เมียรับร่วมแผนฆ่าตัดหัวผัว เผา ฝังดิน สะกดวิญญาณเสี่ยไร่มัน

เมียรับร่วมแผนฆ่าตัดหัวผัว เผา ฝังดิน สะกดวิญญาณเสี่ยไร่มัน

จากกรณีคดีเก่าที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 3 ปีก่อน ที่ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี แต่เพิ่งสามารถตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ ซึ่งคดีดังกล่าวโหดเหี้ยมมาก มีชายวัย 56 ปี ถูกฆ่าฝังอำพรางศพ ก่อนตัดศรีษะไปเผา พร้อมทำพิธีสะกดวิญญาณ โดยมีผู้ร่วมกันก่อเหตุถึง 5 คน

ทั้งนี้ ตำรวจกองปราบปราม ควบคุมตัวนายภูผาทอง ผาทองภูมิ และพวกอีก 4 คน ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวเมียนมา ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมนาย นวพงษ์ สัจธรรมภิวัฒน์ วัย 56 ปี ซึ่งหายตัวไปจากบ้านใน อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2558 ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และชี้จุดเกิดเหตุ หลังตำรวจติดตามจับผู้ต้องหาทั้งหมดได้และทำการสอบสวนจนรับสารภาพ

จุดแรกตำรวจนำผู้ต้องหาไปที่บ้านของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นจุดที่ผู้เสียชีวิตถูกฆาตกรรมโดยการใช้ไม้ตีจนเสียชีวิต และนำศพไปเผาอำพรางคดีแต่ไม่สำเร็จ ผู้ต้องหาทั้งหมดจึงช่วยกันฝังศพไว้ในไร่มันสำปะหลังที่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 10 กิโลเมตร โดยตัดศีรษะผู้เสียชีวิตออกแล้ว นำไปศีรษะไปเผาตามความเชื่อทางไสยศาสตร์ ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีไป

การจับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน นำมาสู่การคลี่คลายคดีนี้ สืบเนื่องจากครอบครัวของ นายนวพงษ์ เข้าร้องเรียนต่อกองปราบปรามให้ติดตามคดีการหายตัวไปของนายนวพงษ์ เนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้ามาถึง 3 ปี และเชื่อว่า นายภูผาทอง และพวกมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ จึงมีการสืบสวนขยายผลจนสามารถคลี่คลายคดีได้ในที่สุด

ล่าสุดวานนี้ (31 ส.ค. 61) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำกลุ่มผู้ต้องหาคดีฆ่าเผานายจ้าง ในอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี มาสอบปากคำเพิ่ม หลังภรรยาผู้เสียชีวิตยอมรับสารภาพแล้วว่า ร่วมวางแผนฆ่าสามีด้วย

โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายภูผาทอง ผาทองภูมิ พร้อมพวกอีก 4 คน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหา คดีฆ่าตัดศีรษะ นายนวพงษ์ สัจธรรมภิวัฒน์ ในอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหา สถานีตำรวจภูธรไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนนำตัวทั้งหมด ส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

ขณะที่ การสอบปากคำกลุ่มผู้ต้องหาเพิ่มเติมดังกล่าว สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนนางละเอียด สัจธรรมภิวัฒน์ ภรรยาของผู้เสียชีวิต ซึ่งยอมรับสารภาพว่า ได้ร่วมวางเเผนในการสังหารสามีครั้งนี้ด้วย โดยเจ้าหน้าที่ยังคงควบคุมตัวนางละเอียดไว้ก่อน เพื่อรอลูกชายวัย 21 ปี เดินทางมาพูดคุยเป็นครั้งสุดท้าย

ฝากขังร่างทรง ‘พ่อปู่ฤาษีตาไฟ’ ข่มขืนสาววัย 17 ยันไม่ได้ทำ ขอสู้ในชั้นศาล

ฝากขังร่างทรงพ่อปู่ฤาษีตาไฟ ข่มขืนสาววัย 17 ในรีสอร์ท เจ้าตัวขอต่อสู้ในชั้นศาล หวังได้รับความเป็นธรรม

วานนี้ (31 ส.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นำตัว นายสุรสิทธิ์ พละศักดิ์ อายุ 40 ปี คนพิการเป็นโปลิโอ อยู่บ้านเลขที่ 180 หมู่ 9 ตำบลละทาย อำเภอกันทรารมย์ ผู้ต้องหาคดี “พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุสมควรเพื่อการอนาจาร และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น” ส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดศรีสะเกษ

ทั้งนี้ หลังจากศาลอ่านคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ญาติได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวโดยนายเหรียญ พละศักดิ์ พ่อของนายสุรสิทธิ์ หรือ ฤาษีตาไฟ ใช้โฉนดที่ดิน 12 ไร่ สำนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ ประเมินราคาให้ 1,200,000 บาท ยื่นขอประกันตัว ศาลอนุญาตให้ประกันตัวในวงเงิน 200,000 บาท นายสุรสิทธิ์ จึงได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปเมื่อเวลา 17.00 น. ซึ่งพนักงานสอบสวนได้เร่งสอบสวนพยานรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการได้ในสิ้นเดือนกันยายนนี้

ด้าน นายสุรสิทธิ์ พละศักดิ์ ปู่ฤาษีตาไฟ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหา กล่าวว่า เรื่องที่เขาแจ้งความนั้น ตนไม่ได้กระทำตามที่เข้ากล่าวอ้าง ตนพิการไม่สามารถจะยืน เดินหรือนั่งเองได้ ต้องอาศัยคนอื่นช่วยตลอด แล้วจะไปทำอะไรเขาได้อย่างไร ขอต่อสู้ในชั้นศาล หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม

ขอหมายจับ 2 เพจดัง กุข่าวสาวอังกฤษถูกข่มขืนบนเกาะเต่า-ยุติการสืบสวนคดี

ขอหมายจับ 2 เพจดัง กุข่าวสาวอังกฤษถูกข่มขืนบนเกาะเต่า ทำไทยเสียหาย ยุติการสืบสวนคดี

จากกรณีที่มีการแชร์ในโลกออนไลน์ มีแหม่มสาวชาวอังกฤษอ้างว่าถูกมอมยาและข่มขืนที่ เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา ล่าสุด (31 ส.ค. 61) พลตำรวจสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการท่องเที่ยว กล่าวถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้ยุติการสืบสวนในคดีนี้แล้ว เนื่องจากการตรวจสอบข้อมูลพยานบุคคลการจำลองเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ ระดับน้ำขึ้นและลง รวมถึงการอ้างว่าถูกมอมยาและอุ้มตัวไปข่มขืนที่โขดหิน ห่างจากจุดที่อ้างว่าถูกมอมยา 300 เมตร เป็นไม่ได้ ซึ่งจะต้องมีประชาชาหรือตำรวจที่คอยรักษาความปลอดภัยริมชายหาดต้องพบเห็น เพราะในวันเกิดเหตุมีการถ่ายทอดฟุตบอลโลกคู่สำคัญ จึงทำให้วันดังกล่าวมีประชาชนอยู่ในจุดเกิดเหตุจำนวนมาก

ทั้งนี้ ตำรวจท่องเที่ยวได้มีการประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เพื่อให้เร่งรัดส่ง DNA และการสอบปากคำของตำรวจลอนดอนมาให้กับตำรวจไทยตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 1 เดือน โดยหากเป็นพยานหลักฐานใหม่ทางเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวนจะไปขออนุมัติศาลออกหมายจับ เจ้าของเพจ CSI LA และเจ้าของเพจ สมุย ไทม์ ในความผิดตามข้อหา พรบ.คอมพิวเตอร์ รวมถึงการดำเนินคดีกับผู้ที่ส่งต่อข้อมูลดังกล่าวอีก 20 รายด้วย

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ policenews