รวบแล้ว! โจรฉกรองเท้าวัดดังเชียงใหม่ เผยเลือกแต่รองเท้ายี่ห้อดัง แพงสุดคู่ละ 2 หมื่น

นักท่องเที่ยวโล่งใจ จับแล้วโจรขโมยรองเท้าในวัดดังกลางเมืองเชียงใหม่ เลือกแต่รองเท้ายี่ห้อดัง แพงสุดคู่ละ 2 หมื่นบาท ส่งขายร้านมือสอง บางส่วนเก็บไว้ใส่เอง

วันนี้ ( 26 กันยายน) ชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ คุมตัวนายศศิวัฒน์ ลิ้มเจริญกิจสกุล อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่ พนักงานของบริษัทเดินรถโดยสารแห่งหนึ่ง พร้อมของกลางรองเท้าผ้าใบ และรองเท้าแบบต่างๆกว่า 20 คู่ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พ.ต.อ.ปิยะพันธุ์ ภัทรพงษ์สินธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และ พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ ศรีประเสริฐ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ควบคุมการทำแผน

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ของวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ได้รับแจ้งจากประชาชนที่มาทำบุญและนักท่องเที่ยวว่า รองเท้าที่ถอดไว้หน้าวิหารหลวงได้หายไป แต่ละเดือนมีรองเท้าหายไปหลายสิบคู่ ส่วนใหญ่เป็นรองเท้าผ้าใบ และรองเท้าแบบต่างๆ ที่มีราคาแพง

เบื้องต้นทางวัดได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วพบว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพหลายราย ทั้งชายสูงวัย ชายวัยกลางคน และหญิงสาว แฝงกายเข้ามาภายในวัดปะปนกับนักท่องเที่ยว ก่อนจะนำรองเท่าเก่ามาสลับกับรองเท้าของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ถอดอยู่หน้าวิหารหลวงไป ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวไม่ได้แจ้งความ เพราะไม่อยากเสียเวลา และต้องรีบเดินทางไปท่องเที่ยวต่อ

นายศศิวัฒน์ สารภาพว่า รองเท้าที่ได้นำไปขายและเก็บสะสมไว้ใส่ โดยจะตระเวนไปตามวัดต่าง ๆ ที่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน ทั้ง วัดพระสิงห์วรวิหาร วัดเจดีย์หลวง ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ อาศัยช่วงที่นักท่องเที่ยวถอดรองเท้าไว้เดินขึ้นไปไหว้พระ เข้าไปสวมรองเท้านักท่องเที่ยวจากนั้นขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป และใช้กระดาษปิดทับป้ายทะเบียน รถจักรยานยนต์ไว้ ระหว่างขี่รถหลบหนี สารภาพทำมาแล้ว 12 ครั้ง รองเท้าที่ได้ไปจะนำไป ขายให้ร้านจำหน่ายรองเท้ามือสอง ส่วนคู่ไหนถูกใจจะเก็บไว้ใส่เอง

ด้าน พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ประชาสัมพันธ์ไปถึงประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ถูกขโมยรองเท้าไป สามารถแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายรายอื่น ๆ ที่ขโมยรองเท้ามาดำเนินคดีเพิ่มเติม เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นแม้ไม่ใช่คดีใหญ่และมีมูลค่าความเสียหายไม่มาก แต่กระทบกับภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และวัดวาอารามต่างๆเป็นอย่างมากและหลังจากนี้จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจสืบสวนเมืองเชียงใหม่ และ สายตรวจ ออกตรวจสอบบริเวณวัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ขโมยรองเท้านักท่องเที่ยวเกิดขึ้นอีก

นาทีชีวิต! ตำรวจคว้ามือนักเรียนหญิงคิดสั้น โดดทางต่างระดับ

คลิปเหตุการณ์นาทีชีวิต ขณะ ร.ต.อ.สุริยา น้อยวรรณา รองสารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง กำลังเกลี้ยกล่อมนักเรียนหญิงคนหนึ่งคิดสั้น โดดทางต่างระดับ หลังเครียดพ่อแม่ทะเลาะกัน

วันนี้(27 ก.ย.) คลิปเหตุการณ์นาทีชีวิต ขณะ ร.ต.อ.สุริยา น้อยวรรณา รองสารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง กำลังเกลี้ยกล่อมนักเรียนหญิงคนหนึ่ง อายุประมาณ 18 ปี ในชุดนักเรียน ที่ปีนข้ามราวสะพานทางยกระดับดอนจั่น อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หวังกระโดดฆ่าตัวตาย โดยเด็กนักเรียนหญิงรายนี้ร้องไห้ฟูมฟายตลอดเวลา

ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งได้ปิดกั้นการจราจร และประสานเบาะลมจากเทศบาลนครเชียงใหม่มาเตรียมไว้ด้านล่าง เพราะเกรงว่าเด็กนักเรียนหญิงรายนี้จะตกลงไปได้รับบาดเจ็บ

หลังใช้เวลาเกลี่ยกล่อมนานกว่า 1 นาทีเศษ ระหว่างที่เด็กนักเรียนหญิงเผลอ ร.ต.อ.สุริยา ก็รีบชาร์ตและรวบตัวเด็กหญิงรายนี้ไว้ โดยมีเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยที่อยู่ใกล้เคียงวิ่งเข้าไปช่วยเหลือก่อนนำตัวเด็กหญิงขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย จากนั้นจึงนำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง พร้อมประสานผู้ปกครองมารับตัว

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเด็กนักเรียนหญิงคนนี้ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบนสะพานต่างระดับดอนจั่น จากนั้นจึงปีนขึ้นไปนั่งบนราวสะพาน มีลักษณะเหมือนพยายามจะกระโดดลงมา พลเมืองดีที่ขับรถผ่านจึงโทรศัพท์แจ้ง 191 และมีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ

ขณะที่ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางมาพูดคุยกับเด็กหญิง ทราบเบื้องต้นว่า ผู้ปกครองมีปัญหาทะเลาะกันจึงทำให้เด็กเกิดความเครียด และขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านหวังฆ่าตัวตาย

อย่างไรก็ตาม หลังเจ้าหน้าที่พูดจาเกลี้ยกล่อมและให้กำลังใจจนเด็กรู้สึกดีขึ้น รวมทั้งให้ผู้ปกครองทำความเข้าใจกับเด็กจนเรื่องราวจบลงด้วยดี จึงให้ผู้ปกครองนำตัวเด็กกลับบ้านพัก พร้อมกำชับให้ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด

แชร์ว่อน! คลิปชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ ซิ่งจยย.บนถนนเมืองคอน

สนั่นโซเชียล!!! เปิดคลิปชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ ซิ่ง จยย.บนถนน อ.ทุ่งสง เมืองคอน ร้องหน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบ

วันที่ 26 ก.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลได้มีการแชร์คลิปจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก “ป๊อก วรรนพ ดิษฐ์คล้าย” ซึ่งเผยภาพสร้างความสะเทือนใจให้กับชาวพุทธศาสนิกชน ชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ ขับรถจักรยานยนต์บนถนนหลวง พร้อมโพสต์ข้อความ ระบุว่า

ช่วยตามหาหน่อยอยากรู้ว่าพระวัดไหน..และทำไมถึงต้องขับรถด้วยตัวเอง ประมาณ 8 โมงเช้า วันอังคารที่ 25 กันยายน 2561 ถนนเส้นทุ่งสง ห้วยยอดหลวง พ่อขับผ่านโรงปูนเข้าตัวเมืองทุ่งสง ขอร้องอย่าดราม่ากันเยอะ ผมเข้าใจว่าที่อื่นมีขี่ม้าพายเรือบิณฑบาต แต่ที่นี่ทุ่งสงมันไม่ใช่กิจของสงฆ์ที่จะมาขับรถเอง มันไม่สำรวมไม่มีญาติโยมขับให้บ้างเหรอครับ แล้วไปยืมรถโยมคนไหนมาพระป่าขับรถไถรถตักดินรถสิบล้อเทดินเองผมก็เคยเห็น แต่ที่นี่ไม่ใช่ป่าและที่ผมโพสต์ไปก็แค่อยากรู้ว่าพระวัดไหน และมีเหตุสำคัญอะไรถึงต้องมาขับรถด้วยตัวเอง จบนะดราม่าต่อเลยครับ ข้อความเฟสไลน์ส่งมาถามผมหลายคนเลยมาเสริมใต้โพสต์นี้เลย..สาธุดราม่าพระขับรถ

หลังคลิปและภาพถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตเข้ามาชม แชร์ และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ตำหนิชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์คนดังกล่าวที่ขับรถจักรยานยนต์ พร้อมมีการตั้งคำถามว่า หากชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์คนดังกล่าวเป็นพระสงฆ์จริง ใช่กิจของสงฆ์หรือไม่ที่ต้องขับรถจักรยานยนต์ไปไหนมาไหนด้วยตนเอง ทำไมไม่ให้เด็กวัดหรือญาติๆ ขับรถจักรยานยนต์ให้พระนั่ง หรือทำไม่นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง

นอกจากนี้ ยังมีความคิดเห็นส่วนหนึ่งออกแนวดราม่าว่า การที่พระสงฆ์ขับรถจักรยานยนต์ไปไหนมาไหนเอง เป็นเรื่องปกติสามารถทำได้ อย่างเช่นพระสงฆ์ทางภาคเหนือที่นั่งม้าออกบิณฑบาต อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตส่วนใหญ่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ที่ขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เพราะถือเป็นภาพที่ไม่เหมาะสมสำหรับชาวพุทธ

ผู้สื่อข่าวสอบถามเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว ทราบชื่อนายวรรนพ ดิษฐ์คล้าย อายุ 41 ปี เล่าว่า เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น.วันที่ 25 ก.ย.61 ขณะที่ตนและลูกน้อง เลิกงาน และกำลังเดินทางกลับบ้าน โดยมีลูกน้องเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ ส่วนตนนั่งซ้อนท้าย ระหว่างขับรถบนถนนนครศรีฯ – ตรัง บริเวณหน้าสำนักงานการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคทุ่งสง ต.ที่วัง อ.ทุ่งสง พบว่ามีรถจักรยานยนต์คันหนึ่ง ขับอยู่ด้านหน้า แต่คนขับเป็นชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ ขับรถจักรยานยนต์คนเดียว และไม่สวมหมวกกันน็อค ด้วยความเร็วประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นอกจากนี้ สังเกตเห็นบริเวณที่แขวนสัมภาระมีถุงพลาสติกแขวนอยู่ ภายในถุงมีสิ่งของคล้ายกับสิ่งของที่ใส่บาตร ตนจึงใช้โทรศัพท์บันทึกคลิปและถ่ายภาพ และพยายามขับรถตาม แต่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวขับด้วยความเร็วไปตามถนนสายเอเชียมุ่งหน้าไปทางห้างเทศโกโลตัสสาขาทุ่งสง ตนจึงตามไม่ทัน จากนั้นจึงนำคลิปและภาพดังกล่าวมาลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว อยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบว่าชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์คนดังกล่าว เป็นพระจริงหรือไม่ หากเป็นพระสงฆ์จริง แล้วการที่พระสงฆ์ขับรถจักรยานยนต์ไปไหนมาไหนด้วยตนเองสามารถทำได้หรือไม่