ท่อร้อยสายไฟ โผล่ถนนกลางเมืองกรุง ทำจราจรติดขัด

ว่อนเน็ต! ท่อร้อยสายไฟ โผล่บนถนนกลางเมืองกรุง ถนนเพชรบุรี ทำให้การจราจรติดขัด

วันนี้(26 ก.ย.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กเพจ FM91 Trafficpro เผยให้เห็นท่อร้อยสายไฟโผล่อยู่กลางถนน พร้อมข้อความระบุว่า

08.00 น. โอ้โห !! ท่อร้อยสายไฟโผล่ ถนนเพชรบุรี ขาออก ตรงข้ามเพชรบุรี 6 การจราจรติดขัด ..หน่วยงานเกี่ยวข้องทราบแล้ว

หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนที่ผ่านไปมาบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก

ที่มา FM91 Trafficpro

ศาลสั่งจำคุก 9 ปี ผู้บริหารบริษัทจัดซื้อ GT200 ด้านทนายยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อ

ศาลตัดสินจำคุกผู้บริหารบริษัท เอวิเอ แซทคอม ตัวแทนจำหน่ายเครื่องตรวจจับอาวุธระเบิด GT200 เป็นเวลา 9 ปี พร้อมปรับเป็นเงิน 18,000 บาท ด้านทนายจำเลยเตรียมยื่นอุทธรณ์

ศาลแขวงดอนเมือง อ่านคำพากษา คดีที่ อ.328/61 ซื่ง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทย์ยื่นฟ้อง บริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด (จำเลยที่ 1), นายสุทธิวัฒน์ วัฒนกิจ (จำเลยที่ 2), นายเดชพิภัทร์ วัฒนกิจ (จำเลยที่ 3) และนางศศกร ปลื้มใจ (จำเลยที่ 4) ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง จากกรณีขายเครื่องตรวจจับอาวุธวัตถุระเบิดและยาเสพติด รุ่น GT200 จำนวน 8 เครื่อง เครื่องละ 9 เเสน – 1.2 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 9 ล้านบาท ระหว่างปี 2550-2552 ให้แก่กรมราชองครักษ์ (สังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีฐานะเป็นกรมมีหน้าที่รักษาความปลอดภัย องค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการเเทนพระองค์ พระบรมศานุวงศ์ ผู้เเทนพระองค์ เเละพระราชอาคันตุกะ ตามกฎหมายว่าด้วยราชองค์รักษ์เเละกฎหมายอื่นๆว่าด้วยการถวายความปลอดภัย)

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า บริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด (จำเลยที่ 1) และนายสุทธิวัฒน์ วัฒนกิจ (จำเลยที่ 2) กรรมการ บริษัท เอวิเอฯ มีความผิดตามฟ้องจริง จึงสั่งลงโทษทั้ง 3 กระทง ( 3 สัญญา) แบ่งเป็นโทษปรับจำเลยที่ 1 กระทงละ 6,000 บาท รวม 18,000 บาท และโทษจำคุก จำเลยที่ 2 กระทงละ 3 ปี รวม 9 ปี แต่จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธขอสู้คดีในขั้นอุทธรณ์ จึงยื่นประกันตัวด้วยเงินสด 900,000 บาท

ด้าน นายวรอรรถ สุนทรอภิชาติ ทนายความจำเลย กล่าวว่า จะยื่นอุทธรณ์คดีต่อ เนื่องจากที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก เนื่องจากศาลเห็นว่า บริษัทเป็นผู้ขายเมื่อเครื่องใช้งานไม่ได้บริษัทต้องรู้ ซึ่งความจริงเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดเป็นยุทธภัณฑ์ เอกชนไม่สามารถครอบครองได้ บริษัทสั่งซื้อตามสเปกที่หน่วยงานรัฐกำหนดมาแล้ว เมื่อเครื่องลงจากเครื่องบิน ก็มีรถทหารมารอรับทันที ทั้งนี้ การทดสอบเครื่องต้องทำในห้องปฏิบัติการที่มีศักยภาพ จึงเห็นว่า บริษัทไม่รู้เห็นว่า ‘เครื่องชำรุด’

ประชาชนแต่งชุดดำ ถือป้ายข้อความ ประณามผู้ว่ากทม. ยึดหอศิลปกรุงเทพฯ

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ประกาศจะดึงหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ไปดูแล ภายใต้แนวคิด co-working space กระทั่งเกิดกระแสต่อต้านจากแวดวงศิลปิน พร้อมเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน หลังจากนั้นไม่นาน พล.ต.อ. อัศวิน จึงออกมาประกาศว่าจะไม่ขอเข้าไปยุ่ง แต่เรื่องยังไม่จบ เพราะที่ผ่านมา กทม. ไม่ได้ให้งบประมาณหอศิลป์ฯ สำหรับดำเนินงาน แม้เจ้าหน้าที่สอบถามไปหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ

วันนี้ (26 ก .ย. 61) ผศ. ปวิตร มหาสารินันทน์ ผอ.หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แถลงการณ์โชว์ใบแจ้งระงับการใช้น้ำภายในวันนี้ จากการประปานครหลวง เหตุถูกตัดงบจาก กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้ง ได้ชี้แจงว่าหอศิลปกรุงเทพฯได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากกรุงเทพมหานครในโหมดเงินอุดหนุน 55% หรือคิดเป็นเงินประมาณ 40 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายด้านกิจกรรม 10 ล้านบาทส่วนที่เหลืออีก 30 ล้านบาทเป็นค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคิการรักษาความปลอดภัย ความสะอาด และการซ่อมแซมอาคารเป็นต้น ส่วนอีก 45% ที่เหลือ มูลนิธิหอศิลปกรุงเทพฯ จะเป็นผู้จัดหารายได้เพิ่มเติมผ่านการจัดนิทรรศการต่างๆ

แต่ในปีงบประมาณ 2561 สภากรุงเทพมหานครเห็นชอบให้จัดสรรงบประมาณ 40 ล้านบาทเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการหอศิลปกรุงเทพฯ โดยงบประมาณก้อนนี้จะเป็นงบประมาณที่ตั้งให้กับสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยวของ กทม.แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสำนักวัฒนธรรมฯ ไม่ได้เบิกจ่ายงบก้อนนี้ให้หอศิลปกรุงเทพฯ ทำให้เริ่มประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายทั่งที่ตลอดปี 2560 มีผู้มาใช้บริการมากกว่า 1 ล้าน 7 แสนคน

เช่นเดียวกับในปีงบประมาณ 2562 ที่จะถึงทางมูลนิธิหอศิลปกรุงเทพฯ ได้เสนอและขอรับงบอุดหนุนต่อ กทม.ผ่านสำนักวัฒนฯ แต่กับพบว่าผู้บริหาร กทม.ไม่ได้เสนองบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหอศิลปกรุงเทพฯ ต่อสภากรุงเทพมหานครทำให้ในปีงบประมาณนี้หอศิลปกรุงเทพฯ จะไม่มีงบประมาณการดำเนินพื้นฐานและจะส่งผลกระทบต่อการให้บริการต่างๆ

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดจึงมีการพิจารณากำหนดมาตรการรัดเข็มขัดยืนยันจะทำทุกทางให้หอศิลปกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่เรียนรู้และเป็นที่เชิดหน้าชูตาประเทศในสายตานานาชาติ

พร้อมกันนี้กลุ่มเครือข่ายศิลปินและภาคประชาสังคมได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการณ์ตัดวบประมาณอุดหนุนปี 2561 และปี 2562 โดย กทม.อ้างว่าสภากรุงเทพมหานครไม่ยอมอนุมัติเพราะผิด พรบ.กรุงเทพมหานคร มาตรา 96 ปี 2528 และสัญญาโอนสิทธบริหารหอศิลปฯไม่ได้ระบุว่า กทม.ต้องให้งบอุดหนุน และยังมีข้อสังเกตุในการที่ กทม.นำ 3 พลทหารมาร่วมเป็นกรรมการสรรหาเข้ามายุ่งเกี่ยว