กทม.ลงตรวจเข้มพื้นที่คลองหลอด ปมสาววัย 22 ปี พร้อมเพื่อนรวม 4 ราย ติดเชื้อเอชไอวี เสียชีวิต หลังมาสักลายข้อเท้า ที่ตลาดคลองหลอด
เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพระนคร พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านสักย่านคลองหลอด สืบเนื่องจากเหตุ หญิงสาววัย 22 ปี พร้อมเพื่อนรวม 4 คน เสียชีวิต ภายหลังเดินทางมาสักลายที่ตลาดคลองหลอด ซึ่งแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิต ว่าจากติดเชื้อเอชไอวี
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบช่างสักลายผิวหนัง ตั้งแผงรอลูกค้า ลักษณะแบกะดิน บริเวณปากซอยบุญศิริ ถนนอัษฎางค์ แต่ไม่มีใบอนุญาต ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย จึงสั่งหยุดกิจการทันที
พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยอมรับว่า การอนุญาตเปิดกิจการร้านสักลาย เป็นหน้าที่หลักของกระทรวงสาธารณสุข ในการออกใบอนุญาต และตรวจสอบเกณฑ์มาตรฐาน ส่วน กทม.มีอำนาจตรวจสอบร้านสักที่ตั้งภายในอาคาร ว่ามีใบอนุญาตหรือไม่
ขณะที่มีรายงานว่า ในกรุงเทพฯ มีร้านสักที่จดทะเบียนขออนุญาตดำเนินกิจการอย่างถูกต้อง ประมาณ 50 ร้าน โดยในเขตพระนคร มีร้านสักที่ขออนุญาตถูกต้องจำนวน 15 ร้าน แบ่งเป็นพื้นที่ แขวงตลาดยอด 12 ร้าน แขวงชนะสงคราม 2 ร้าน และ แขวงบวร 1 ร้าน ซึ่งจากนี้ เจ้าหน้าที่จะร่วมกับทหาร และตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจอย่างเข้มงวด
สำหรับการเปิดกิจการร้านสักลายผิวหนัง, เจาะหู หรือเจาะอวัยวะอื่นๆ ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามพระราชบัญญัติการสาธารณะสุข ปี 2535 จากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่งจะมีข้อกำหนดให้สถานประกอบการ อาทิ มีเครื่องมือปฐมพยาบาล มีหลักฐานการกำจัดอุปกรณ์ติดเชื้อ ในสถานที่สาธารณสุขรับรอง
มีหลักฐานรับรองคุณภาพสี ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แบ่งส่วนพื้นที่ในการสักอย่างชัดเจน หรือ มีใบยินยอมในการสัก และลงชื่อเป็นลายลักษณ์อักษรจากลูกค้า เป็นต้น ซึ่งหากประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


