สลด!! แม่หลับลูกแฝดเดินเล่นหลังบ้าน แฝดพี่พลัดตกน้ำครำเสียชีวิต

แม่หลับลูกแฝดเดินเล่นหลังบ้าน แฝดพี่พลัดตกน้ำครำเสียชีวิต เหตุเกิดภายในซอยชุมชนโรงเรียนวัดคุณหญิงส้มจีน

วันที่ 3 ก.ย.61 พ.ต.ต.บุญสิงห์ สุทธิ สารวัตรสอบสวนสภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุมีเด็กจมน้ำเสียชีวิตในซอยชุมชนโรงเรียนวัดคุณหญิงส้มจีนบ้านเลขที่ 25/334 ม.14 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยชุดสืบสวนสืบสวนสภ.คลองหลวง แพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวปลูกอยู่บนบ่อน้ำพบประชาชนมุ่งดูเหตุการณ์กันอยู่เป็นจำนวนมาก โดยพบนายทรงวุฒิ ใจตรง อายุ 32 ปี กำลังอุ้มร่างของเด็กหญิงอัญชิษฐา หรือน้องฟอล ใจตรง อาย 3 ขวบ 8 เดือน ลูกสาวแฝดผู้พี่ขึ้นมาจากบ่อน้ำคลำใต้ถุนบ้านด้วยความเสียใจซึ่งเป็นภาพที่น่าสลด ทีมกู้ชีพเทศบาลเมืองท่าโขลงพยายามช่วยชีวิตแด่เด็กเสียชีวิตแล้ว โดยแพทย์ชันสูตรเบื้องต้นพบเสียชีวิตมาแล้วประมาณ1-2ชม.

นายจีรพงษ์ เพ็ญสุข อายุ28ปี เปิดเผยว่า ขณะที่ตนเองนอนอยู่ที่บ้านมีน้าข้างบ้านไปบอกว่ามีเด็กหายไปและยัง หาไม่เจอคาดว่าน่าจะจมน้ำใต้ถุนบ้าน ตนจึงช่วยกันออกตามหากับนายทรงวุฒิ ใจตรง อายุ 32ปี พ่อเด็กโดยลงไปหาในบ่อน้ำก็พบตัวเด็กลอยขึ้นมาสภาพคว่ำหน้าอยู่ในน้ำ ตนกับพ่อเด็กจึงช่วยกันนำตัวขึ้นมาแต่ก็ได้เสียชีวิตไปก่อนแล้ว

นางสาวอรชา สุขตา อายุ 31ปี แม่ของเด็กที่เสียชีวิตให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้อยู่ที่บ้านพร้อมสามีและลูกแฝดก่อนที่สามีจะออกไปซื้อของตนเองจึงอยู่กับลูก3คน จากนั้นได้เผลอหลับไปกระทั่งสามีกลับบ้านมาก็พบว่าลูกสาวอยู่บนบ้านเพียงคนเดียวแต่อีกคนได้หายไป จึงช่วยกันออกตามหาและพบว่าลูกสาวได้พลัดตกน้ำเสียชีวิต

พ.ต.ต.บุญสิงห์ สุทธิ สารวัตรสอบสวนสภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุจึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานและได้ให้เอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู นำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุอีกครั้งต่อไป

ญี่ปุ่นแจ้งเตือนภัย! พายุไต้ฝุ่นขนาดใหญ่สุดในรอบ 25 ปี

ญี่ปุ่นออกประกาศเตือนภัยพายุไต้ฝุ่น แนะผู้ที่วางแผนจะเดินทางในช่วงนี้ ควรเช็คสถานะเที่ยวบิน และรถไฟ ซึ่งอาจล่าช้าหรืออาจประกาศยกเลิก 

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ทางกรมอุตุนิยมวิทยาประเทศญี่ปุ่นได้ออกประกาศประจำวันที่ วันที่ 3 กันยายน 2561 เวลาท้องถิ่น 11.40 น. โดยทางกรมอุตุนิยมวิทยาประเทศญี่ปุ่นได้แจ้งเตือนภัยพายุไต้ฝุ่นหมายเลข 21 หรือ JEBI ที่มีการคาดการณ์ว่าอาจเป็นไต้ฝุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ขึ้นฝั่งญี่ปุ่นในรอบ 25 ปี และถูกจัดอยู่ในระดับรุนแรงมาก

พายุไต้ฝุ่นกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้เขตคินคิภูมิภาคคันไซ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดฝนตกรุนแรงในพื้นที่ดังกล่าวรวมถึงเขตคันโต (บริเวณรอบกรุงโตเกียว) ตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันพรุ่งนี้ (4 กันยายน 2561) และมีแนวโน้มจะเคลื่อนที่ไปทางทิศเหนือต่อไป

จึงขอประกาศเตือนภัยให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ ระวังฝนตกหนัก คลื่นสูง รวมถึงลมกรรโชกแรงในช่วงเวลาดังกล่าว ถ้าไม่มีเหตุเร่งด่วนไม่ควรออกมานอกบ้าน สำหรับผู้ที่วางแผนจะเดินทางในช่วงนี้ ควรเช็คสถานะเที่ยวบิน และรถไฟ ซึ่งล่าช้าหรืออาจประกาศยกเลิก รวมถึงเผื่อเวลาการเดินทางด้วย

สำหรับไต้ฝุ่น JEBI เป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 21 ที่พัดถล่มญี่ปุ่นในปีนี้ หลังจากได้ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก และเคลื่อนตัวด้วยความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางพายุ สูงถึง 234 กม./ชั่วโมง ก่อนจะมาถึงตอนใต้ของเกาะฮอนชู และเคลื่อนตัวในทิศทางขึ้นเหนือ ค่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันตกและภาคกลางของญี่ปุ่น ซึ่งไต้ฝุ่นลูกดังกล่าวคาดว่า จะก่อให้เกิดฝนตกหนักทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น

ภาพจาก : กรมอุตุนิยมวิทยาประเทศญี่ปุ่น

พบ 2 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โฆษณาเกินจริง! อวดอ้างลดน้ำหนัก

ผลิตภัณฑ์ยูสลิม เอกซ์เอส และ ผลิตภัณฑ์ดีท็อก เอส เฮิร์บ โฆษณาเกินจริงอวดอ้างลดน้ำหนักทาง อย. ดำเนินการระงับโฆษณา

นพ. พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคว่า มีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งโพสต์รูปและข้อความโฆษณาขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงขอให้ อย. ตรวจสอบ

โดยจากการตรวจสอบเฟซบุ๊ก “วลิตา ปะวันเนาว์” พบมีการแสดงภาพการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และแสดงข้อความโฆษณาสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ โดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น อยากผอมต้อง ยูสลิม เท่านั้น ลดจริงทุกสัดส่วน You slim’xs 1 กล่อง 350.- พบภาพผลิตภัณฑ์ยูสลิม เอกซ์เอส ระบุเลขสารบบอาหาร 20-1-06358-1-0026 และผลิตภัณฑ์ดีท็อก เอส เฮิร์บ เลขสารบบอาหาร 10-1-24858-1-0018 ซึ่งจากการตรวจสอบเลขสารบบอาหารไม่พบข้อมูลผลิตภัณฑ์อาหาร ทั้ง 2 รายการ

และมีการแจ้งยกเลิกเลขสารบบไปแล้ว การโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจึงถือเป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ หรือสรรพคุณเป็นเท็จ และเป็นโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 โฆษณาสรรพคุณของอาหารด้วยข้อความที่ไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ทั้งนี้ อย.ได้มีหนังสือสั่งระงับการโฆษณา รวมทั้งดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำการโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว