คมนาคม เผย ไม่พบทางขึ้นภูทับเบิกทรุดเพิ่ม คาดใช้เวลาแก้ไขไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และใช้งบประมาณ ประมาณ 300 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2561 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาผิวทางถนนทรุดตัวทางขึ้นภูทับเบิก บริเวณทางหลวงหมายเลข 2331 โจ๊ะโหวะ – อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ช่วงกม. 9 + 200 ถึง 10 – อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์
โดยมีนายกิตติพันธ์ ปานจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 6 (เพชรบูรณ์) ว่าที่ร้อยเอกอานนท์ เชื้อเล็ก นายอำเภอหล่มเก่า นายอลงกรณ์ พรหมศิลป์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 นายแสงทอง พาแก้ว รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 (ฝ่ายปฏิบัติการ) ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมติดตาม

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากการตรวจติดตามพบความเสียหายที่เกิดขึ้น ระยะทางประมาน 1.5 กิโลเมตร มีระยะการทรุดตัวมากที่สุด 1.8 เมตร โดยการเสียหายครั้งนี้เกี่ยวกับธรณีวิทยาเราจึงระดมนักวิชาการด้านธรณีวิทยามา ซึ่งได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเกือบเสร็จแล้ว
เท่าที่ทราบถนนเส้นนี้ทำมาตั้งแต่ปี 2538 ประมาน 20 กว่าปี สร้างลัดเลาะไปตามเขาไม่ได้ทำจากการวิเคราะห์ชั้นดินเหมือนถนนใหม่ๆ ที่สร้างขึ้น และยังพบว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ดินอ่อน ดินสไลด์ในประวัติศาสตร์ สังเกตุว่ารอยทรุดจะเป็นแนวไม่ได้ทรุดตามโค้งถนน
ขณะนี้ได้รวบรวมข้อมูลว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งเคสนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย และการแก้ไขต้องใช้ข้อมูลทางวิชาการ ต้องใช้เวลา แต่จะพยายามให้เร็วที่สุด โดยในเดือนกันยายนนี้จะรวบรวมข้อมูลและออกแบบถนนให้เสร้จสิ้น ส่วนการแก้ไขหากได้ข้อสรุปดังกล่าวก็ไม่น่าจะยากลำบาก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อว่า สำหรับในช่วงเดือนตุลาคมที่เป็นช่วงท่องเที่ยวของภูทับเบิก แม้ขณะนี้ไม่พบการทรุดตัวเพิ่มขึ้น แต่เราไม่ประมาทต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ช่วงเดือนตุลาคมเราก็ยังคงปิดเส้นทางการจราจร 100% หากนักท่องเที่ยวต้องการเดินทางมาสามารถใช้เส้นทางหลวงสาย 12 แยกบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก หรือถนนเส้นลำลอง สายเหมืองแบ่ง – ทับเบิก ที่ทางทหาร ช.พัน 8
ซึ่งได้ดำเนินการปรับปรุงเส้นทางให้ใช้ได้เป็นการชั่วคราว และสำหรับพี่น้องที่อาศัยอยู่บนภูทับเบิกมีความจำเป็นต้องขนส่งพืช ผักทางการเกษตรในช่วงเดือนตุลาคม ถ้าฝนไม่ตกและไม่มีการทรุดตัวเพิ่ม แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์จะหารือกับนักวิชาการในการสร้างทางลำลองผ่านเส้นทางที่ถนนทรุด ให้ชาวบ้านได้สัญจรในการขนส่งพืชผัก เป็นการลดผลกระทบชาวบ้านและบรรเทาความเดือดร้อน แต่ยังคงต้องจำกัดน้ำหนักการบรรทุกผ่านถนนเส้นนี้
อย่างไรก็ตามการก่อสร้างซ่อมแซมถนนเส้นดังกล่าว จากการคาดการณ์จะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และใช้งบประมาณ ประมาณ 300 ล้านบาท