ผู้ว่าฯ ยังไม่เอาผิด คนตัดต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่ประจวบฯ

ผวจ.ประจวบฯ แถลงผลตรวจสอบข้อเท้จจริงตัดต้นพระศรีมหาโพธิ์ ระบุการกระทำของเจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เป็นการกระทำมิบังควร  สั่งตรวจสอบเอกสารการใช้พื้นที่บนเขาช่องกระจก ยังไม่แจ้งความเอาผิดใคร

วันนี้ (4ก.ย.61) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้แถลงข้อเท็จจริง ผลสรุปคณะกรรมการสอบสวน การตัดต้นพระศรีมหาโพธิ์ บนยอดเขาช่องกระจก โดยระบุว่า

คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เห็นว่า การกระทำของพระราชสุทธิโมลี เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เจ้าคณะฝ่ายธรรมยุติ เป็นการกระทำมิบังควรเป็นอย่างยิ่ง ตัดต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นไม้ทรงปลูกโดยพละการ ไม่ได้มีการแจ้งประสาน หรือขอความเห็นจากหน่วยงานอื่นแต่อย่างใด  เป็นการตัดสินใจที่ขาดความละเอียดรอบคอบ ที่พระเถระผู้ทรงสมณะศักดิ์พึงปฏิบัติ ได้ดำเนินการดังนี้

1. เป็นความบกพร่องของทุกฝ่าย จึงเห็นควรทำเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ
2.รายงานการกระทำของพระราชสุทธิโมลี ถึงพระพรหมมุณี เจ้าคณะภาค 14 – 15 คณะปกครองสงฆ์

3.มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน กำหนดเขตธรณีสงฆ์ให้ถูกต้องตามข้อกฎหมายต่อไป
4.เพื่อป้องกันมิให้เกิดกรณีต้นไม้ทรงปลูกถูกทำลาย จึงได้มีหนังสือแจ้งหน่วยงานราชการทุกแห่ง ให้สำรวจข้อมูลต้นไม้ทุกปลูกในพื้นที่ทั้งหมด และวางแผนดูแลบำรุงรักษาต่อไป

5.ระดมนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมดำเนินการฟื้นฟูดูแลรักษาต้นพระศรีมหาโพธิ์ ให้ผลิตาแตกกิ่งสร้างต้นไม้ ได้รับการประสานสนับสนุนจากกรมป่าไม้
6.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศูนย์เรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ สถานีวนวัฒนวิจัย ที่ทำการปกครอง เข้าควบคุมดูแลบริเวณปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์อย่างต่อเนื่อง

7. จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเก็บลำต้นต้นพระศรีมหาโพธิ์ต่อไป

ในส่วนการดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กับผู้เกี่ยวข้อง ในการตัดต้นพระศรีมหาโพธิ์ การดำเนินคดีอาญาต้องดูที่เจตนาเป็นสำคัญ

การร้องทุกข์จำเป็นต้องมีข้อเท็จจริงว่า พื้นที่บนเขาช่องกระจกเป็นพื้นที่ประเภทใด เขตธรณีสงฆ์วัดธรรมิการามมีขอบเขตเพียงใด ครอบคลุมถึงเขาช่องกระจกหรือไม่ ก่อนที่พระราชบัญญัติ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มีผลบังคับใช้ เนื่องจากวัดธรรมิการามสร้างเมื่อปี พ.ศ.2465

อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดพยายามฟื้นฟูอนุบาลรากต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่สถานีวนวัฒนวิจัยประจวบคีรีขันธ์ นำไปเพาะเลี้ยงพบว่าเริ่มมีสัญญาณที่ดี เนื่องจากที่รากยังมีเซลล์มีชีวิต และเริ่มมีตุ่มตาขึ้นที่บริเวณรากจำนวนหลายสิบตุ่ม คาดว่าภายใน 1 เดือนน่าจะเริ่มแตกตาผลิใบอ่อนได้

เคาะ!! ครม.สัญจร จ.เลย-เพชรบูรณ์ 17-18 กันยายนนี้

เคาะ!! กำหนดการเดินทางลงพื้นที่ไปตรวจราชการและประชุม ครม.สัญจร จ.เลย-เพชรบูรณ์ ในวันที่ 17-18 กันยายนนี้ 

วันนี้ ( 4 ก.ย. 61 ) เวลา 15.00 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ พันเอกหญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเตรียมเดินทางลงพื้นที่ไปตรวจราชการและประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่7/2561 ระหว่างวันที่ 17 – 18 กันยายน 2561

ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (จังหวัดบึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี) และพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์) โดยภารกิจการตรวจราชการของนายกรัฐมนตรีในวันที่ 17 กันยายน 2561

โดยจะเริ่มต้นที่จังหวัดเลยก่อนเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่อที่จังหวัดเพชรบูรณ์ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน และในอังคารที่ 18 กันยายน 2561 นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 7/2561 ณ จังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเตรียมการบูรณาการประเด็นด้านสารัตถะในการเดินทางไปตรวจราชการและประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ครั้งนี้ด้วย