หนุ่มเมาซิ่งเก๋งปาดหน้า ก่อนเสียหลักชนแท่งเเบริเออร์พลิกคว่ำ

เปิดคลิประทึกหนุ่มเมาแล้วซิ่งเก๋งปาดหน้ารถชาวบ้านสุดท้ายเสียหลักชนแท่งแบริเออร์พลิกคว่ำ!! ช้ำหนักกู้ภัยเข้าช่วยเหลือลำบาก!!ต้องปีนรั่วเหล็กเข้า!!

วันนี้(31 ส.ค.61) เจ้าหน้าทู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชาได้รับแจ้งเหตุ ว่ามีอุบัติเหตุรถชนกันจนพลิกคว่ำกลางถนนบริเวณเส้นทางหลักมอเตอร์เวย์หมายเลข 7ขาเข้าพัทยา กิโลเมตรที่ 96 บริเวณ ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยบริเวณจุดใกล้เคียงรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งส่วนบุคคลยี่ห้อ ฮอนด้าแจ๊ส สีขาว หมายเลขทะเบียน งห-3978 ชลบุรี ลักษณะพลิกคว่ำหงายท้องอยู่กลางถนน

โดยมี นายภูวนาจ แสนสุข อายุ 22ปี อยู่บ้านเลขที่157 ม.6 ต.หนองสะโน อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี เป็นผู้ขับขี่ ลักษณะคล้ายคนเมาสุราและมีผู้โดยสารที่มาด้วยจำนวน2คนโดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเป็นแต่อย่างใด ข้างกันพบรถเก๋งส่วนบุคคลยี่ห้อเอ็มจี สีแดง หมายเลขทะเบียน6-กธ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายภคิน จิวานันทกูล อายุ33ปี อยู่บ้านเลขที่362 กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ขับขี่ และยังมีภรรยาและบุตรสาวโดยสารมาด้วย

นายภคิน ผู้ขับขี่รถเก๋งยี่ห้อ เอ็มจี สีแดง ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่าตนและครอบครัวกำลังเดินทางมุ่งหน้าสู่พัทยาบนเส้นทางหลักมอเตอร์เวย์หมายเลข7 จู่ๆรถเก๋งฮอนด้าแจ๊สสีขาวโดยมี นายภูวนาจ เป็นผู้ขับขี่มา เกิดเสียหลักตัดหน้ารถของตนจนพุ่งชนเข้ากับแท่งแบริเออร์จนเป็นเหตุให้พลิกคว่ำดังกล่าว ซึ่งนายภคิน ได้กล่าวว่าตนรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากเพราะภรรยาและบุตรสาวของตนโดยสารมาด้วยเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับครอบครัวของตน แต่ถือว่ายังโชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ด้าน นายภูวนาจ กล่าวว่า ตนอาจต้องนำภรรยาและบุตรสาวไปตรวจร่างกายอีกทีเพื่อความสบายใจของตน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวยังสร้างความลำบากให้แก่เจ้าหน้าที่กู้ภัยในการเข้าถึงพื้นที่ ที่เกิดเหตุมีความล่าช้าเพราะพบเจออุปสรรคในการเข้าพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเพราะไม่มีช่องทางเข้า จนเจ้าหน้าที่ต้องทำการปีนรั่วเหล็กที่กันที่มีลักษณะที่สูงพอสมควรเพื่อทำการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุดังกล่าว

เปิดใจ ‘ครูสอนโขน’ มั่นใจไทยไม่ได้ลอกเลียนแบบใคร

เปิดใจ ‘ครูสอนโขน’ มั่นใจโขนไทยไม่ได้ลอกเลียนแบบใคร หลังมีดราม่าในโลกโซเชียล

จากกรณีข้อพิพาทข้ามประเทศหลังรัฐบาลไทยเตรียมขึ้นทะเบียน “โขน” ให้เป็นมรดกโลก จนมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของชาวเน็ตกัมพูชาจำนวนมาก ที่ได้ออกมาเคลื่อนไหวโต้แย้งในโลกออนไลน์ ว่าการแสดงโขนเป็นศิลปะการแสดงที่มีจุดกำเนิดมาจากประเทศกัมพูชา จนกลายเป็นประเด็นดราม่าในโซเชียลไม่จบไม่สิ้นและดูเหมือนจะลุกลาม มีการเรียกร้อง ยูเนสโก ให้ขึ้นทะเบียนเป็นศิลปะการแสดงของกัมพูชา จนมีการโต้กลับจากชาวเน็ตในประเทศไทย

ทั้งนี้ นายทรงโรจน์ แสงมาลา อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/17 หมู่ 8 ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบางใหญ่ ครูสอนดนตรีไทย ดนตรีสากล ลำตัด โขน กลองยาว และหมอขวัญ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ความเป็นมาของโขนนั้นมาจากรามายณะ ประเทศอินเดีย แพร่หลายไปในหลายประเทศ เช่น ศรีลังกา อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า ลาว เขมร และไทย ซึ่งในประเทศไทยโขนเข้ามาตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา แล้ว

ส่วนที่เป็นข้อพิพาทอยู่ขณะนี้ว่า เราไปลอกเลียนแบบเขาไม่น่าจะใช่ คำว่าโขนนั้นมีทั้งโขนไทย โขนพม่า โขนมาเลเซีย โขนเขมร ขึ้นชื่อว่าโขนที่มาจากรามายณะ ซึ่งเป็นการแสดงเรื่องรามเกียรติ์ ในประเทศไทยพระมหากษัตริย์มีการประพันธ์ใหม่ เพิ่มตัวละคร การแสดงคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน โขนไทยจะวิจิตรมากกว่า สวยงามกว่า ศิลปะในการแต่งตัวก็เป็นลายไทย ตามกำแพงวัดเก่าก็จะมีจิตรกรรมฝาพนังเขียนไว้แต่โบราณ กรมศิลปากรมีการรักษาดูแลโขนไทย มีการนำรูปแบบจากจิตรกรรมฝาพนังดัดแปลง

การแต่งตัวแสดงโขนไทยก็สวยงามมากขึ้นในปัจจุบัน อย่างหนังตลุงของไทยก็มีแสดงเรื่องรามเกียรติ์ และในประเทศไทยก็มีโขนสดหรือหนังสด ซึ่งมีการแสดงมานานแล้ว ถ้าจะสืบค้นประวัติศาสตร์ไทยมีการแสดงดนตรี ประกอบร้องเล่นมานานแล้ว อย่างเด่นชัด ประวัติศาสตร์โขนในไทยมีมานานไม่ต้องสืบค้นก็ทราบกันอยู่ ตามวัดเก่าๆ ในสุโขทัย อยุธยา ก็จะมีรูปโขน รามเกียรติ์ วาดไว้ตามพนังเด่นชัด

ประเทศไทย ลาว กัมพูชา อยู่ในภูมิภาคเดียวกันอาจมีโขนลักษณะคล้ายกัน พอเราจะจดทะเบียนจึงเกิดข้อพิพาทขึ้น ทางยูเนสโกมีคณะกรรมการที่มีความสามารถ มีความรู้มากพอที่จะตรวจสอบ ว่าที่เราขอโขนไทยไปนั่นเราไม่ได้ลอกเรียนแบบใครมา รูปแบบลวดลายเป็นของไทยเห็นได้ชัด ตนอยากบอกเด็กรุ่นใหม่ที่มีเครื่องมือทันสมัย เข้าไปดูโขนไทยและอนุรักษ์ไว้ ตนอยู่ในวงการโขนมา 30 กว่าปี และถ่ายทอดให้เด็กๆ มาหลายรุ่น ปัจจุบันตนเปิดสอนที่บ้านฟรี ตนอยากอนุรักษ์โขน ดนตรีไทยให้อยู่ตลอดคู่กับประเทศไทยต่อไปถึงคนรุ่นหลัง

‘ไอ้โก้’ รับฆ่า ‘ไฮโซเชอรี่’ ทะเลาะเรื่องรถ ถูกด่าพ่อแม่ ก่อนใช้ไม้เบสบอลฟาด

‘ไอ้โก้’ รับฆ่า ‘ไฮโซเชอรี่’ ทะเลาะเรื่องรถ ถูกด่าพ่อแม่ ก่อนใช้ไม้เบสบอลฟาด

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ควบคุมตัวนายอัศยา หรือโก้ ชัยภา อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้ไม้เบสบอลฆ่า น.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ อายุ 39 ปี ไฮโซนักธุรกิจสาว จนเสียชีวิต พร้อมน้องชาย มาสอบปากคำ หลังจากถูกทางการกัมพูชาควบคุมตัว ก่อนประสานทางการไทยเข้าไปรับตัวมาดำเนินคดี

ทั้งนี้ นายอัศยา ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า หลังเกิดเหตุได้บอกน้องชายว่า จะชวนไปเที่ยว โดยที่น้องชายไม่รู้ว่าตนเพิ่งไปทำอะไรมา ก่อนจะโทรคุยกับทางบ่อนที่ฝั่งกัมพูชา ให้พาข้ามไปโดยผ่าน ตม.ตามปกติ ซึ่งน้องเพิ่งมารู้ทีหลังว่าตนเพิ่งฆ่าคนตายมา เรื่องที่เกิดขึ้นน้องชายไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย

ส่วนสาเหตุเกิดจากเรื่องรถยนต์ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นรถที่ตนซื้อเพื่อจะเอาไปให้พ่อกับแม่ใช้ เนื่องจากพ่อกับแม่ยังใช้รถจักรยานยนต์อยู่ แต่ผู้ตายยังคงระแวงตน กลัวว่าจะเอาไปให้ภรรยาเก่าใช้ รวมถึงกลัวเรื่องผู้หญิงอื่นด้วย ซึ่งในวันเกิดเหตุตนจะเอารถคันดังกล่าวไปให้พ่อกับแม่ ทำให้ผู้ตายไม่พอใจและมีปากเสียงกัน

จากนั้นได้ไปที่ห้องเกิดเหตุ ก่อนจะคุยเรื่องดังกล่าว กระทั่งทะเลาะกันอย่างรุนแรง ซึ่งตนถูกด่าถึงบุพการี และมีการกระชากกันไปมา ตนจึงใช้ไม้เบสบอลฟาดผู้ตายไป 3 ครั้ง จนนอนแน่นิ่ง พอตนได้สติจึงเข้าไปดูผู้ตาย และเห็นว่าอาการหนักคงไม่รอด ระหว่างนั้นตนคิดจะโดดตึกฆ่าตัวตาย แต่นึกถึงลูกและพ่อแม่ รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ถ้าตายไปคงไม่จบ

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ Policenews