ดร.ธรณ์ คาดหนึ่งสาเหตุที่ ‘ฉลามวาฬ’ ชอบมาหานักดำน้ำ เพราะเหงา-หาเพื่อนเล่น

“ฉลามวาฬ” นับเป็นสัตว์ที่ฉลาด และมีอุปนิสัยไม่ดุร้าย แต่ก็มีขนาดตัวที่ใหญ่ จนถูกขนานนามว่าเป็น “ยักษ์ใหญ่แห่งท้องทะเล”

ก่อนหน้านี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์เฟซบุ๊กให้ข้อมูลเกี่ยวกับฉลามวาฬไว้ว่า ฉลามวาฬเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่สุดในโลก เมื่อโตเต็มวัยจะมีขนาด 11-12 เมตร น้ำหนักเกิน 10 ตัน เป็นสัตว์ที่กินแพลงก์ตอน ไม่กินสัตว์ใหญ่ ไม่เป็นอันตรายต่อคน

โดยมีรายงานว่า พบฉลามวาฬในประเทศไทย เมื่อเกือบ 100 ปีมาแล้ว อีกทั้งยังมีอายุยืนกว่า 70 ปี ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เคยพบแหล่งผสมพันธุ์ของฉลามวาฬ รวมทั้งไม่ค่อยพบลูกฉลามวาฬ ที่น่าประหลาดคือมักพบลูกฉลามวาฬในทะเลไทยบ่อยครั้งกว่าที่อื่น

สำหรับฉลามวาฬพบได้ทั่วโลก แต่เกือบทั้งหมดอยู่ในทะเลเขตร้อน มีการเคลื่อนที่ไปมาตามชายฝั่ง ในเมืองไทยพบฉลามวาฬได้ทั่วไป โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มง่าย ๆ คือ ฉลามวาฬที่พบในอ่าวไทยฝั่งตะวันออก (มีบ้าง) ฉลามวาฬในอ่าวไทยฝั่งตะวันตก (ชุมพร เกาะเต่า) และฉลามวาฬที่พบในอันดามัน (พม่า อันดามันเหนือ อันดามันใต้) ยังพบฉลามวาฬที่อาศัยอยู่ในบริเวณห่างฝั่ง เช่น เกาะโลซิน แท่นขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าว

ส่วนนิสัยของฉลามวาฬ ชอบสันโดด ไม่อยู่รวมฝูง แม้จะเป็นเด็กหรือโตแล้วก็หากินเดี่ยว แม่ฉลามวาฬไม่ดูแลลูก แต่บางครั้งจะพบฉลามวาฬหลายตัวในพื้นที่เดียวกัน นั่นคือต่างตัวต่างมา ต่างตัวต่างไป ที่น่าสนใจคือฉลามวาฬที่โผล่มาหานักดำน้ำ แทบไม่แสดงการกินแพลงก์ตอนให้เห็น ภาพฉลามวาฬอ้าปากกว้างเพื่อกลืนกินแพลงก์ตอน ส่วนใหญ่เป็นภาพในออสเตรเลียหรือประเทศอื่น อาจเป็นเพราะในทะเลไทยมีแพลงก์ตอนจำนวนมาก แต่กระจายกันอยู่ ทำให้ฉลามวาฬสามารถกรองน้ำไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องอ้าปากฮุบ

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครทราบว่า ฉลามวาฬทำไมชอบมาหานักดำน้ำ ซึ่งบางคนบอกว่าชอบกินฟองอากาศ แต่ ดร.ธรณ์ ระบุว่า อาจมีหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหนึ่งคือ ฉลามเหงา อยากเล่นกับอะไรบ้างก็เป็นได้

รวบแล้วหลวงพี่ ‘โจรผ้าเหลือง’ ย่องขโมยเงินในกุฏเจ้าอาวาส ชาวบ้านฮือสาปแช่ง

รวบแล้วหลวงพี่โจรผ้าเหลือง ย่องขโมยเงินในกุฏเจ้าอาวาสวัดบ้านปง ขณะทำแผนชาวบ้านโกรธแค้นรุมสาปแช่งหวิดโดนรุมประชาทัณฑ์ เงินเหลือ 6 หมื่น

ชาวบ้านจำนวนมากตะโกนสาปแช่งด้วยความโกรธแค้น จากนั้นได้พากันกรูเข้าไปเพื่อหวังทำร้ายนายภานุพงศ์ ละครศรี อายุ 26 ปี หรือหลวงพี่ภาณุพงษ์ ผู้ต้องหาลักทรัพย์ หลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรหางดง และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ จับกุมและนำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่วัดบ้านปง  หรือวัดอรัญญวาส (พระธาตศรีเมืองปง) อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โชคดีที่เจ้าหน้าที่และสารวัตรกำนัน รวมทั้งกรรมการหมู่บ้านบางส่วน ช่วยกันชาวบ้านที่โกรธแค้นออกไปได้ ผู้ต้องหาจึงไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด  แต่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนที่โดนลูกหลงเนื่องจากเอาตัวไปกันคนร้ายไม่ให้ถูกชาวบ้านรุมทำร้าย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดต่างๆ ตั้งแต่ที่ผู้ต้องหาซึ่งขณะนั้นยังเป็นพระสวมจีวรเดินเข้ามาทางประตูวัดด้านข้าง และเดินขึ้นไปบนกุฏิชั้น 2 ของเจ้าอาวาส ก่อนจะเดินไปเปิดประตูทุกบาน แต่เปิดไม่ออก กระทั้งไปพบกุญแจที่เจ้าอาวาสซ่อนไว้บนขอบระเบียงโดยใช้พรมเช็ดเท้าปิดไว้ จึงนำมาไขกุญแจและเข้าไปขโมยเงินบริจาค และเงินค่าน้ำค่าไฟของวัดที่อยู่ในลิ้นชักและขันกว่า 2 แสนบาท ใส่ในถุงย่าม 2 ใบก่อนจะหลบหนีไป

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา โดยคนร้ายฉวยโอกาสที่วัดมีงานทำบุญถวายทานในประเพณีบุพพเปตพลี เพื่อหาทุนปิดโครงการก่อสร้างศาลาโรงธรรมทานเข้ามาลักทรัพย์ภายในวัด  ซึ่งหลังเกิดเหตุพระครูอาชวปรีชา เจ้าอาวาสวัดบ้านปงและเจ้าคณะตำบลบ้านปง ได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรหางดง พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพเหตุการณ์มอบให้ตำรวจเพื่อเป็นหลักฐาน กระทั่งล่าสุดช่วงค่ำวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรหางดง และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้ พร้อมของกลางจีวรพระ ผ้าสบง  ผ้าสังฆาฏิ  สายประคตรัดเอว และเงินสดที่ขโมยไปจากวัดเหลืออยู่ประมาณ 6 หมื่นบาท

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนหน้านายภาณุพงศ์บวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่มานานกว่า 3 ปี และยังพบว่านายภานุพงศ์ยังเคยเข้าไปขโมยเงินในตู้รับบริจาคของวัดสันติธรรม ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้เงินไป  3 หมื่นบาท จากนั้นจึงมาก่อเหตุที่วัดบ้านปง เพราะทราบว่าที่วัดจะมีงาน โดยใช้แอพลิเคชั่นเรียกรถตู้ให้ไปรับจากวัดต้นสังกัดไปส่งที่วัดอรัญญวาส หลังจากก่อเหตุได้ให้รถตู้คันดังกล่าวไปส่งที่จังหวัดลำปางเพื่อหลบหนี ระหว่างนั้นเห็นข่าวทางสื่อ จึงกลัวถูกจับและได้ลาสิกขาบทด้วยตัวเอง ก่อนกลับเข้ามาที่จังหวัดเชียงใหม่ กระทั้งถูกตำรวจแกะรอยจากรถยนต์เก๋งส่วนตัว ตามจับได้บริเวณถนนบำรุงบุรี อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลาง

ชาวบ้านรายหนึ่งที่มาดูการทำแผน กล่าวว่า หลังทราบข่าวมีโจรเข้ามาขโมยเงินของวัดก็รู้สึกเสียใจมาก วันนี้จึงตั้งใจมาดูหน้าโจรใจบาป และอยากขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมคนร้ายได้โดยเร็ว

ขณะที่พระครูอาชวปรีชา เจ้าอาวาสวัดบ้านปงและเจ้าคณะตำบลบ้านปง กล่าวว่า ขอบคุณตำรวจที่สามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุการณ์รู้สึกไม่สบายใจและวิตกกังวล เพราะเงินที่หายไปเป็นเงินที่ชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้วัดเพื่อใช้ในการสร้างปราสาท และบำรุงค่าน้ำค่าไฟ

อย่างไรก็ตามไม่ขอฝากหรือกล่าวตักเตือนคนร้าย เพราะคนร้ายเองก็บวชเป็นพระ จึงต้องรู้ว่าอะไรผิดชอบชั่วดี

ด้าน พ.ต.อ.ปิยะพันธุ์ กล่าวว่า  เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยคนร้ายจากกล้องวงจรปิดที่วัดติดไว้   โดยในช่วงเวลาใกล้เคียงกันพบว่ามีคนร้ายเข้าไปขโมยเงินบริจาคในวัดสันติธรรม เมื่อตรวจสอบก็พบว่าเป็นคนๆเดียวกัน ผู้บังคับบัญชาได้เร่งรัดให้ติดตามจับกุมให้ได้โดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับวัดวาอาราม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มชาวบ้านได้มีการมอบกระเช้าเครื่องดื่มบำรุงร่างกายเพื่อเป็นการขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สามารถจับกุมคนร้ายรายนี้ได้ รวมทั้งนำเงินที่ถูกขโมยไปมาคืนให้กับวัด แม้ว่าจะได้คืนบางส่วนก็ตาม

ดาราตลกรุ่นใหญ่ “บิล คอสบี้” ถูกตัดสินจำคุกคดีข่มขืน ในวัย 81 ปี

บิล คอสบี้ ดาราตลกรุ่นใหญ่ ถูกศาลตัดสินจำคุกข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ปฏิเสธการให้ประกันตัว

“บิล คอสบี้” ดาราตลกทางโทรทัศน์รุ่นใหญ่ชาวอเมริกันวัย 81 ปี ถูกศาลตัดสินจำคุก 3-10 ปีข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา โดยเมื่อเดือนเมษายน คอสบี้ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงใน 3 ข้อหาได้แก่ พยายามข่มขืน มอมยา และกระทำชำเรา “แอนเดรีย คอนสแตนด์” ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท และเป็นอดีตผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเทมเปิล ที่บ้านของเขาที่เมืองฟิลลาเดลเฟีย เมื่อปี 2547 ผู้พิพากษาตัดสินจำคุก “บิล คอสบี้” ทันทีและปฏิเสธการให้ประกันตัว แม้ทนายจำเลยจะแสดงเจตนาว่า จะขอยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน

“บิล คอสบี้” มีชื่อเสียงอย่างมาก ในช่วงยุค 1980 จากละครซิทคอมทางโทรทัศน์ เดอะคอสบี้โชว์ โดยรับบทพ่อในครอบครัวชาวแอฟริกันอเมริกัน จนทำให้เขาได้รับฉายาคุณพ่อแห่งอเมริกา