อ.อ.ป. ยันบริษัท “ซิโน-ไทย”ติดต่อขอซื้อไม้สักจากสวนป่าเศรษฐกิจเพียง 1,000 ท่อน ใช้สร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ชี้ตัดแล้วคุ้มค่า เพราะส่วนที่เหลือนำไปขายต่อ ไม่ได้ตัดแล้วนำไปทิ้งตามที่กังวลแต่อย่างใด
จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อนายศรีสุวรรณ จรรยา และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้พร้อมใจกันโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นหลังจากมีไม้สักกว่า 1,000 ถูกตัดก่อนจะเหลาให้เหลือขนาดพอเหมาะเพื่อนำไปสร้างเป็นเสาของรัฐสภาแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในขณะนี้

โดยทั้งนายอนุทิน และนายศรีสุวรรณ ได้โพสต์ข้อความทำนองว่า จากต้นขนาดใหญ่มาเหลาเหลือเป็นแค่ปล้องเล็กๆ สนองอารมณ์คนที่อ้างตนเป็นศิลปินระดับชาติ เพียงแค่ไปทำเป็นเสาเรียงรายประดับทางเดินในโถงรัฐสภาใหม่ ต้องตัดเป็นหมื่นต้น แล้วนำมาเหลากลึงให้ใช้ได้แค่ 4,000 ต้น เอามาใช้ในสถานที่ออกกฎหมายห้ามตัดไม้ทำลายป่านั้น
ล่าสุดนายสุกิจ จันทร์ทอง รองผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ผ่านผู้สื่อข่าว ไทยพีบีเอสออนไลน์ ว่า ไม้สักดังกล่าวเป็นไม้ที่ออกจากสวนป่าปลูกไม้เศรษฐกิจ ตามแผนงานประจำปี 2561 ของ อ.อ.ป.ในเขตภาคเหนือ หลังจากบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ได้ติดต่อขอทำสัญญาซื้อ-ขายไปจำนวน 1,000 ท่อน ก่อนหน้านี้
ซึ่งการตัดไม้สักจากสวนป่า อ.อ.ป. ครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่า เพราะนอกจากจะจัดส่งให้กับทางบริษัท ซิโน-ไทยฯ เพื่อนำไปเป็นเสาอาคารรัฐสภาแล้ว ส่วนอื่นๆ ก็จะนำไปขายตามปกติ ไม่ได้ทิ้งให้เสียประโยชน์ตามที่เป็นกังวลใจแต่อย่างใด เนื่องจากไม้สักมีมูลค่าอยู่แล้ว
สำหรับในแต่ละปีทาง อ.อ.ป.มีรายได้จากการทำไม้สักท่อน ไม้สักแปรรูปขายเฉลี่ย 1,000 ล้านบาทต่อปี ตามแผนปี 2561 ทำไม้สักออกแปรรูป 34,336 ไร่คิดเป็นปริมาตรไม้สัก 68,400 ลูกบาศก์เมตรหรือประมาณ 600,000 ต้น
ข้อมูลข่าวจาก ไทยพีบีเอสออนไลน์