Monthly Archives: September 2018
ญาติยัน ‘เกสร’ อดีตจอมพลังสาว ได้รับสารกระตุ้นจนป่วยทางจิต
ญาติยัน อดีตจอมพลังสาว “เกสร” รับสารสเตียรอยด์ ป่วยอาการทางประสาทนานกว่า 10 ปี ขณะที่เจ้าตัวไม่ขอพูดถึงอดีต
วันที่ 3 ก.ย. 61 ที่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 6 บ้านโคกทราย ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.เกสร ชูบาล อดีตนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย ซึ่งป่วยด้วยโรคทางจิตประสาท หลังจากที่ได้รับเหรียญทองในนามทีมชาติไทยการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลก ปี 2546
ต่อมาประสบปัญหาด้านสุขภาพป่วยด้วยโรคทางจิตและประสาท ต้องเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลทางประสาทจังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันในขณะนั้นว่า สาเหตุที่เกสรป่วย เนื่องจากเพราะถูกโด๊ปยา หรือได้รับสารกระตุ้นสเตียรอยด์มานาน ส่งผลเสียต่อสุขภาพมาจนถึงวันนี้
ปัจจุบัน เกสร อาศัยอยู่กับแม่ นางจิราพันธ์ ชูบาล อายุ 59 ปี และ น.ส.ขวัญใจ ชูบาล (น้องสาว) ครูอัตราจ้างโรงเรียนบ้านโคกทรายใกล้บ้าน ประสบปัญหาได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากมีรายได้จากเงินสวัสดิการคนพิการเดือนละ 800 บาท และเงินสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยจากรัฐ เดือนละ 300 บาท แต่ต้องมีภาระจ่ายดอกเบี้ยให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ) จำนวน 30,000 บาท
โดยธนาคารเรียกเก็บเดือนละ 1,500 บาท แต่เกสรต่อรองขอจ่ายดอกเบี้ยคืนเดือนละ 500 บาท ที่กู้ขณะเข้าศึกษาสถาบันการพลศึกษาจังหวัดสุโขทัย เป็นเงินจำนวนกว่า 120,000 บาท รวมทั้งเป็นหนี้ ธกส.ที่กู้ยืมมาสำหรับการปรับปรุงบ้านอีกจำนวน 3 – 4 แสนกว่าบาท
นายอนันต์ เกลี้ยงทอง อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 17/2 หมู่ 6บ้านโคกทราย ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง กล่าวว่า ตนเป็นน้าเขยของเกสร ทราบว่าอาการของเกสรเกิดจากการได้รับยาโด๊ปมากเกินไป เพราะช่วงนั้นเกสรติดทีมชาติ อายุยังน้อยต้านการรับยาไม่ได้ ช่วงแรกที่มีอาการทางประสาทและกลับมาอยู่บ้าน เกสรบอกแต่กับญาติ แต่ไม่กล้าบอกใคร เพราะกลัวว่าสมาคมฯจะเสื่อมเสีย
ต่อมามีการพูดความจริงออกมา สภาพที่กลับมามีอาการรุนแรง ถึงขนาดจะกระโดดบ่อน้ำข้างบ้าน เพื่อฆ่าตัวตาย แต่ได้รับการช่วยเหลือได้ เหตุที่ไม่กล้าออกมาพูดเพราะเกรงว่าจะเสื่อมเสียสถาบันกีฬา ขณะนี้เกสรอาการดีขึ้นมาก สามารถช่วยเหลือตัวเองและทำงานได้ตามปกติ แต่ยังไม่เต็มร้อย จะให้กลับมามีสุขภาพดีเหมือนคนทั่วๆไปคงเป็นไปไม่ได้ สิ่งหนึ่งที่ตนอยากขอร้องคือให้ สมาคมกีฬาฯ และรัฐบาล เข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่าทอดทิ้ง ไม่เหลียวแล เพราะที่ผ่านมาเกสรทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ได้เหรียญทองมาแล้ว

น.ส.เกสร กล่าวว่า ขณะนี้ตนมีอาการดีมาก แต่ต้องกินยาเป็นประจำ ถ้าไม่กินจะมีอาการนอนไม่หลับ จะตื่นตลอดเวลา ตอนแรกไปรักษาที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่เนื่องจากมีปัญหาค่าใช้จ่าย จึงย้ายมารับยาที่โรงพยาบาลตรัง แต่ขณะนี้สามารถรับยาได้ที่โรงพยาบาลย่านตาขาว แต่ก็ลำบากและเดือดร้อนมาก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางสมาคมยกน้ำหนักและ.สถาบันการพลศึกษาสุโขทัยได้เดินทางมาดูแลเพียงครั้งเดียว
ส่วนเมื่อถามว่า อาการป่วยที่เกิดขึ้นเกิดจากการโด๊ปยาจริงหรือไม่ น้องเกสร บอกว่าตนไม่ทราบ และไม่ขอพูดถึง ไม่อยากให้กระทบใคร และไม่ดีกับตนเอง พร้อมกับได้ร้องไห้ออกมา และบอกแต่เพียงในลักษณะโทษตัวเองว่า คงเป็นเพราะเราอยากจะชนะ เพราะอยากมีเงินเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงแม่ ไม่อยากคิดถึงความหลังแล้ว
ตอนนี้อาศัยอยู่กับแม่และน้อง เงินที่ได้มาจากสวัสดิการคนพิการ 800 บาท เงินสวัสดิการรัฐบาล 300 บาท ต้องเอามาจ่ายค่าดอกเบี้ยหนี้ กยศ.จำนวน 500 บาท เดิมทางธนาคารจะเก็บเดือนละ 1,500 บาท แต่ตนร้องขอจ่ายเดือนละ 500 บาท ก็เอาเงินสวัสดิการคนพิการมาจ่าย สิ่งที่อยากจะร้องขอความช่วยเหลือคือ อยากปลดหนี้ กยศ.

น้องเกสร กล่าวถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นขณะยังคงรับใช้ทีมชาติว่า กล้ามเนื้อจะแข็งแรงมาก เหมือนผู้ชาย แม้แต่อารมณ์ความรู้สึกก็เหมือนผู้ชาย โดยเฉพาะกับเพศหญิงด้วยกัน (มีความรู้สึกต้องการทางเพศเหมือนผู้ชาย ที่มีต่อผู้หญิง) ที่สำคัญประจำเดือนไม่มีอีกเลย ขณะนี้ทางคุณหมอรับประทานยาคุมกำเนิด เพื่อปรับฮอร์โมนเพศ และ 2 เดือนที่ผ่านมา ประจำเดือนเริ่มมาแล้ว เดือนละ 1 วัน และเชื่อว่าคงจะดีขึ้น
ทางด้านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีต สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณี เกสร ชูบาล เคยเป็นอดีตนักกีฬาชื่อดังของจังหวัดตรัง และภาคใต้ เป็นทั้งนักกรีฑาและนักน้ำหนักทีมชาติไทย ต่อมามีอาการป่วยทางจิต ตนในฐานะเคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาจังหวัดตรัง เคยให้ความช่วยเหลือและดูแลให้ไปเป็นอาจารย์ที่ สถาบันการพลศึกษาจังหวัดตรัง แต่ว่าสุดท้ายเนื่องจากเกสร มีอาการป่วยจึงทำไม่ได้ และกลับไปอยู่บ้านเช่นเดิม ตนทราบว่ามีกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ซึ่งนำเงินสรรพสามิต ร้อยละ 2 มาดูแลสวัสดิการของนักกีฬาที่เจ็บป่วยและยังชีพด้วยความลำบาก
“ผมได้พูดคุยกับ เกสรว่า จะหาทางติดต่อกองทุนนำเงินสวัสดิการดังกล่าวมาช่วยเหลือ ทราบว่าขณะนี้ เกสร มีรายได้จากเงินคนพิการทางโรคจิต เดือนละ 800 บาท และเงินผู้มีรายได้น้อยเดือนละ 300บาท ซึ่งเป็นรายรับ ส่วนรายจ่าย เกสร ถูกฟ้องให้จ่ายเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ( กยศ) .ช่วงที่เรียนอยู่ที่สถาบันการพลศึกษาสุโขทัย ไม่มีปัญญาที่จะชำระ
เนื่องจากกู้ไว้กว่า 120.000บาท ที่ผ่านมามีการบังคับใช้กฎหมายให้จ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 500 บาท นอกจากนี้ทาง นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ปรารภกับผมว่า จะประสานกองทุนมูลนิธิ มรว. เสนีย์ปราโมทย์ เพื่อให้ความช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง”
นายสมบูรณ์ ยังกล่าวยอมรับว่า ที่ผ่านมาวงการกีฬามีปัญหาเรื่องของการโด๊ปยาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบางชนิดกีฬาที่ต้องใช้พละกำลัง หรือกล้ามเนื้อ เช่น กีฬายกน้ำหนัก กีฬาเพาะกาย ทั้งนี้ การใช้สารสเตียรอยด์รอยหรือใช้ฮอร์โมนเพศชายจะทำให้นักกีฬาแข็งแกร่งขึ้น ตนเองเคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานการควบคุมการใช้สารต้องห้าม มีการออกกฎหมายควบคุมการใช้สารต้องห้ามในวงการกีฬา
ปัจจุบันมีองค์กรที่เข้ามาควบคุมการสารต้องห้ามชื่อ องค์กรวาดะของโลกใครจะไปแข่งต้องมีการตรวจสอบก่อน จึงน้อยลงเพราะทุกคนกลัว สมัยเกสรเองการเจ็บป่วยอาจจะเกิดจากการใช้สารสเตียรอยด์ก็ได้ ทั้งนี้ คนที่ใช้สารสเตียรอยด์หรือการฉีดฮอร์โมนเพศชายเข้าไป จะทำให้บางคนประจำเดือนไม่มี แม้กระทั้งเกสรเอง ก็พบว่าไม่มีประจำเดือน
สำหรับผู้ที่มีจิตศรัทธาที่จะช่วยเหลือ อดีตจอมพลังสาว “เกสร ชูบาล” สามารถโอนเงินเข้าบัญชี เกสร ชูบาล ธนาคารเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธกส.) สาขา ย่านตาขาว จ.ตรัง ออมทรัพย์ทวีโชค เลขบัญชี 011572513948
ร้องกองปราบ! แม่เชื่อลูกไม่ได้ฆ่าตัวตาย หลังพบศพมีถุงพลาสติกคลุมหัวในรถยนต์
แม่ร้องกองปราบ เชื่อลูกสาวไม่ได้ฆ่าตัวตาย หลังพบศพมีถุงพลาสติกคลุมหัวในรถยนต์ ทนายชี้สภาพศพมีพิรุธ
วันนี้ (3 ก.ย. 61) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อม น.ส.บัวทอง โสภาลุน อายุ 51 ปี มารดาและญาติพี่น้องของ น.ส.ดวงจันทร์ ทวีพันธ์ อายุ 33 ปี นักธุรกิจเงินกู้ ที่เสียชีวิตปริศนามีถุงพลาสติกคลุมหัวจนขาดอากาศหายใจอยู่ภายในรถยนต์ของตัวเอง
ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ ที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ตั้งชุดสืบสวนหาสาเหตุการตายของลูกสาวอีกครั้ง โดยเหตุเกิดขึ้นบนถนนทางไปที่นา บ้านน้ำท่วม อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา
มารดาและทางญาติผู้เสียชีวิต ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บังคับการกองปราบชปราม (รองผบก.ป.) ร้องขอให้ทางกองปราบฯ ช่วยตั้งชุดสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของบุตรสาว เนื่องจากพบพิรุธทางคดีหลายอย่างที่เชื่อได้ว่า การเสียชีวิตของ น.ส.ดวงจันทร์ ไม่น่าจะเป็นการฆ่าตัวตายตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาระบุก่อนหน้านี้ แต่น่าจะเป็นการถูกฆาตกรรม รวมถึงเอกสารบัญชีผู้ที่กู้เงินที่อยู่กับผู้ตายนั้นได้หายไปทั้งหมดอีกด้วย
ด้าน น.ส.บัวทอง แม่ผู้ตาย เผยว่า ตนยังติดใจเชื่อว่า ลูกสาวถูกฆาตกรรม เพราะก่อนเกิดเหตุไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะทำให้ลูกคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งปกติเป็นคนร่าเริง มีอะไรก็เล่าให้ฟัง โดยตนสงสัยเพื่อนของบุตรสาวที่ทำธุรกิจร่วมกันเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ พร้อมกับสอบปากคำครอบครัวของ น.ส.ดวงจันทร์ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐาน ก่อนนำส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการดำเนินการต่อไป


