลไส้เดือน ภายใน7-10 วัน หลังจากนั้นเอามาแยกและใส่เครื่องปั่น จะได้ปุ๋ยไส้เดือนที่มีคุณภาพ  ทั้งนี้การเดินตามศาสตร์พระราชา ในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้นส่งผลที่ดีเป็นอย่างมากกับเกษตรกร ที่สามารถปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์ ไว้บริโภคในครัวเรือน เมื่อเหลือจึงนำไปขาย

สำหรับการฝึกอบรมในวันนี้มีนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายพรชัย สุขโสม นายอำเภอกันตัง เกษตรกรในจังหวัดตรัง และทหารจากกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เข้าร่วม และลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่การสับวัชพืชอาหารของไส้เดือน การลอกมูลไส้เดือน การร่อนมูลไส้เดือน  ซึ่งทุกคนที่มาต่างได้ความรู้เป็นอย่างมาก

ชายวัย 66 ใช้เหล็กแทงน้องชายวัย 64 เสียชีวิตคาวงเหล้า

ชายวัย 66 ฉุนถูกต่อว่าเป็นภาระ คว้าเหล็กแทงน้องชายวัย 64 เสียชีวิตคาวงเหล้า

วันที่ 4 ก.ย.2561 เจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่ สถานีตำรวจภูธรสารภี ช่วยกันปฐมพยาบาลและทำแผลให้นายนพ เงาพรหม อายุ 66 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บศีรษะและคิ้วด้านซ้ายแตก หลังเปิดศึกทะเลาะวิวาทกับน้องชาย คือ นายจำนงค์ เงาพรหม อายุ 64 ปี ก่อนจะคว้าเหล็กแหลมแทงน้อยชายจนเสียชีวิต  เหตุเกิดบริเวณลานหน้าบ้านเลขที่ 9809  หมู่ 8 ตำบลหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่

ขณะที่ ร.ต.อ.หญิง สิรกาญจน์ ศิริคำน้อย ร้อยเวรสถานีตรวจภูธรสารภี สอบปากคำนายนพ ผู้ก่อเหตุ ทราบว่า  ทั้งนายนพและนายจำนงเป็นพี่น้องที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกัน แต่ทั้งคู่ไม่ค่อยถูกกันและมักมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง คืนเกิดเหตุนายจำนงชวนนายนพตั้งวงดื่มสุรา หลังดื่มจนเมาได้ที่นายจำนงก็พูดจาต่อว่านายนพพี่ชายว่าทำตัวเป็นภาระ เพราะมีอาการป่วยหลายโรค ต้องใช้ไม้เท้าช่วยค้ำยันเวลาเดิน

กระทั่งเหตุการณ์บานปลายถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน นายจำนงค์ได้หยิบไม้เท้าของนายนพฟาดเข้าที่ศีรษะด้านซ้ายจนแตก ทำให้นายนพโมโหคว้าเหล็กแหลมที่ใช้ปักเสาเต้นท์ ยาว 10 นิ้ว แทงเข้าที่ลำตัวด้านซ้ายของนายจำนงค์จนเสียชีวิตนอนจมกองเลือด หลังเกิดเหตุนายนพไม่ได้หลบหนีไปไหน นั่งรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ภายในบ้านพัก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหา”ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” กับนายนพ จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสารภี ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

พินาศ ! สะพานอายุ 40 ปีในอินเดียถล่ม กู้ภัยเร่งคนหาผู้ประสบภัย

เหตุสะพานถล่มในหนึ่งในเมืองโกลกาตา ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 40 ปี แต่ตอนนี้ยังไม่มีการสรุปสาเหตุที่แน่ชัด

วันที่ 4 ก.ย. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเหตุสะพานพังถล่มที่เมืองโกลกาตา ทางตะวันออกของประเทศอินเดีย ส่งผลให้รถยนต์หลายคันตกลงไปที่พื้นได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้หน่วยกู้ภัยกำลังตรวจสอบซากปรักหักพังเพื่อดูว่ามีใครติดอยู่ภายในหรือไม่ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงานพบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ส่วนทางด้าน นายโสวัน ชาตารจี นายกเทศมนตรีเมืองโกลกาตา ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย พร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ ระบุว่าพวกเขากำลังประเมินว่ามีคนติดอยู่ใต้ซากสะพานหรือไม่

อย่างไรก็ตาม พรรครัฐบาลของรัฐเบงกอลตะวันตก เปิดเผยว่า สะพานดังกล่าวมีอายุกว่า 40 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีการสรุปสาเหตุที่แน่ชัด

ที่มา bbc