กดไลค์คุณพ่อนักประดิษฐ์ เนรมิตกระดาษลัง เป็นชุดกันดั้มให้ลูกชาย

สุดยอดคุณพ่อ สร้างชุดกันดัมให้ลูกชายด้วยกระดาษลัง ขณะที่ชาวเน็ตกระซิบขอต้นแบบหวังนำไปทำให้ลูกใส่เล่นบ้าง 

วันนี้ (4 ก.ย. 2561) เพจ YouLike (คลิปเด็ด) ได้มีการส่งต่อเรื่องราวสุดประทับใจจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก @Phonsathon Wongsawat ที่ได้แปลงร่างของลูกชายให้กลายเป็นกันดั้ม หุ่นยนต์ชื่อดังจากการ์ตูนญี่ปุ่นด้วยกล่องกระดาษ

โดยภาพได้เผยให้เห็นคุณพ่อคนดังกล่าว ได้มีการประดิษฐ์ชุดเกราะกันดั้มจากกล่องลัง จากนั้นได้นำมาประติดประต่อเป็นรูปร่าง ก่อนจะนำไปสวมใส่ให้กับลูกชาย ซึ่งมีความสวยงามคล้ายกับของจริงเป็นอย่างมาก ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า

กันดั้ม, การ์ตูนญี่ปุ่น, ชุดกันดั้ม

เมื่อคุณพ่อปิ๊งไอเดียนำวัสดุเหลือใช้ (กล่องกระดาษ) มาประดิษฐ์เป็นชุดหุ่นยนต์กันดั้มให้ลูกชาย ภาพก็จะออกมาน่ารักๆอย่างที่เห็นครับ
#ขอบคุณรูปจากเฟซน้องเบ้นซ์เจ้าของหุ่นยนต์กระดาษครับ

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนต่างก็ชื่นชมความคิดของคุณพ่อนักประดิษฐ์ที่นำวัสดุเหลือใช้มาสร้างคุณค่า และสร้างความสนุกให้กับลูกด้วยวิธีนี้มากกว่าที่จะใช้สมาร์ทโฟน ขณะเดียวกันก็มีบางส่วนกระซิบถามคุณพ่อรายดังกล่าวด้วยว่ามีร่างแบบไว้หรือไม่ เพื่อที่ว่าจะได้นำไปประดิษฐ์ให้ลูกไว้เล่นบ้างเป็นต้น

ขอบคุณภาพและเรื่องราวดีๆ จาก Phonsathon Wongsawat

ผู้ว่าฯตรังรุดเยี่ยม ‘เกสร’ เตรียมจัดตั้งกองทุนช่วยปลดหนี้ กยศ.

ผู้ว่าฯตรังรุดเยี่ยม ‘เกสร’ อดีตนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย ให้กำลังใจพร้อมเตรียมจัดตั้งกองทุนช่วยปลดหนี้กยศ.จำนวน 120,000 บาท

วันที่ 4 ก.ย.61 นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย นายกิจ หลีกภัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรังนายธีรพงศ์ ช่วยชู นายอำเภอย่านตาขาว และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลย่านตาขาว อสม.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เดินทางเข้าเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจพร้อมมอบกระเช้าของขวัญและเงินสดเบื้องต้นจำนวน 15,000 บาท ให้แก่นางสาวเกสร ชูบาล อดีตนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย

ซึ่งป่วยด้วยโรคทางจิตประสาท หลังจากที่ได้รับเหรียญทองในนามทีมชาติไทยการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลก ปี 2546 ต่อมาประสบปัญหาด้านสุขภาพป่วยด้วยโรคทางจิตและประสาท ต้องเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลทางประสาทจังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันในขณะนั้นว่า สาเหตุที่เกสรป่วย เนื่องจากเพราะถูกโด๊ปยา หรือได้รับสารกระตุ้นสเตียรอยด์มานาน ส่งผลเสียต่อสุขภาพมาจนถึงวันนี้

ทั้งนี้ทางจังหวัดตรังร่วมกับอำเภอย่านตาขาว กำหนดจัดวิ่งการกุศลเพื่อปลดหนี้ กยศ. จำนวน 120,000 บาท ในวันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน 2561 จึงขอเชิญชวนร่วมกิจกรรมและบริจาคเงินเข้ากองทุนปลดหนี้ฯ ทุนละ 1,000 บาท จำนวน 120 ทุน

ด้านนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า จากสภาพร่างกายถือว่าเป็นปกติ การช่วยเหลือของโรงพยาบาลก็ดีการดูแลตัวเองก็ดีตนเองถือว่าจุดนี้ผ่านแล้ว ไม่ต้องกังวลมากการคมนาคมก็สะดวก สำคัญถ้าไปเน้นสุขภาพจิตเขามากๆ มันจะยิ่งไปกันใหญ่ ปัญหาใหญ่ของ ‘น้องเกสร’ ก็คือเรื่องเงินเป็นหนี้ กยศ.อยู่จำนวน 120,000 บาท ตนเองก็คิดกับท่านนายอำเภอ ว่าจะให้ทุนการศึกษาย้อนหลัง ทุนละ 1,000 บาทก็เริ่มตนเองก็เริ่มไป 5 ทุน นายกอบจ. 5 ทุน นายอำเภอ 5 ทุน รวมเป็น 15 ทุน แล้วเป็นเงินจำนวนเงิน 15,000 บาทได้ไป 1% กว่าแล้ว

เพราะฉะนั้นวันที่ 23 กันยายนนี้จะจัดวิ่งการกุศล จะเช็คย้อนหลังว่า ได้ศึกษาเล่าเรียนที่ไหนบ้าง โดยมีทั้งโรงเรียนวัดกะพังสุรินทร์ เทศบาลนครตรังก็ต้องมาช่วยด้วยโรงเรียนบ้านโคกทรายเหนือ ก็ต้องมาร่วมด้วยเป็นเจ้าภาพร่วมท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดซึ่งดูแลเรื่องกีฬาก็ต้องมาเป็นเจ้าภาพร่วมชมรมยกน้ำหนักจังหวัดหรือชมรมกีฬาจังหวัดตรัง ต้องมาช่วยกันทุกภาคส่วนเชื่อว่าไม่เหนือบ่ากว่าแรง

ในส่วนของการสร้างอาชีพ ทางกลุ่มชมรมเครือข่ายผู้พิการ ได้เข้ามาช่วยให้เลี้ยงปลาดุกและปลูกตะไคร้ส่งโรงพยาบาล ย่านตาขาว ซึ่งรายได้จะมีไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำแน่นอน ซึ่งทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน เรื่องการช่วยเหลือตนก็เข้าใจว่าทุกอย่างไม่จีรังทุกอาชีพ เราทำเพื่ออะไรในขณะนั้นทำเพื่อตนเอง ทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อวงศ์ตระกูลและเราไม่ต้องไปคาดหวังในอนาคตเราจะต้องได้รับการเชิดชูตลอดเราจะต้องขวนขวายด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่องตลอดไป

ในขณะที่นางสาวเกสร ชูบาล กล่าวแสดงความขอบคุณพร้อมยกมือไหว้ทั้งน้ำตา แก่ผู้ที่ได้เข้ามาช่วยเหลือและเยี่ยมเยียนตนเองในครั้งนี้ ว่าตนเองตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมากไม่ต้องเครียด ซึ่งสิ่งที่เครียดมากที่สุดคือเรื่องเงินกู้กยศ. แต่ได้มีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องนี้แล้วรู้สึกขอบคุณทั้งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายอำเภอย่านตาขาวและทุกๆท่านๆที่ได้เข้ามาช่วยเหลือตนเอง ไม่ว่าจะเป็นทั้งนักข่าว อดีตสส.สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล และตนเองจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีและพร้อมที่จะสู้ต่อไป

นายกรัฐมนตรี ชี้! ดึงดาราช่วยดำเนินรายการ ไม่ได้เป็นการโปรโมทตนเอง

นายกรัฐมนตรี ชี้ ดึงดารานักแสดง ไม่ได้เป็นการโปรโมทตนเอง แต่มาช่วยดำเนินรายการเดินหน้าประเทศไทย สร้างไทยไปด้วยกัน ยืนยันไม่ได้เป็นการหาเสียงให้ใครแต่เป็นการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงการตั้งข้อสังเกตถึงงบประมาณที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์โครงการของรัฐบาลและโปรโมทตัวนายกรัฐมนตรีในโซเชียลมีเดียที่ดึงศิลปินดาราจำนวนมากมาร่วมโครงการสร้างไทยไปด้วยกันว่า เมื่อเช้าดารามาก็ไม่ได้เสียเงินสักบาท เพราะดาราเหล่านั้นมาช่วยฟรี

ยืนยันไม่ได้เป็นการโปรโมทตัวของนายกรัฐมนตรี แต่เป็นการสร้างความรับรู้และเข้าใจนโยบายของรัฐบาล และการทำงานในทุกวันนี้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องโปรโมทตนเอง เพราะที่ผ่านมาตนก็พูดทุกวันอยู่แล้ว และเป็นแบบนี้ทุกรัฐบาลอยู่แล้วที่นายกรัฐมนตรีพูดในขณะที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง แต่ตนเองไม่ได้ทำแบบนั้น

ขณะเดียวกันทราบว่าผู้ที่มีรายได้น้อยมีความเดือดร้อน จึงต้องเร่งสร้างความเข้าใจ และจำเป็นต้องประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาลให้ประชาชนเข้าใจและรับรู้ถึงข่าวสารที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชน และยืนยันไม่ได้เป็นการหาเสียงแต่อย่างใด เนื่องจากปัจจุบันนี้ต้นไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองและไม่รู้จะหาเสียงให้ใคร ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนรวมถึงศิลปินดารา ที่มาช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไทย

พลเอกประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า การบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทยไม่ได้เป็นเรื่องของนักการเมืองกลุ่มเดียว แต่ข้าราชการทหาร ตำรวจที่เกษียณอายุราชการไปแล้วก็มีขีดความสามารถในการเข้าสู่การเมืองตามกฎหมาย แต่หากตนเองจะลงเล่นการเมืองจะต้องยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลังไม่ใช่ผลประโยชน์ของตนเอง