อิ่มอุ่นประทับใจ คอนเสิร์ตเมืองไทยประกันภัย อัสนี-วสันต์ ‘แทนคำนั้น’

สุดประทับใจ คอนเสิร์ตเมืองไทยประกันภัย ครั้งที่ 10 อัสนี-วสันต์ ‘แทนคำนั้น’ ขอบคุณสมาชิก Muang Thai Friends Club จากใจ พร้อมส่งต่อร่วมทำบุญบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

จบไปเรียบร้อยแล้วสำหรับคอนเสิร์ต แทนคำขอบคุณจากใจ… เมืองไทยประกันภัย ครั้งที่ 10 อัสนี-วสันต์ “แทนคำนั้น” ที่ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดขึ้น ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมา เพื่อขอบคุณสมาชิก Muang Thai Friends Club ที่อยู่ด้วยกันเสมอมา

มาดามแป้ง, เมืองไทยประกันภัย, อัสนี วสัน, คอนเสิร์ต, ข่าวสดวันนี้

โดยงานนี้เป็นไปอย่างชื่นมื่น อบอวลไปด้วยความอบอุ่น ที่ผู้คนที่รักเมืองไทยประกันภัย ต่างพากันเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่ง ‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมผู้บริหาร ได้พากันขึ้นโชว์เพลงกลางคอนเสิร์ต และจะขอบคุณเหล่าสมาชิกด้วยตัวเอง ก่อนสัญญาจะดูแลกันตลอดไป ตามคอนเซ็ปต์ “Your Friend Forever เพื่อน… ที่พร้อมดูแลกันตลอดไป”

มาดามแป้ง, เมืองไทยประกันภัย, อัสนี วสัน, คอนเสิร์ต, ข่าวสดวันนี้

ก่อนที่ทั้งหมด ได้ถือโอกาสดีนี้ในการร่วมส่งต่อพลังความรู้สึกดีๆจากใจ…สู่สังคมไทย ด้วยการมอบเงินจากการจำหน่ายบัตรจำนวน 1,000 ที่นั่งทั้งหมดรวมมูลค่า 1,000,000 บาท ห้แก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ด้วย

แม่ค้าขนทุเรียนหนักกว่า 3.5 ตัน แก้บน ‘ตาไข่’ วัดเจดีย์ไข่

ฮือฮา!! แม่ค้าทุเรียนส่งออก ขนทุเรียนน้ำหนัก 3.5 ต้น ไปแก้บ่นที่วัดเจดีย์ไอ้ไข่

วันที่ 4 ก.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sapray Chaweewan Tongmanee ได้มีการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์พร้อมกับภาพ ระบุ “พรุ่งนี้ อังคารที่ 4 กันยายน 2561แผงทุเรียนพี่เอ็ม แยกปฐมพร จะนำทุเรียนหมอนทอง ก้านยาว ชะนี 1 คัน รถรั้ว ประมาน 3.5 ตัน ไปแก้บ่นที่วัดเจดีย์ไอ้ไข่ ใครอยู่ในละแวกใกล้เคียง หรือ ใครว่าง ไปกินทุเรียนกันน่าา ไหว้แก้บ่นเสร็จ ก้อจะแจกจ่ายให้ทุกคนได้ทานกันน่า ทุเรียนมีทั้งสุกพร้อมทาน มันควาย และยังดิบๆอยุ่น่าาาา #ใครว่างไปเที่ยววัดเจดีย์กันน่าาา #ทุเรียนชุมพร #ทุเรียนฟรี ##ฝากแชร์ด้วยนะคะ”

หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ สร้างความฮือฮาให้กับชาวเน็ตเป็นออย่างมาก เนื่องจากไม่เคยมีใครนำทุเรียนพันธุ์เป็นจำนวนมากกว่า 3.5 ตัน หรือคิดเป็นเงินประมาณ 300,000 – 350,000 บาท มาแก้บน “ไอ้ไข่ หรือ ตาไข่” ที่วัดเจดีย์ไข่ ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ถือเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งที่ต้องจารึกไว้ เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะมีการแก้บนด้วยการจุดประทัด และนำรูปปั้นไก่มาแก้บน

แต่การแก้บนด้วยทุเรียนพันธุ์ ทั้งหมอนทอง ก้านยาว เป็นจำนวนมาก เป็นการแก้บนครั้งแรก ที่แปลกใหม่ สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก ที่สำคัญคนที่ร่วมแก้บนจะได้อิ่มท้องด้วย ทำให้บรรยากาศที่วัดเจดีย์ไข่ คึกคักไปด้วยผู้คนที่รอร่วมพิธีแก้บน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า อย่างไรก็ตามกระแสข่าวยังไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนของแม่ค้าขายทุเรียนส่งออกรายนี้ ว่ามาแก้บนด้วยทุเรียนพันธ์จำนวนมากครั้งนี้ เป็นการแก้บนเพราะสมปรารถนาเรื่องอะไร แต่คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องธุรกิจค้าขาย หรืออาจจะเป็นการถูกรางวัลสลากชุดใหญ่ก็เป็นได้

แต่ทราบว่าแม่ค้าทุเรียนส่งออกและทีมงาน กำลังเดินทางจากจังหวัดชุมพร ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา คาดว่าจะถึงที่วัดเจดีย์ไข่ และจะประกอบพิธีแก้บนด้วยทุเรียนในเวลาประมาณ 12.00 น.ของวันนี้ ซึ่งความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป

แอมเนสตี้ วิจารณ์มาเลเซียลงโทษโบยคู่รักเลสเบี้ยน

แอมเนสตี้ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนวิจารณ์มาเลเซีย กรณีลงโทษโบยคู่รักเลสเบี้ยนต่อหน้าสาธารณชน

ทนายความและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ผู้หญิงมาเลเซีย 2 คน วัย 22 ปี และ 32 ปี ถูกลงโทษโบยต่อหน้าสาธารณะเมื่อวานนี้ หลังศาลตัดสินว่ากระทำความผิดตามหลักกฎหมายอิสลามที่ห้ามมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเพศเดียวกัน

โดยพวกเธอนั่งบนเก้าอี้ไม่มีพนัก และถูกเจ้าหน้าที่ผู้หญิงโบยคนละ 6 ครั้ง ท่ามกลางผู้คนที่ร่วมเป็นสักขีพยานมากกว่า 100 คน ที่ศาลชารีอะห์ในรัฐตรังกานู ขณะที่กลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์การลงโทษดังกล่าว ซึ่งเป็นความถอยหลังด้านสิทธิมนุษยชนของมาเลเซีย และอาจเป็นการเลือกปฏิบัติที่เลวร้ายต่อชุมชนชาวเลสเบี้ยน ไบเซ็กชวล เกย์ และคนข้ามเพศ

องค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลในมาเลเซีย ระบุในแถลงการณ์ว่า การโบยเป็นการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ทำให้เสื่อมเสีย และอาจเข้าข่ายการทรมาน โดยระบุด้วยว่า ผู้คนไม่ควรต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว เพียงเพราะพวกเขาสนใจคนเพศเดียวกัน

พร้อมกันนี้ ยังได้เรียกร้องให้ทางการมาเลเซียยกเลิกกฎหมายต่างๆ ที่กดขี่ ลงโทษด้วยการทรมานอย่างผิดกฎหมาย และให้สัตยาบันในอนุสัญญาต่อต้านการทรมานแห่งสหประชาชาติ (UN Convention Against Torture) ขณะที่มาเลเซียถูกมองในฐานะประเทศมุสลิมสายกลางและมีเสถียรภาพ แต่ก็มีความขัดแย้งในเรื่องอนุรักษ์นิยมอิสลามที่เพิ่มมากขึ้น