เกิดเหตุ เจดีย์ วัดพระยาทำวรวิหาร ถล่มทับคนงาน บาดเจ็บ 8 คน

เกิดเหตุเจดีย์ภายใน วัดพระยาทำวรวิหาร ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ที่อยู่ระหว่างการบูรณะก่อสร้าง ทรุดตัวและถล่มลงมาทับคนงานก่อสร้าง ที่กำลังซ่อมบำรุงเจดีย์ ส่งผลให้คนงานได้รับบาดเจ็บ จำนวน 8 คน

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 14.30 น. นางหยาดวนา ประเสริฐสม หัวหน้าคนงานให้สัมภาษณ์ว่า การดำเนินงานในวันนี้เป็นส่วนของการยกหอระฆัง ซึ่งเริ่มดำเนินการในส่วนฐานรากและงานระบบมา 2-3 เดือนแล้ว ตามกำหนดการจะแล้วเสร็จในอีก 2-3 สัปดาห์หน้า

โดยอุบัติเหตุเกิดช่วงขณะยกหอระฆังซึ่งเอียงอยู่ โดยวิธีการคือ นำแผ่นเหล็กขนาดใหญ่สอดใต้ฐานหอระฆัง จากนั้นใช้เหล็กบีมสอดใต้ฐานแผ่นเหล็กและใช้แรงคนงานช่วยกันยก ลักษณะเหมือนหอระฆังวางอยู่บนจาน แล้วเรายกจานขึ้น จังหวะกำลังยกคาดว่าเหล็กบีมไปเบียดกับเหล็กที่ค้ำหอระฆังอยู่ ทำให้เกิดอาการกระตุก พอจะเข้าไปแก้ไขก็เกิดการยุบตัวลงก่อน

ทั้งนี้ มีคนงานอยู่ข้างล่างหอระฆัง 16 คน แต่ที่ติดค้างอยู่ใต้หอระฆังมี 3 คน โดยมีเศษวัสดุทับขาอยู่ ซึ่งตอนแรกเข้าใจว่ามี 4 คน แต่ทราบภายหลังว่าอีกคนไปโรงพยาบาลแล้ว ยืนยันไม่มีบาดเจ็บร้ายแรงและไม่มีผู้เสียชีวิต จำนวนผู้บาดเจ็บที่ส่งตัวเข้าโรงพยาบาลศิริราช ประมาณ 6-7 คน และล่าสุดสถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการทำงานถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยจะเห็นว่าตอนมันยุบลง อุบัติเหตุไม่เกิดขึ้นร้ายแรงจนมีผู้เสียชีวิต เพราะมีตัวค้ำยันเยอะมาก ทั้งเสาเข็มค้ำยัน และเหล็กค้ำยัน จากนี้ถ้ากลับมาทำงานต่อก็จะระมัดระวังมากขึ้น แต่ย้ำว่าการดำเนินงานที่ทำอยู่ถูกต้องตามหลักวิชาการแล้ว ส่วนคนงานที่ดำเนินการเป็นแรงงานไทยทั้งหมด และทางบริษัทจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเต็มที่

อดีต ดต.สืบ 1 ยืนยันไม่ได้ยัดยา-เรียกรับเงิน พ่อค้าส้มตำ

ดาบตำรวจสงกรานต์ ราชไชยา อดีตผู้บังคับหมู่งานสืบสวน กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยกรณีที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีตำรวจในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ยัดยาเสพติดกรรโชกเงินพ่อค้าขายส้มตำ และ ดาบตำรวจวรพล สันติพิริยาภรณ์ อายุ 48 ปี ได้เข้าแจ้งความกับรองสารวัตรสอบสวน สน.บางยี่ขัน ให้ดำเเนินคดีกับพิธีกรรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่ง และ นายศักดิ์ชัย แน่นอุดร พ่อค้าร้านอาหารส้มตำ กับพวกรวม 4 คน ว่ากรณีดังกล่าวเนื่องจากดาบตำรวจวรพลพบว่าพิธีกรรายการโทรทัศน์ กับพวกได้ดำเนินรายการในทำนองหมิ่นประมาท มีการกล่าวหาชื่อ “ดาบวรพล” ซึ่งเนื้อหาหมายถึงดาบตำรวจวรพล ทั้งที่คดีนี้ผู้ถูกกล่าวหาได้ให้การปฏิเสธ และคดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด

ขณะเดียวกันยังเปิดใจเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง โดยยืนยันว่าก่อนที่จะมีการบุกค้นบ้านคู่กรณี ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานจนแน่ชัดว่า ลูกสาวของคู่กรณีมีความสัมพันธ์สนิมสนมกับผู้ต้องหารายหนึ่งที่เคยถูกจับกุมดำเนินคดียาเสพติดเมื่อเดือนมิถุนายน และปัจจุบันอยู่ระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำ ซึ่งจากข้อมูลพบว่าผู้ต้องหารายนี้ยังมีการติดต่อกับลูกสาวคู่กรณีอยู่ จึงเข้าไปเชิญตัวมาสอบสวนที่กองกำกับการฯ จากนั้นจึงเกิดเรื่องที่ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน และกลายเป็นการฟ้องร้องดำเนินคดีกัน

ทั้งนี้ยืนยันว่าทราบที่มาของการเรียกรับเงินแล้ว ซึ่งทั้งตนเองและเพื่อนยืนยันว่าไม่มีผู้ใดเรียกรับเงินจากคู่กรณีแต่อย่างใด และขอไม่เปิดเผยรายละเอียดมากไปกว่านี้ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อรูปคดีที่จะนำไปต่อสู้ในชั้นศาล

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตครอบครัวเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังถูกให้ออกจากราชการแล้ว ยังไม่รู้จะไปหากินอะไรระหว่างต่อสู้คดีในชั้นศาล อีกทั้งการทำข่าวของสื่อมวลชนบางสำนัก ยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของครอบครัวโดยตรง หลังพบว่ามีความพยายามบุกไปตามหาที่อยู่ของกลุ่มนายตำรวจที่ถูกให้ออกจากราชการ

ที่มา : policenews

ขนย้าย ‘นกพิราบ’ จากกทม. 143 ตัว เก็บรักษาด่านกักกันสัตว์อยุธยา

ขนย้าย ‘นกพิราบ’ จากกทม. 143 ตัว เก็บรักษาด่านกักกันสัตว์อยุธยา ขณะที่พบมีโรคภายนอกและได้ทำการพ่นฆ่าเชื้อแล้ว

วันที่ 25 ก.ย. 2561 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ ที่ด่านกักกันสัตว์พระนครศรีอยุธยา ต.หันสัง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นสถานที่นำนกพิราบ ที่มีการจับมาจากพื้นที่ในกรุงเทพมหานครบางส่วนมาเก็บรักษาเอาไว้ โดยพบว่าทางเจ้าหน้าที่ได้ดัดแปลงจากโรงเรียนหมูเดิม แล้วนำกรงขังสุขันขนาดใหญ่มาขังนกพิราบเอาไว้จำนวน 2 กรง

นายสมเจต ตันเจริญ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า สำหรับนกพิราบทั้งหมด ทางด่านกักกันสัตว์ได้รับการประสานจากกรมปศุสัตว์และกรุงเทพมหานคร ให้ไปรับนกพิราบมาจากที่วัดระฆังจำนวน 41 ตัว และวัดบุคคโล จำนวน 102 ตัว รวมทั้งหมด 143 ตัว ไว้ที่ด่านกักกันสัตว์ ซึ่งได้ดัดแปลงจากโรงเลี้ยงหมูและนำกรงมาขังนกพิราบเอาไว้

สำหรับสถานที่ของด่านกักกันสัตว์ยังสามารถรับได้อีกประมาณ 1,000 ตัว ถ้าหากมากกว่านี้จะเกิดความแออัด นกพิราบที่นำมาพบมีโรคภายนอก มีไรที่ติดตัวนก ส่วนเชื้อราเป็นเชื้อที่พบตามปกติของนกพิราบ ทางด่านได้ทำการพ่นฆ่าเชื้อแล้ว

ส่วนโรคอื่นยังต้องรอผลการตรวจจากกรมปศุสัตว์ หากเป็นเชื้อที่อาจจะเป็นผลกระทบมากต้องทำลายตามกระบวนการ นกพิราบ ซึ่งทั้งหมดมาอยู่ได้ประมาณ 3-4 วัน โดยยังไม่พบปัญหาส่วนใด ขณะที่นกพิราบที่จะมีมาเพิ่มนั้น ขณะนี้รอการประสานจากทางกรุงเทพมหานคร จะมีการจับเพิ่มอีกในพื้นที่ราชเทวี