สาวโร่แจ้งความ หลังถูกเพื่อนเก่าบุกทำร้ายชิงรถจยย. คาดแค้นที่แจ้งตำรวจจับ

เพื่อนเก่าแค้นสาว ถูกแจ้งตำรวจจับ พาพวกบุกทำร้ายถึงหอพัก ก่อนชิงรถจักรยานยนต์หลบหนี

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า เมื่อเวลา 04.00 น.วันที่ 26 กันยายน 2561 น.ส.สุทธิรัตน์ ลิ้มวัฒนา อายุ 19 ปี เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.วัฒนา ประดิษฐ์ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา ว่าถูกทำร้ายร่างกายแล้วชิงเอารถจักรยานยนต์ไป

เหตุเกิดที่สายชลอพาร์ทเม้น ซอยกอไผ่ 4/1 ม.11 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกของคืนที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มเพื่อนที่เคยรู้จักและเคยมีปัญหาทะเลาะกันมาก่อนหน้านี้ ได้มาพบตนเองอยู่ที่ห้องพัก จากนั้นได้ลงมือทำร้าย โดยการใช้แก้วห่อด้วยผ้าเช็ดตัว ตีเข้าที่ใบหน้าหลายครั้ง จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะแย่งเอากุญแจรถไป

น.ส.สุทธิรัตน์โชว์บาดแผล ถูกเพื่อนเก่ามาทวงแค้นทำร้าย ก่อนชิงรถจักรยานยนต์หนีไป

โดย น.ส.สุทธิรัตน์ เปิดเผยว่าสาเหตุของการถูกเพื่อนเก่าเข้ามาทำร้ายครั้งนี้นั้น คงเป็นเพราะแค้นที่ตนเคยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับ เมื่อไม่นานมานี้ เพราะยืมรถของตนไป แต่กลับเอาไปจำนำ ทำให้ตนต้องมาถ่ายถอนเอง หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมไปทำให้กลุ่มเพื่อนเก่าไม่พอใจเป็นอย่างมาก เมื่อรู้ว่าตนเองแอบมาพักที่นี้จึงยกพวกมาทำร้ายดังกล่าว

เบื้องต้น ร.ต.อ.วัฒนา ประดิษฐ์ รอง สว.สอบสวน ได้สอบสวนอย่างละเอียดก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว เพื่อตอดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นำเครื่อง 3D Scanning ตรวจโครงสร้างเจดีย์วัดพระยาทำฯ หาสาเหตุทรุดตัว

นำเครื่อง 3D Scanning ตรวจสอบโครงการงานบูรณะเจดีย์หอระฆัง หลังวานนี้ถล่มทับคนงานที่เข้ามาบูรณะ บาดเจ็บ 11 คน เสียชีวิต 1 คน

ผศ.ดร.ชัยณรงค์ อธิสกุล รองผู้อำนวยการ โครงการเทคโนโลยีวิศวกรรมโยธา นำเครื่อง 3D Scanning มาตรวจสอบ โครงการงานบูรณะเจดีย์ หอระฆัง ภายในวัดพระยาทำวรวิหาร ในซอยอรุณอัมรินทร์ 15 ถนนอรุณอัมรินทร์ บางกอกน้อย หลังวานนี้ถล่มทับคนงานที่เข้ามาบูรณะ บาดเจ็บ 11 คน เสียชีวิต 1 คน

รองผู้อำนวยการ โครงการเทคโนโลยีวิศวกรรมโยธา เปิดเผยว่า วันนี้นำเครื่อง 3 D Scanning มาตรวจสอบและวิเคราะห์สภาพปัจจุบันของเจดีย์ ซึ่งสามารถมองเห็นพิกัดของโครงสร้างได้ชัดเจนมากกว่าตาเปล่า และยังสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ได้อย่างละเอียด

โดยหลังจากที่ได้ข้อมูลแล้วจะต้องไปประมวลผลฐานคอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจสอบความเสี่ยง คาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบครึ่งวันก่อนจะส่งข้อมูลให้กรมศิลปากรต่อไป สำหรับอาคารที่เป็นโบราณสถานแบบก่ออิฐค่อนข้างมีความเสี่ยง ที่ผ่านมาเครื่องมือตัวนี้เคยใช้ตรวจสอบโบราณสถานหลายแห่ง ผลเป็นที่น่าพึ่งพอใจ ก่อนที่จะส่งข้อมูลให้กรมศิลปากรต่อไป

ด้านนายณัฐพงษ์ มีโภคกิจ ผอ.สำนักงานเขตบางกอกน้อย ระบุถึงกรณีพบผู้เสียชีวิตเมื่อช่วงค่ำวานนี้ว่า ช่วงเย็นที่มีการตรวจสอบยอดคนงานหัวหน้างานระบุว่ามีคนงานทั้งหมด 20 คน ซึ่งผู้บาดเจ็บได้เดินทางไปโรงพยาบาลหมดแล้ว แต่เมื่อตรวจสอบอีกครั้งพบว่า คนงานหายไปหนึ่งคนจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและก็พบร่างของ นายสุริยันต์ ทองสาย คนงาน เสียชีวิตในลักษณะนอนคว่ำอยู่บริเวณฐานใกล้กับผู้บาดเจ็บคนสุดท้ายที่ช่วยขึ้นมา ซึ่งเหตุการครั้งนี้คาดว่าเป็นความเข้าใจผิดของผู้คุมงานที่คิดว่าผู้บาดเจ็บไปอยู่โรงพยาบาลหมดแล้ว

สำหรับยอดของผู้บาดเจ็บขณะนี้ บาดเจ็บสาหัส 3 คน /บาดเจ็บรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 4 คน /และ บาดเจ็บเล็กน้อย 4 คน เสียชีวิต 1 คน

ในเรื่องของการดำเนินการเอาผิดก็จะต้องปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะมีแนวทางการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างไร ส่วนการแจ้งความดำเนินคดี กรณีมีผู้เสียชีวิตเป็นเรื่องของทางญาติในเรื่องการดำเนินการ

ส่วนสาเหตุของการยุบตัวต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดซึ่งทางเขตจะไปลงบันทึกประจำวันไว้อย่างไรก็ตามหอระฆังวัดพระยาทำวรวิหาร เป็นอำนาจการดูแลของกรมศิลปากรในการดำเนินคดี

ทั้งนี้ในพื้นที่การดูแลของสำนักงานเขตบางกอกน้อยมีวัด ที่มีความเก่าแก่อยู่ 32 วัด ซึ่งจะส่งให้เจ้าหน้าที่เขตลงพื้นที่สำรวจ เพื่อประเมินและตรวจสอบความปลอดภัย

ผบ.ตร.ช่วยด้วย! ลุงชาวโคราชร้องหลังถูกจับควันดำ ก่อนสตาร์ทเครื่องโชว์ให้เห็นชัดๆ

พ่อค้าชาวโคราช สตาร์ทเครื่องรถโชว์ควันไม่ดำ หลังบุกร้อง ผบ.ตร. หามาตรฐานในการดำเนินคดี

วันนี้ (26 ก.ย. 2561) นายอดุลย์ พรรณา อายุ 53 ปี พ่อค้าชาว จ.นครราชสีมา พร้อมนายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิทบูล เดินทางเข้าพบกับพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

จากกรณีที่คุณลุงคนดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจับปรับในข้อหาควันดำ ทั้งๆ ที่การตรวจสอบกลับไม่เกินมาตราฐานตามที่กฎหมายกำหนด ก่อนที่เขาจะโพสต์คลิประบายความในใจจนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในช่วงที่ผ่านมา

โดยทันทีไที่ไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  นายอดุลย์ ก็ได้สตาร์ทเครื่องยนต์โชว์สื่อมวลชนให้เห็นว่ารถของเขาไม่ได้มีควันดำแต่อย่างใด ก่อนจะเปิดเผยที่มาของการร้องเรียนในครั้งนี้ ว่า

หลังจากได้นำรถไปตรวจสอบสภาพและค่าควันดำไม่ได้เกินมาตราฐาน ไม่ได้ได้รับความเป็นธรรม จึงตั้งข้อสังเกตว่า จนท.รัฐจะใช้มาตรฐานใดของหน่วยงานใดในการดำเนินคดีกับประชาชน

ตนเป็นพ่อค้า ต้องใช้รถยนต์เดินทางไปทำมาหากิน ที่ผ่านมาไม่เคยถูกจับรถในข้อหาควันดำ ซึ่งได้มีการดูแลรถอย่างใกล้ชิด มาโดยตลอดตรวจเช็คตลอดเวลา

ยืนยันว่ารถไม่ได้ถูกปรับแต่งหลังถูกจับควันดำ ส่วนเรื่องที่ตนนำรถเข้าตรวจควันดำล่าช้าเนื่องจากไม่มีเงิน พร้อมรู้สึกน้อยใจกับการปฎิบัติงานของตำรวจ ที่ไม่มีการอลุ้มอล่วย ขอเรียกร้องผู้มีอำนาจว่าจะใช้มาตรฐานใดเพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นในการดำเนินคดี

ด้าน นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิทบูล กล่าวว่าเกณฑ์การวัดค่าควันดำรถนั้นจะต้องไม่เกิน 50 % แต่จากหลักฐานการตรวจสภาพรถของนายอดุลย์ นั้นมีความขัดแย้งกับผลการตรวจของตำรวจอย่างมาก

จึงได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเพราะเชื่อว่ายังมีประชาชนอีกหลายคนเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้เหมือนกัน อย่างไรก็ตามจากการพูดคุย กับทางตำรวจได้รับยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนเรื่องดังกล่าวภายใน 7 วัน

สำหรับ นายอดุลย์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จ.นครสวรรค์ จับปรับข้อหารถควันดำเกินมาตรฐาน และเสียค่าเปรียบเทียบปรับ 1 พันบาท ในระหว่างขับขี่จาก จ.กำแพงเพชรไป จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 17 กย.61 ที่ผ่านมา