บช.น. หารือแนวทางแก้ไขปัญหาการจราจร หวังลดอุบัติเหตุ

บช.น. หารือแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจร เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ

วันนี้ (4 ก.1ย. 61) พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. จัดการประชุมที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) ระดมความคิดเห็นด้านการแก้ไขปัญหาการจราจร เพื่อบูรณาการแนวความคิดและกำหนดเป็นนโยบายนำไปสู่การปฏิบัติ โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ตัวแทนจากหลายๆ หน่วยงานได้ช่วยกันระดมความคิดเห็น โดยมีการพูดถึงกรณีสาวขับรถฟอร์จูนเนอร์มาตามไหล่ทาง ก่อนพุ่งชนท้ายรถที่จอดเสียอยู่ จนทำให้หญิงอายุ 68 ปี กระเด็นตกทางด่วนเสียชีวิต ว่า จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุสลดเช่นนี้ขึ้นอีก พร้อมหาวิธีป้องกันการขับรถบนไหล่ทาง ซึ่งมีไว้สำหรับจอดเวลาฉุกเฉินเท่านั้น โดยมีการเสนอให้ประชาสัมพันธ์และเพิ่มช่องจัดวางอุปกรณ์ไซเรน เพื่อนำไปวางแจ้งเตือนให้รถคันอื่นๆ เห็น 

นอกจากนี้ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ เผยว่า เนื่องจากปัญหาการจราจรเป็นปัญหาใหญ่สะสมมานาน ข้อเสนอแนะทั้งหมดที่ได้ในวันนี้ จึงขอเวลาคณะทำงานรวบรวมข้อมูลก่อนสรุปอีกครั้ง แต่ประเด็นที่สำคัญที่เป็นหน้าที่ที่ตำรวจต้องพิจารณาเร่งด่วน คือ ‘การบังคับใช้กฎหมาย’ เพราะปัจจุบันแม้มีการออกใบสั่งจราจรเป็นจำนวนมาก แต่ประชาชนก็ไม่เกรงกลัว และไม่มาจ่ายค่าปรับ จึงไม่เกิดประโยชน์ เบื้องต้นมีแนวคิดที่จะสอบถามภาคประชาชน 2 ประเด็น ได้แก่

1.ศาลจราจร จำเป็นหรือไม่สำหรับเมืองไทย เพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และลดข้อครหาที่ตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่

2.รถทุกคัน ต้องบังคับให้มีประกันภัย เพื่อบังคับให้คนมีวินัยในการขับรถมากขึ้น เช่น หากโดนใบสั่ง แล้วไม่ไปชำระค่าปรับ จะไม่สามารถต่อประกันภัยได้ หรือหากขับรถไม่ ดีต้องเสียค่าปรับบ่อย เบี้ยประกันก็จะแพงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ประเด็นนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ในต่างประเทศ ถือเป็นมาตรฐานที่ในหลายประเทศใช้มานานแล้ว จึงอยากฝากขอความเห็นถึงประชาชนคนไทยทุกคน เพราะอาจเป็นแนวทางที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาจราจรและลดอุบัติเหตุ ก่อนพิจารณาเพิ่มเติมในการประชุมครั้งต่อไป

กดไลค์! ครูภาษาไทยยุคใหม่ นำดนตรีแร๊พ มาประยุกต์ใช้ในการสอน

เปิดใจครูสอนภาษไทย โรงเรียนดังเมืองกระบี่ จากคลิปฮิตนำดนตรีแร๊พมาปรับใช้ในการสอน ถูกใจคนออนไลน์เข้าไปชมไปแชร์กว่า 2 ล้านวิว ด้านครูเผยหวังสร้างความจดจำ สร้างบรรยากาศในชั้นเรียน

จากกรณีที่คนในโลกออนไลน์ ได้พากันส่งต่อคลิปสุดประทับใจ หลังมีคุณครูคนหนึ่งนำดนตรีแร๊พ มาใช้ในการเรียนการสอน  เพื่อหวังสร้างความจดจำและบรรยากาศในชั้นเรียน จนเป็นที่ถูกอกถูกใจคนที่ได้รับชมเพราะนับว่าเป็นการเรียน 4.0 ก่อนจะมีการส่งต่ออย่างกว้างขวางนั้น

แร๊พ, ครูปิ่นอนงค์, วิชาภาษาไทย, ข่าวสดวันนี้, ข่าวจังหวัดกระบี่
ครูปิ่นอนงค์

วันนี้ (4 ก.ย. 2561) ผู้สื่อข่าว MThai ได้เดินทางไปยังโรงเรียนดังกล่าว เพื่อสอบถามครูผู้สอนถึงที่มาที่ไปของแนวคิด ก่อนทราบต่อมาว่า คุณครูคนดังกล่าวคือ ครูปิ่นอนงค์ บุญประกอบ อายุ 56 ปี เป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาไทย อยู่ที่โรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูล อ.เมือง จ.กระบี่

โดยครูปิ่นอนงค์ ได้เผยว่า รู้สึกตื่นเต้นมาก ที่มีคนแสดงความชื่นชม ตนเป็นครูสอนภาษาไทย มา 34 ปีแล้วแต่ไม่เคยได้รับประสบการณ์แบบนี้ ซึ่งการที่ตนนำดนตรีแร๊พเข้ามาช่วยในการกรียนการสอนนั้น เป็นเพราะแต่เดิมวิชาภาษาไทยเป็นวิชาที่น่าเบื่อ เพราะต้องอ่านตามตำรา แต่ด้วยการที่อยากให้การเรียนวิชาภาษาไทยมีชีวิตชีวาตนจึงได้นำเอาดนตรีแร๊พมาปรับใช้เพื่อให้การเรียนมีชีวิต

แร๊พ, ครูปิ่นอนงค์, วิชาภาษาไทย, ข่าวสดวันนี้, ข่าวจังหวัดกระบี่

ทั้งนี้การที่มีดนตรีเข้ามาช่วยในการเรียนการสอน ตนไม่ได้คิดขึ้นมาทันทีทันใด แต่เป็นเพราะมีนักเรียนยื่นข้อเสนอขึ้นมา จากการที่ตนอยากให้เด็กรู้จักนำคำราชาศัพท์มาใช้ในชีวิตประจำวัน จึงได้ให้การบ้านมาร้อยเรียงคำเหล่านั้นมาพูดหน้าชั้น ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ดนตรีแร๊พเท่านั้น เหล่านักเรียนได้เสนอเป็นรูปแบบละครด้วย ตนจึงเปิดโอกาสให้เด็กได้กล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ จนเกิดเป็นคลิปดังกล่าวขึ้นมา

ขณะที่นายสุทธิชัย ทิพย์มณี นักเรียนชั้นม.6/8 และเพื่อนๆ ซึ่งได้เรียนวิภาษาไทย กับครูปิ่นอนงค์ ได้มีความเห็นในทำนองเดียวกันว่า การได้เรียนวิชาภาษาไทย กับครูปิ่นอนงค์ รู้สึกว่า สนุกสนาน ไม่น่าเบื่อเหมือนการนั่งจดตามตำรา มีการถามตอบตลอดเวลา ทำให้มีความกระตือรือร้นที่จะเรียน ได้ลงมือทำจริงๆ  มีประสบการณ์โดยตรง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริง และผลการเรียนก็ดีขึ้นด้วย

กาญจนบุรีเตือนประชาชน เตรียมรับมือการระบายน้ำ 2 เขื่อนใหญ่

จังหวัดกาญจนบุรีแจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับสถานการณ์การระบายน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งอาจส่งผลให้พื้นที่รับน้ำท้ายเขื่อนตามแนวริมลำน้ำได้รับผลกระทบ

วันที่ 4 ก.ย. 2561 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรีรายงาน นายบวรศักดิ์ วานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ด้วยศูนย์เฉพาะกิจติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ได้มีประกาศฉบับที่ 2/2561 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 แจ้งเรื่องปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนศรีนครินทร์

โดยเขื่อนวชิราลงกรณได้ระบายน้ำเพิ่มขึ้นวันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 58 ล้านลูกบาศก์เมตร ระหว่างวันที่ 4-10 กันยายน 2561 เขื่อนศรีนครินทร์ ระบายน้ำเพิ่มขึ้นวันละ 6 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 28 ล้านลูกบาศก์เมตร ระหว่างวันที่ 7-13 กันยายน 2561 ซึ่งอาจส่งผลให้พื้นที่รับน้ำท้ายเขื่อนตามแนวริมลำน้ำได้รับผลกระทบ บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ อำเภอไทรโยค อำเภอเมือง อำเภอท่าม่วง และอำเภอท่ามะกา

ภาพประกอบข่าว

พร้อมกันนี้จังหวัดกาญจนบุรี ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ระบายน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนศรีนครินทร์ โดยเน้นย้ำมาตรการเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง โดยดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามข้อมูลข่าวสาร สภาพน้ำท่า สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด

และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์โดยให้ปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างเคร่งครัด ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยสร้างทาง หน่วยงานชลประทาน หน่วยทหาร อาสาสมัครองค์กรการกุศล ฯลฯ เพื่อประสานบูรณาการอย่างสอดคล้องตามแผนเผชิญเหตุ เตรียมพร้อมทรัพยากร เครื่องมือ อุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัย และกำลังเจ้าหน้าที่ในการเข้าช่วยเหลือประชาชน กู้ภัยและบรรเทาภัย ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้หากมีความจำเป็นต้องอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวแล้ว ให้ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนถึงความจำเป็นที่ต้องอพยพเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและดำเนินการอพยพไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัยตามแผนเผชิญเหตุ

และหากเกิดสถานการณ์สาธารณภัยขึ้นในพื้นที่ ให้รายงานสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรีทราบภายใน 24 ชั่วโมง ทางหมายเลขโทรศัพท์ 034-515998 และ 034-516795

ขอบคุณที่มา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี